หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ระวังผิดหมิ่นประมาทเพราะเขียนข้อความทางอินเตอร์เน็ต  (อ่าน 885 ครั้ง)
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2037



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: มีนาคม 04, 2016, 05:03:07 PM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                                                             ระวังผิดหมิ่นประมาทเพราะเขียนข้อความทางอินเตอร์เน็ต
โดย อ.ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช
27 มีนาคม 2011 เวลา 3:46 น.

ปัจจุบันนี้การเขียนข้อความทางอินเตอร์เน็ตทำได้ง่าย การเขียนข้อความแบบไหนล่ะ ถึงจะเรียกว่าหมิ่นประมาท

 กระทรวงไอซีทีและสารสนเทศเปิดเผยพบการกระทำผิดเกี่ยวกับเว็ปไซด์ทางอินเตอร์เน็ต การแสดงความคิดเห็น การโพสต์คลิปเกี่ยวกับข่าวดารา นักแสดงซึ่งล้วนเป็นความผิดทางอาญาฐานหมิ่นประมาทและมีความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ( รวมทั้งฉบับที่บัญญ้ติออกมาใหม่ ) อีกด้วย

 เท่าไหร่ แค่ไหนเป็นการหมิ่นประมาท

การเขียนข้อความทางอินเตอร์เน็ตที่เข้าข่ายหมิ่นประมาท นั้นคือการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง โดยการใส่ความผู้อื่นเป็นการหมิ่นประมาทที่มีอยู่หลายทาง อาจจะเขียนข้อความถึงการแสดงพฤติกรรมอันเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้วหรือกำลังเกิดอยู่(เช่น การบอกว่าคนตายเสียชีวิตเพราะโกงชาติแบบนี้ลูกหลานสามารถฟ้องหมิ่นประมาทได้เลย) หรือเขียนข้อความถึงบุคคลที่สามว่ามีประพฤติชั่วในทางประเวณีหรือทุจริตในหน้าที่การงาน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นจริงหรือเท็จก็ตามก็เข้าข่ายเป็นความผิดหมิ่นประมาททั้งนั้น เช่น "นางสาว ต.เป็นชู้" "นาง ส.โกงเงินบริษัท" "นาย ว.เป็นแมงดาเกาะผู้หญิงกิน" "ยาย น.เป็นข้าราชการที่คอรัปชั่น"

 บทลงโทษการหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ต

การเขียนหรือโพสต์ข้อความหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ตมีโทษแรง เพราะเป็นการหมิ่นประมาททางสาธารณะตามความผิดในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานเขียนข้อความเผยแพร่ทางเว็บไซด์ ตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มีโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาทอีกด้วย
 โพสต์เรื่องส่วนตัวของผู้อื่นผิดเต็มๆ

ผู้ที่ถูกฟ้องในความผิดฐานหมิ่นประมาท(ผู้ปล่อยข่าว) ตามกฎหมายไทยนั้นไม่ต้องรับโทษหากสิ่งที่เค้าพูดหรือเผยแพร่ได้รับการพิสูจน์ในชั้นศาลว่าเป็นความจริง แต่กฎหมายไม่ให้สิทธิ ในการพิสูจน์เรื่องส่วนตัวและพิสูจน์ความจริงนั้นไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ดังนั้นการเขียนข้อความประเภท ใครรีดลูก ใครเป็นชู้กับใคร ถึงแม้จะเป็นความจริง ผู้เขียนข้อความก็ต้องรับโทษตามคดีหมิ่นประมาท เพราะศาลไม่ให้สิทธิในการพิสูจน์ความจริงในเรื่องส่วนตัว
 
แต่ถ้าเป็นการยักยอกเงินบริษัท การโกงกินแผ่นดินหรือการทำตัวเป็นเฒ่าหัวงู ลามกกับสาวๆไปทั่ว แบบนี้ศาลให้พิสูจน์เพื่อประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง ผู้เขียนข้อความไม่ต้องรับโทษในความผิดฐานหมิ่นประมาท เพราะถือว่าช่วยเป็นหูเป็นตาให้สังคมได้ตรวจสอบผู้คนที่เป็นพิษภัยต่อสังคม

 ในทางกฎหมายไม่สนับสนุนให้ใช้วิธีตาต่อตา ฟันต่อฟัน ประเภทที่ว่าเค้าหมิ่นประมาทคุณผ่านเว็ปไซด์ หรือเว็ปบอร์ดทางอินเตอร์เน็ต คุณก็ตอบโต้เค้าด้วยวิธีเดียวกัน คือเขียนประจานเค้าทางอินเตอร์เน็ตกลับไปบ้าง ไม่ฉลาดเลย ถ้าจะใช้วิธีโจรตอบโต้โจร จะกลายเป็นว่าคุณก็หมิ่นประมาทเค้าเช่นกัน แบบนี้ต้องรับโทษในข้อหาหมิ่นประมาททั้งสองฝ่าย


unname
บุคคลทั่วไป

เก็บมาฝาก : บทลงโทษ เรื่องหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ต ทั้งการตั้งกระทู้ป่วนบอร์ด
« เมื่อ: 26, มีนาคม 2010, 12:20:43 PM »

อ้างถึง

ที่มา : http://www.2-teen.com/community/viewthread.php?tid=31763
เอามาลงเพื่อเป็นความรู้สำหรับคนเล่นอินเตอร์เน็ต

          มาดูว่าการหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ต คืออะไร ก่อนที่จะพิจารณาถึงเรื่องนี้ควรจะพิจารณาก่อนว่า หมิ่นประมาทนั้น มีลักษณะการกระทำอย่างไร หมิ่นประมาทคือ การใส่ความผู้อื่นไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ เช่น พูด เขียน พิมพ์ข้อความ หรือแสดงกริยาต่างๆ โดยการใส่ความดังกล่าวนั้น ต้องเป็นการกระทำให้บุคคลที่สามรับทราบ ซึ่งเป็นการกระทำให้ผู้ถูกใส่ความนั้น ได้รับความเสียหาย

          ดังนั้น ผู้กระทำการหมิ่นประมาท จะมีความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา กล่าวคือ การหมิ่นประมาทนั้น ผู้กระทำผิดจะมีความหมายทางแพ่ง ฐานละเมิดตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 ซึ่งมีหลักการสำคัญ คือ ผู้กระทำได้กล่าว หรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความที่ขัดต่อความเป็นจริง เป็นผลให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ต่อชื่อเสียงเกียรติคุณ

          นอกจากนี้การหมิ่นประมาท ยังถูกบัญญัติให้เป็นความผิดหนึ่ง ในประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 326 ซึ่งลักษณะการกระทำคือ ผู้กระทำความผิดได้ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง การพิจารณาข้อความที่เป็นการหมิ่นประมาทในทางอาญานั้น อาจเป็นความจริง หรือเท็จก็ได้ดังที่เคยมีคำกล่าวว่า "ยิ่งจริงยิ่งผิด" เพราะกฏหมาย มุ่งพิจารณาแต่เพียงว่าถ้ามีการกล่าวถึงบุคคลอื่น ในด้านที่ไม่ดีแล้ว ย่อมจะทำให้สังคมไม่สงบสุข ไม่ว่าข้อความนั้นจะเป็นจริงหรือไม่

          ความรับผิดทางอาญา และทางแพ่งมีข้อแตกต่าง ประการสำคัญทีสุด คือ หากข้อความที่กล่าวเป็นเรื่องเท็จ ผู้กระทำจะมีความผิดทางอาญา และต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง แต่ถ้าข้อความที่กล่าวเป็นจริง ผู้กระทำจะมีความผิดทางอาญา แต่ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง

          กรณีความผิดทางอาญา ในการหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ต จะมีความผิดตามมาตรา 326 ที่บัญญัติว่า "ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่ทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมื่น หรือ ถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ"

          หากนำข้อความ หรือภาพที่มีลักษณะหมิ่นประมาท ไปลงไว้ในเว็บไซต์ คนทั่วไปย่อมสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ อันเป็นลักษณะของการโฆษณาด้วยภาพ หรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฎด้วยวิธีใด อย่างหนึ่ง ซึ่งในมาตรา 329 บัญญัติไว้ว่า "ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาท ได้กระทำโดยการโฆษณา ด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนต์ ภาพ หรือ ตัวอักษรที่ทำให้ปรากฎ ไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท" ผู้กระทำจะต้องได้รับโทษหนักกว่ามาตรา 326 เพราะการโฆษณาเป็นการทำให้ข้อความหรือภาพที่มีลักษณะหมิ่นประมาทกระจายไปสู่ คนจำนวนมากกว่าการหมิ่นประมาท ทั่วๆ ไป

         ความผิดสำเร็จในความผิดฐานหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ตนั้น จะถือว่าความผิดสำเร็จเมื่อใด เมื่อพิจารณาถ้อยคำที่ว่า "โดยประการที่ทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมื่น หรือถูกเกลียดชัง" ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 326 นั้นไม่ใช่ผลของการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ที่ต้องถือว่าเป็นความผิดสำเร็จแล้ว แต่จะพิจารณาว่าผิดสำเร็จ หรือไม่จากวิญญูชนทั่วไป (บุคคลทั่วไป) ว่าเมื่อได้รับทราบข้อความนั้นแล้ว เห็นว่าน่าจะเกิดความเสียหายแต่ผู้อื่นหรือไม่ ถ้าเห็นว่าน่าจะเสียหาย ผู้กระทำก็จะมีความผิดแล้ว แต่ถ้าบุคคลทั่วไปเห็นว่าไม่น่าจะเสียหายแต่ผู้อื่น ผู้กระทำก็ไม่มีความผิด และต้องได้ข้อเท็จจริงว่า บุคคลที่สามรับทราบข้อความนั้นแล้ว จึงจะถือว่าเป็นความผิดสำเร็จ

          ถ้าบุคคลที่สามยังไม่ได้รับทราบข้อความนั้นเลย ก็เป็นแต่เพียงขั้นพยายามหมิ่นประมาทเท่านั้น คือ ผู้กระทำได้กระทำไปตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผล เช่น นายเอก ส่งอีเมลล์ให้นายโท โดยมีข้อความหมิ่นประมาทนายตรี ถ้านายโทยังไม่เปิดอ่าน ถือว่านายเอกได้กระทำไปตลอดแล้ว แต่ไม่บรรลุผล คือ นายโท ยังไม่ได้รับทราบข้อความนั้น จีงมีความผิดเพียงขั้นพยายามหมิ่นประมาทรับโทษเพียงสองในสาม แต่ถ้านายโทเปิดอ่านอีเมล์ฉบับดังกล่าวแล้ว ถือได้ว่ามีบุคคลที่สามรับทราบข้อความแล้ว จึงเป็นความผิดสำเร็จโทษเต็มตามที่กฎหมายบัญญัติ

          ในกรณีเมื่อได้รับอีเมลล์ที่มีข้อความหมิ่นประมาท และได้ forward ต่อไปให้ผู้อื่น จะมีความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือไม่ ประเด็นนี้เกิดขึ้นได้บ่อยมากในปัจจุบัน เพราะสามารถทำการส่งข้อความหรือภาพ ที่เราได้รับมาไปให้เพือนหรือ คนรู้จักกันได้อีกไม่จำกัดจำนวน ประเด็นนี้สามารถเทียบเคียงได้กับคำพิพากษาศาลฎีกาที 2822/2515 ซึ่งมีข้อเท็จจริงคือ จำเลยแสดงข้อความในจดหมายที่ได้รับจากผู้อื่น โดยรู้อยู่ว่าจดหมายนั่นมีข้อความหมิ่นประมาท ถือได้ว่าจำเลยมีความผิดฐานหมิ่นประมาท

          เหตุที่มองว่าการ Forward-mail ไปให้ผู้อื่นถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท เพราะผู้กระทำนั้นเมื่อได้รับทราบข้อความ แล้วได้ทำการเผยแพร่ต่อไป เท่ากับเป็นการใส่ความผู้เสียหายต่อไปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นการขยายความเสียหายออกไป อีกจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นเอง แล้วถ้าหาก Forward-mail ต่อไปให้บุคคลอื่นอีกหลายคน จะถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาที่ต้องรับโทษหนักขึ้น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 นั้น จะต้องพิจารณาจากการกระทำเป็นหลัก ว่าเป็นการโฆษณาหรือไม่ โดยไม่คำนึงถึงจำนวนบุคคลผู้รับข้อความ ว่าจะมีจำนวนมากน้อยเพียงใด

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26, มีนาคม 2010, 12:45:02 PM โดย ไร้นาม™ »

กรณีศึกษา

คัดลอกส่วนหนึ่งของข้อความมาจาก  http://www.ryt9.com/s/prg/256418 :adore:

เพื่อง่ายแก่การทำความเข้าใจผมขอยกตัวอย่าง เช่น นาย ก. ไม่พอใจนางสาว ข. เนื่องจากเรื่องส่วนตัวจึงเขียนข้อความบนเว็บไซท์ว่า นางสาว ข. ขายบริการทางเพศโดยระบุชื่อที่อยู่ของนางสาว ข. หรือใส่ความอย่างอื่นจนนางสาว ข. เกิดความเสียหาย

กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวคือ ประมวลกฎหมายอาญาฐานหมิ่นประมาท มาตรา 326 และ 328 ซึ่งระบุว่า มาตรา 326 ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 328 ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏด้วยวิธีใด แผ่นเสียง หรือสิ่งบนทึกเสียงอย่างอื่น กระทำโดยการกระจายเสียง หรือโดยการกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่นใด ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากหลักกฎหมายดังกล่าวการที่นาย ก. เขียนข้อความที่หมิ่นประมาทนางสาว ข. ผ่านทางอินเตอร์เน็ต หากข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริงและก่อให้เกิดความเสียหายต่อนางสาว ข. นาย ก. ก็มีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 แม้ว่านาย ก. นั้นจะมิได้อยู่ในประเทศไทยก็ตาม เพราะการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายไทย นาย ก. จึงก็ต้องรับโทษตามกฎหมายไทย การที่นาย ก. มีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศนั้นไม่ได้เป็นเหตุให้ นาย ก. ได้รับยกเว้นโทษแต่ประการใด

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เขียนข้อความหรือหมิ่นประมาทบุคคลอื่นผ่านทางอินเตอร์เน็ตนั้น มักจะชะล่าใจว่าตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่สามารถตามตัว บุคคลดังกล่าวเพื่อดำเนินคดีในทางอาญาได้ ผมขอเรียนว่า ในทางเทคนิคนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า ผู้ที่เขียนข้อความหมิ่นประมาทดังกล่าวเป็นใครโดยร่วมมือกับเว็บไซท์ที่ให้ บริการจัดให้มีการสนทนา โดยตรวจสอบหมายเลขที่อยู่บนอินเตอร์เน็ต (IP Address) ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่นาย ก. ใช้ในการสนทนาหรือ ปิดประกาศข้อความที่หมิ่นประมาทบนอินเตอร์เน็ต เนื่องจากการติดต่อสื่อสารบนอินเตอร์เน็ตนั้นต้องกระทำผ่านเครื่อง คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องซึ่งจะมีหมายเลขรหัสประจำเครื่องที่ไม่ซ้ำกัน นอกจากนี้ผู้ใช้บริการโดยส่วนใหญ่มักจะต้องเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์ของตน กับผู้ให้บริการทางอินเตอร์เน็ตหรือ ISP - Internet Service Provider หรือร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ที่ท่านเข้าไปใช้บริการ ซึ่งจะบันทึกข้อมูลการใช้บริการทุกครั้งไว้ ดังนั้น การตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำผิดจึงสามารถทำได้
ปัญหาอีกประการหนึ่งคือ เว็บไซท์ที่ให้บริการมีความรับผิดทางกฎหมายหรือไม่ อาทิเช่น สมมติว่าเว็บไซท์ yahoo.com เปิดให้บริการสนทนาผ่านทางอินเตอร์เน็ตและมี นาย A ผู้ใช้บริการรายหนึ่งเขียนข้อความอันเป็นการหมิ่นประมาทนางสาว ข. ผ่านเว็บไซท์ของ yahoo.com บริษัท yahoo.com ต้องรับผิดในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นผ่านอินเตอร์เน็ตหรือไม่

คำตอบคือ หากเว็บไซท์ yahoo.com ไม่ได้ทราบหรือมีส่วนรู้เห็นถึงการกระทำอันเป็นการหมิ่นประมาทดังกล่าวข้าง ต้น เว็บไซท์ yahoo.com ก็ไม่ต้องรับผิดในความผิดฐานหมิ่นประมาทเนื่องจากขาดเจตนาและการดำเนินการ ทั้งหมดของเว็บไซท์ yahoo.com กระทำผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์อัตโนมัติทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หากผู้ที่ได้รับความเสียหายคือ นางสาว ข. ได้แจ้งให้เว็บไซท์ yahoo.com ได้ทราบว่า ข้อความที่อยู่บนเว็บไซท์ yahoo.com ดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง และเว็บไซท์ yahoo.com ยังคงเผยแพร่ข้อความดังกล่าวอยู่โดยมิได้ลบออกจากเว็บไซท์ กรณีนี้อาจถือได้ว่า เว็บไซท์ yahoo.com มีเจตนาก่อให้เกิดความเสียหายต่อนางสาว ข. ได้ ดังนั้น ผมแนะนำว่า หากมีการแจ้งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิดังกล่าวเข้ามา ท่านผู้ประกอบการเว็บไซท์ควรรีบตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวออกโดยเร็วเพื่อ แก้ไขปัญหาดีกว่าจะมีคดีความกันในภายหลังครับ

ส่วนวิธีป้องกันนั้น เว็บไซท์โดยทั่วไปมักจะระบุเงื่อนไขในการใช้บริการ (Terms & Conditions) ว่าจะปฏิเสธความรับผิดในกรณีที่มีการหมิ่นประมาทผู้อื่นทางอินเตอร์เน็ตและ อาจใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบ pop-up ให้แสดงข้อความเงื่อนไขสิทธิดังกล่าวโดยปรากฏขึ้นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ก่อน ที่ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตแต่ละรายจะเข้าไปใช้บริการ ก็แก้ไขปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งอย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่า ผู้ใช้บริการแต่ละท่านได้ทราบแล้วว่าเว็บไซท์ที่ให้บริการเป็นเพียงสื่อกลาง ที่ใช้ในการติดต่อระหว่างกันเท่านั้น มิได้มีส่วนรู้เห็นถึงการกระทำความผิดใดๆ ที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อยสุดท้ายนี้ ผู้เขียนมีความเห็นว่า สื่ออินเตอร์เน็ตเป็นเสรีภาพอย่างหนึ่งในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นและมี ประโยชน์อย่างมากต่อการติดต่อสื่อสารระหว่าง ดังนั้น เราๆ ท่านๆ ทั้งหลายจึงควรร่วมกันใช้สื่อดังกล่าวในทางสร้างสรรค์โดยไม่ก่อให้เกิดความ เสียหายแก่ผู้อื่น เพราะจริยธรรมหรือมารยาทในการใช้อินเตอร์เน็ต (Nettiquette) ที่อยู่ในจิตใจของคนนั้นบางครั้งมีความสำคัญมากกว่าความเจริญก้าวหน้าทาง วัตถุเสียอีกครับ

--จบ--

          เว็บไซต์ชมรมคนโสดคาทอลิก ขอบคุณอาจารย์ประมาณ และวิทยากรที่ไม่ปรากฎชื่อ ที่กรุณาให้ข้อมูลทั้งหมดนี้ เป็นอย่างยิ่ง ครับ
 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: