หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ธนาคารออมสินเร่งรัดฟ้องดำเนินคดีครูเบี้ยวหนี้  (อ่าน 213 ครั้ง)
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2037



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2018, 06:40:27 PM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                                                                          ธนาคารออมสินเร่งรัดฟ้องดำเนินคดีครูเบี้ยวหนี้

18 ก.ค. 2561

ธนาคารออมสิน เอาจริง! ส่งหนังสือเวียนถึงกรรมการผู้จัดการ-หัวหน้าสำนักงาน ให้เร่งรรัดฟ้องดำเนินคดีครู-บุคลากรทางการศึกษาเบี้ยวหนี้ ที่ไม่เข้าร่วมมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ ภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ หลังมีประกาศปฏิญญามหาสารคาม ขอพักชำระหนี้ ขณะที่คลังไฟเขียวฟ้องครูเบี้ยวหนี้ พร้อมเตรียมชงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร "พักชำระหนี้-ลดดอกเบี้ย" เข้าครม.ภายในสิ้นเดือน ก.ค.นี้

วานนี้ (19 ก.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า ธนาคารออมสินได้ออกหนังสือเวียนถึงกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าสำนักงาน เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา ให้ดำเนินการเร่งรัดในการฟ้องคดีลูกหนี้สินเชื่อครู รวมถึงบุคลากรทางการศึกษา ที่ไม่เข้าร่วมมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ ภายในเดือนส.ค.นี้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ตามที่ธนาคารมีนโยบายในการเร่งแก้ไขปัญหาลูกหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นหนี้ค้างชำระ และไม่เข้าร่วมมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้สำหรับการแก้ไขหนี้สินเชื่อครูและบุคลากรทางการศึกษาหรือไม่ติดต่อชำระหนี้กับธนาคารนั้น ฝ่ายบริหารคดี ขอเรียนให้ทราบว่า ธนาคารมีแผนการดำเนินคดีกับลูกหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งธนาคารได้แบ่งลูกหนี้ออกเป็น 2 กลุ่ม โดยขอให้ท่านดำเนินการ ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ลูกหนี้ที่ศูนย์ควบคุมและบริหารหนี้เขตมอบหมายให้ท่านบอกกล่าวทวงถาม/บอกเลิกสัญญาเรียบร้อยแล้ว ให้เร่งดำเนินการฟ้องคดี 1.ขอให้ท่านตรวจสอบคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบและประสานกับศูนย์ควบคุมและบริหารหนี้เพื่อขออนุมัติและฟ้องคดีให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2561 2.กรณีลูกหนี้รายใดที่จำเป็นต้องบอกเลิกสัญญาใหม่(เพื่อให้มีผลบังคับตามกฎหมาย) ขอให้ท่านเร่งดำเนินการบอกเลิกสัญญาและฟ้องคดีให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2561

กลุ่มที่ 2 ลูกหนี้ที่ศูนย์ควบคุมและบริหารหนี้เขตอยู่ระหว่างจัดทำหนังสือแจ้งให้ท่านบอกกล่าวทวงถาม/บอกเลิกสัญญา ซึ่งขอให้ท่านเร่งกระบวนการฟ้องคดี
1.ตรวจสอบเอกสารประกอบการฟ้องคดีให้ครบถ้วน กรณีพบว่าศูนย์ควบคุมและบริหารหนี้เขตเจ้าของบัญชียังไม่ได้จัดส่งหนังสือแจ้งเตือนให้ชำระหนี้เงินกู้ของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน ขอให้ท่านประสานเพื่อขอรับหนังสือดังกล่าวมาประกอบการฟ้องคดี

2.ตรวจสอบภูมิลำเนาของผู้กู้และผู้กู้ร่วม กรณีหากพบว่าผู้กู้และผู้กู้ร่วมมีภูมิลำเนาอยู่ต่างพื้นที่ซึ่งท่านไม่สามารถดำเนินการยื่นฟ้องคดีได้ ให้ท่านดำเนินการส่งเรื่องคืนศูนย์ควบคุมและบริหารหนี้เขตเจ้าของบัญชีเพื่อมอบหมายให้สำนักงานทนายความในพื้นที่ที่ลูกหนี้มีภูมิลำเนาดำเนินการโดยด่วน

3.เมื่อท่านได้รับเอกสารประกอบการดำเนินการคดีครบถ้วนแล้ว ขอให้ท่านรีบดำเนินการบอกเลิกสัญญากับผู้กู้และผู้ค้ำประกันให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2561

4.เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามหนังสือบอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้ท่านประสานกับศูนย์ควบคุมและบริหารหนี้เขตเจ้าของบัญชีเพื่อขอภาระหนี้และยื่นฟ้องคดีให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2561

สำหรับหนังสือคำสั่งดังกล่าว ธนาคารมีขึ้นหลังจากที่กลุ่มมหาสารคาม ประกาศปฏิญญา มหาสารคาม เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2561 โดยเรียกร้อง 1.ขอให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้โครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ทุกโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป และ 2. ลูกหนี้ ช.พ.ค. จำนวน 4.5 แสนคน จะยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสินตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป

*** คลังไฟเขียวออมสินฟ้องครูเบี้ยวหนี้

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึง กรณีที่ธนาคารออมสินจะเร่งรัดดำเนินคดีกับบุคลากรด้านการศึกษา ว่า ที่ผ่านมาธนาคารออมสินได้มีการดำเนินการช่วยเหลือไปแล้ว แต่อาจจะมีการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง ซึ่งจะต้องให้ธนาคารออมสินและบุคลากรครูไปหารือร่วมกันก่อน แต่หากไม่สามารถยุติได้ก็ต้องเป็นเรื่องของกฏหมาย แต่ส่วนตัวไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะจะมีผลต่อการออกจากราชการ แต่คนที่ออกมาเรียกร้องส่วนใหญ่ก็เกษียนณอายุราชการไปแล้ว จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบจากการฟ้องร้องของธนาคารออมสินแต่อย่างใด

ส่วนมาตรการช่วยเหลือเกษตรการตามนโยบายการปฏิรูปภาคเกษตรนั้น คลังเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในสิ้นเดือนนี้ โดยมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรดังกล่าว เสนอให้พักชำระหนี้เงินต้นที่จะครบกำหนด 2-3 ปีนี้ โดยรัฐบาลจะช่วยเรื่องอัตราดอกเบี้ย 2-3% ให้สิทธิกับเกษตรกรที่สมัครใจ และเป็นลูกหนี้ที่ดี มีเพดานหนี้ไม่เกิน 3 แสนบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ 2-3 ล้านราย

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปภาคเกษตร เพื่อต้องการให้มีการปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกร ส่วนรายละเอียดของโครงการนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) จะรับไปดำเนินการทั้งหมด


 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: