หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มิสซาผู้ตาย ขับลาตินทุกเพลง พร้อมสำหรับทุกวัด  (อ่าน 1396 ครั้ง)
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2166



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: กันยายน 20, 2018, 12:45:10 PM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                                                     มิสซาผู้ตาย ขับลาตินทุกเพลง พร้อมสำหรับทุกวัด
                                                              COMPLETE - Missa pro Defunctis (Gregorian  Chant)
                           
                                                 โน๊ตเพลงและบทเพลงลาติน   video clip  =   https://youtu.be/vDcrY7cuHYw

ในประเทศไทย  พิธีกรรมเกี่ยวกับผู้ล่วงลับ ใช้พิธีกรรมภาษาไทยเป็นส่วนใหญ่  นอกจากบางวัดที่พระสงฆ์สามารถใช้ภาษาลาตินได้  แต่คงต้องใช้ภาษาไทยตามที่ระบุไว้ในหนังสือคู่มือมิสซา ( Missale )  เมื่อหีบศพถูกนำมาตั้งในวัดแล้ว  มิสซาก็จะเริ่มด้วยการนำของพระสงฆ์ผู้ถวายมิสซา ซึ่งสลับด้วยเพลงขับภาษาลาตินดังนี้ :

                                                                             https://youtu.be/vDcrY7cuHYw

                                                                               
00:19 Introitus - REQUIEM AETERNAM I
02:08 KYRIE
03:49 Graduale - REQUIEM AETERNAM II
06:47 Tractus - ABSOLVE DOMINE
08:58 Sequentia - DIES IRAE
14:28 Offertorium - DOMINE JESU CHRISTE
17:47 Praefatio - simplex
18:31 SANCTUS
19:16 AGNUS DEI
20:08 Communio - LUX AETERNA
20:54 Absoute - IN PARADISUM

                                  จากนั้น ก็มีการเชิญหีบศพเดินทางไปทำพิธีฝังหรือบรรจุในที่เตรียมไว้ในป่าศักดิ์สิทธิ์ หรือ
                                  บางกรณีญาติผู้ตายมีเหตุผลบางประการที่จะเผาศพ ( ที่เมรุของวัดพุทธศาสนา ) ซึ่งต้อง
                                  ขออนุญาตผู้ใหญ่ของพระศาสนจักรก่อนทุกครั้ง  รายละเอียดในเรื่องเหล่านี้ต้องปรึกษา
                                  พระสงฆ์เจ้าอาวาสเพื่อให้ท่านพิจารณา - ครับ.
 
บันทึกการเข้า
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2166



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 21, 2018, 12:20:53 PM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                                       
                                               มิสซาเกรกอเรียน – มิสซา Requiem -- ช่วยวิญญาณในไฟชำระ

คุณพ่อสตีเฟน ซอมเมอร์วิลล์                                                                                                                                                               Catholic Customs

        คริสตังนอน ( cradle Catholic ) หลังสังคายนาวาติกันที่สอง  เมื่อทราบถึงมิสซา เกรกอเรียน 30 มิสซา  ถามมาว่า:
1.    มิสซา 30 มิสซานี้รับประกันแน่นอนว่าจะสามารถช่วยวิญญาณจากไฟชำระแน่หรือ ?
2.    ทำไมวิธีการนี้ไม่มีการทำต่อเนื่อง ?
3.    เราจะขอมิสซาเกรกอเรียนหรือมิสซา เรกวีเอมภาษาลาตินดังกล่าวได้ที่ไหน?

       คำถามทั้งสามนี้ตอบได้สั้นๆ  แต่คำถามข้อแรก เกี่ยวกับประสิทธิผลที่รับประกันของมิสซาเหล่านี้ ก่อให้เกิดคำถามตามมามากมายในทางปฏิบัติ  เป็นต้น ใครเป็นต้นกำเนิดของเรื่อง  ในทางกลับกัน  ต้นกำเนิดเองจะบอกเราหลายข้อเกี่ยวกับความเชื่อและความศรัทธาแบบคาทอลิก และอิทธิพลของพระสันตะปาปาผู้ยิ่งใหญ่ที่ผู้คนมองว่าท่านเป็นนักบุญด้วย  ( d. 604) 

      ข้อแรก ขอพ่อเสนอความจริงเกี่ยวกับมิสซาเกรกอเรียน( หรือมิสซาเรกวีเอมภาษาลาติน)สามสิบมิสซาก่อน  เท่าที่ระบุไว้  เพื่อท่านผู้อ่าน  ซึ่งอาจจะไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติในเรื่องนี้   มิสซาเกรกอเรียนนั้น ผู้ก่อตั้งขึ้นก็คือท่านพระสันตะปาปาเกรกอรีผู้ยิ่งใหญ่นี่เอง ซึ่งกลายเป็นตำนานในอารามฤาษีเบเนดิกติน  กฎก็คือ  ถ้ามีการถวายมิสซา 30 มิสซาใน 30 วันติดต่อกันไม่ขาดสาย  เพื่อวิญญาณพิเศษในไฟชำระ  เชื่อกันว่าวิญญาณดวงนั้นจะออกจากไฟชำระและเข้าสู่สวรรค์  มิสซาเหล่านี้อาจถวายสำหรับผู้ตายได้ด้วย โดยไม่ระบุว่าจะเป็นมิสซาน้อยธรรมดาหรือมิสซาใหญ่.

       มิสซาเกรกอเรียนเหล่านี้ จริงๆแล้ว รับรอง(หรือ ค้ำประกัน )การปลดปล่อยวิญญาณที่เราอุทิศให้นั้น จากการถูกลงโทษเพื่อชำระวิญญาณให้                    ประวัติการถวาย “สามสิบมิสซา” ย้อนกลับไปปี ค.ศ.590 ในอารามนักบุญอันเดรที่ กรุงโรม ซึ่งก่อตั้งโดยนักบุญเกรกอรีผู้โด่งดัง ในบ้านของครอบครัวของท่านเองประมาณปี 570

       หลังจากได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปาในปี 590  ฤาษีคนหนึ่ง ชื่อ ยูสตูส ป่วยมาก  เขาได้ยอมรับกับเพื่อนฆราวาสคนหนึ่งชื่อ กาปีโอซุส  ว่า ได้ซ่อนทองคำสามชิ้นไว้ปนเปกับเครื่องยาหลายปีก่อน   ความจริง  ก่อนที่ยูสตูสจะบวชเป็นฤาษี    คนทั้งคู่ เคยเป็นแพทย์มาก่อน  และแน่นอนที่สุด  ฤาษีอื่นมาพบทองคำตอนค้นหายาเอาไปให้ยูสตูส   ฤาษีผู้ก่อตั้งอาราม  ตอนนี้ คือพระสันตะปาปาเกรกอรี  ได้ทราบเรื่องบาปเป็นที่สะดุด ซึ่งเป็นบาปขัดต่อการถือความยากจน  ได้มีบัญชาเรียกอธิการอารามและสั่งให้มีการลงโทษยูสตูสด้วยการกักตัวโดดเดี่ยว แม้เขากำลังจะตาย และเมื่อตายแล้วก็ไม่ให้ฝังในป่าศักดิ์สิทธิ์ของอาราม  แต่ให้ฝังใต้ลานขยะของอาราม  โกปีโอซูสได้เล่าให้เพื่อนผู้เคราะห์ร้ายฟังถึงการตัดสินใจของผู้ใหญ่นี้  ยิ่งกว่านั้น  ชุมชนฤาษีของอารามได้เขียนข้อความสาบส่งบนหลุมศพด้วยคำน่าสยดสยองของนักบุญเปโตรแก่ซีโมน นักมายากลว่า : “ ขอให้เงินทองของเอ็ง  จงพินาศไปพร้อมกับเอ็งเถิด “ ( กิจการ 8:20 )

       ผลที่พระสันตะปาปาปรารถนาสำเร็จลง  ยูสตูสได้ใช้โทษบาปรุนแรง  และบรรดาฤาษีทุกคนได้รับการทดสอบมโนธรรมรุนแรงจริงๆ   ไม่นานยูสตูสก็ถึงแก่กรรม  แต่เรื่องนั้นไม่ตาย – คือไม่ สิ้นสุด –  สามสิบวันต่อมาพระสันตะปาปาเกรกอรีกลับมาที่อาราม เต็มด้วยความห่วงใยยูสตูส  ซึ่งตอนนี้ท่านเชื่อว่าคงต้องทนทุกข์มรมานเพื่อใช้โทษบาปช่วงระยะเวลาหนึ่งในไฟชำระสำหรับบาปของเขา  พระสันตะปาปากล่าวกับอธิการอารามว่า “ เราต้องมาทำความเมตตาเพื่อช่วยเขา  และเท่าที่จะทำได้  ช่วยเขาให้พ้นจากการถูกทำโทษให้หลาบจำนี้  จงไปและจัดถวายมิสซาสามสิบมิสซาสำหรับวิญญาณของเขา  เพื่อว่าสามสิบวันติดต่อกันนี้จะช่วยเหยื่อไฟชำระโดยไม่พลาด “ และก็มีการทำเช่นนั้นจริง.

       ไม่นานหลังจาก(การทำมิสซาสามสิบวันสิ้นสุดลง )นั้น ยูสตูสได้ปรากฏมาในภาพนิมิตถึงเพื่อนโกปีโอซูส  กล่าวว่า  “  เราพึ่งได้รับการอภัยรวมและปล่อยตัวจากไฟชำระ เพราะมิสซาที่ถวายให้เราสามสิบมิสซานั้น “  ฤาษีคำนวณดู  ผลที่ได้คือพอดีสามสิบวันหลังจากที่เริ่มถวายมิสซาให้ยูสตูส   พวกเขาร่วมบรรเทาใจยิ่งใหญ่ซึ่งกันและกัน  กับอธิการอารามและพระสันตะปาปาเกรกอรี  ซึ่งรับประกันด้วยพระองค์เองเกี่ยวกับความจริงที่เล่ากันมานี้  เพราะท่านเองเป็นผู้เขียนรายละเอียดในหนังสือของท่านชื่อ Book of Dialoques ซึ่งแพร่หลายมาก.

                                                                      เรื่องจริงเกี่ยวกับไฟชำระ
                                                               A True Story About Purgatory

                           เรื่องจริงเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์เจ้าอาวาสของเราคนหนึ่ง  เอาเร็วๆนะ เรื่องเกิดเมื่อไม่นานมานี้เอง

          มีสุภาพสตรีคนหนึ่งซึ่งเป็นสัตบุรุษของวัดซึ่งพระสงฆ์ของเราองค์หนึ่งเป็นเจ้าอาวาส  เธอโทรศัพท์หาพระสงฆ์เจ้าอาวาสขอร้องให้ท่านไปโรงพยาบาลท้องถิ่น ไปเยี่ยมบิดาของเธอและขอคำภาวนาสำหรับบิดาด้วย  หลังจากรวบรวมเครื่องใช้จำเป็นสำหรับงานนี้เสร็จ  คุณพ่อก็ขับรถตรงไปโรงพยาบาล  ระหว่างการเยี่ยมคนไข้  พระหรรษทานของพระเจ้าหลั่งลงสัมผัสดวงใจและวิญญาณของบิดาของสตรีคนนี้  และเขาขอแก้บาปและรับพิธีศีลเจิมสุดท้ายของพระศาสนจักรคาทอลิก เพราะทิ้งวัดมา 50 ปีแล้ว  แน่นอน  คุณพ่อเจ้าวัดรู้สึกดีใจมากที่จะทำพิธีตามความปรารถนาของคนป่วย

          สองสามวันต่อมา  มารดาของคุณพ่อเจ้าวัดโทรศัพท์มาหาลูก บอกว่าตอนนี้เธอป่วยมาก และ เพราะไม่มีใครอีกที่จะดูแลเธอ  ได้ขอร้องคุณพ่อให้ขออนุญาตพระสังฆราชละจากวัดมาช่วยดูแลเธอหน่อย  ที่เธออยู่นั้นห่างจากวัดของคุณพ่อประมาณ 1,000 ไมล์  เมื่อทุกอย่างพร้อม คุณพ่อเจ้าวัดก็ขับรถออกไปในขณะที่มีพระสงฆ์องค์หนึ่งมารักษาการชั่วคราว  อีกสองสามวันหลังจากมาถึงบ้านมารดา  คุณพ่อเจ้าวัดก็ได้รับโทรศัพท์ด่วนมากจากสุภาพสตรี ที่คุณพ่อได้โปรดศีลเจิมสุดท้ายแก่บิดาของเธอประมาณหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา  เธอเล่าให้คุณพ่อฟังว่าบิดาพึ่งเสียชีวิตสองสามชั่วโมงก่อน  และคุณพ่อเธอต้องการอย่างสิ้นหวังที่จะให้คุณพ่อเจ้าวัดทำมิสซาเรกวีเอม(Requiem Mass) สำหรับเขาเร็วที่สุดที่จะเร็วได้.

          ทำไมร้อนขนาดนั้น?  ในความเศร้าและเสียใจอย่างสุดซึ้ง  เธออธิบายให้คุณพ่อเจ้าวัดฟังว่า บิดาของเธอพึ่งปรากฏร่างให้เธอเห็น!  เธอและลูกสาวคนเล็กวัยรุ่นกำลังคุกเข่าที่พื้นห้องนั่งเล่น  สวดสายประคำกันเพื่ออุทิศแก่วิญญาณที่ไม่รู้จักตายของร่างของบิดา  ก็พอดีพื้นห้องเปิดออก  เท่าที่เกิดขึ้น เธอเห็นบิดาอยู่ในทะเลเปลวเพลิงมหึมาน่าสยอง!  และยังได้ยินเสียงหวีดร้องของบิดา จากความเจ็บปวดของการทรมานสุดแสนของเปลวไฟที่ไม่เคยดับของไฟชำระ !

          “ใช่แล้วลูกพ่อ “ บิดาบอกเธอ เขาอยู่ในไฟชำระ  แม้เขาถูกชี้ว่าควรต้องไปนรก  แต่บิดาบอกว่า เพราะศีลเจิมสุดท้ายนี่เองที่เขาได้รับจากคุณพ่อเจ้าวัด  จึงสามารถรอดจากนรกชั่วนิรันดร !  เขายังบอกบุตรสาวที่กำลังร้องไห้เศร้าใจว่า แม้พระเป็นเจ้าได้ยกวิญญาณของเขาให้พ้นจากนรก  แต่ก็ไม่มีวิธีใดที่เขาจะไปสวรรค์ได้ก่อนที่จะต้องไปอยู่ในไฟชำระ เพราะระหว่างช่วงเวลาที่พระสงฆ์เจ้าอาวาสออกจากห้องที่โรงพยาบาล และเวลาตอนที่เขาตายนั้น เนื่องจากเป็นนิสัยไม่ดี  เขาได้ทำบาปเบาสองสามข้อ.

          ตอนนี้นี่เองที่บิดาของเธอ ได้ขอให้บุตรสาวเรียกหาคุณพ่อเจ้าวัด  เพื่อขอร้องท่านให้ถวายมิสซาเรกวีเอมคาทอลิก (Catholic Requiem Mass) ทันที สำหรับตัวเขา  เขายืนยันว่า คุณพ่อเจ้าวัดองค์นี้ เป็นหนึ่งในพระสงฆ์คาทอลิกที่จะถวายมิสซาเรกวีเอมคาทอลิก เพราะบิดารู้ว่าพระสงฆ์เจ้าอาวาสองค์นี้เป็นพระสงฆ์ที่รับศีลบวชอย่างถูกต้องตามกฎหมายพระศาสนจักร  และว่า พระสงฆ์เจ้าอาวาสของเธอ จะใช้หนังสือคู่มือมิสซา( Requiem Missal) ที่จะถวายมิสซาที่ท่านต้องการสุดๆสำหรับวิญญาณของท่าน  ก่อนจะจบพิธีมิสซา Catholic Requiem Mass ท่านจะถูกปลดปล่อยออกจากไฟชำระและตรงไปสวรรค์ทันที.

          ใครเล่าจะใจดำ ทั้งๆที่เป็นจริง  ความเมตตาแบบคริสตชน  ไม่ถวายมิสซาเรกวีเอมสำหรับวิญญาณที่ทรมานน่าสงสารเช่นนี้.  ไม่พูดถึงว่า ไม่สนใจและไม่อยากเชื่อในอำนาจของมิสซาจากภาพนิมิตดังกล่าว ?   แน่นอน  คุณพ่อเจ้าอาวาส ซึ่งประมาณหนึ่งสัปดาห์ได้โปรดศีลเจิมสุดท้ายแก่ผู้สูงอายุในโรงพยาบาล  ตอนนี้ หลังจากได้รับโทรศัพท์จากลูกวัดที่กำลังโศกเศร้า รีบถวายมิสซาตามที่เธอขอร้องและจำเป็นจริงๆ มิสซาเรกวีเอมคาทอลิก.

          เห็นได้ชัดว่า  วิญญาณดวงนี้ต้องการออกจากไฟชำระเร็วที่สุดที่จะเร็วได้  และเขารู้ว่าเขาจะต้องได้อะไร ทั้งเพื่อออกจากไฟชำระ และทั้งเพื่อไปสวรรค์เร็วที่สุดในพริบตา !  ดังนั้น ทำไมเขาจึงยืนยันว่าคุณพ่อเจ้าวัดของบุตรสาวจะเป็นผู้ถวายมิสซาเรกวีเอมคาทอลิก  พวกเราส่วนใหญ่ติดธุระจนลืมเรื่องที่เราคิดว่ายังไม่ใช่วาระสุดท้าย ที่จะสวดภาวนาเพื่อดวงวิญญาณที่ทนทุกข์ทรมานน่าสงสารในไฟชำระ!  ดังนั้น  ขอให้บทความนี้ เป็นสิ่งเตือนใจเบาะๆที่จะรู้ว่า คุณนั้นจำต้องทำอะไรสักอย่าง ! 

          ตัวอย่าง  ถามตัวเองหน่อยว่า คุณเคยขอมิสซาเรกวีเอม เพื่ออุทิศแก่วิญญาณในไฟชำระบ้างไหม  อาจเป็นบิดามารดา ลูกหลาน ปู่ย่าตายาย หรือญาติ หรือแม้แต่เพื่อนใกล้ชิด ?  แต่อย่าวางตัวว่าเป็นการปฏิบัติฤทธิ์กุศลความเมตตาเลย!

          บางที  พระสงฆ์ที่ล้างบาปคุณ หรือ พระสังฆราชที่โปรดศีลกำลังให้คุณ หรือ บางทีพระสงฆ์บางองค์ที่คุณเคยช่วยมิสซาหลายปีก่อนนั้น เสียชีวิตไปแล้ว ?  ดังนั้น ถ้าคุณอยากจะขอให้เราถวายมิสซาเรกวีเอมคาทอลิก – ภาษาลาติน – สำหรับวิญญาณเหล่านั้น  โปรดติดต่อพระสงฆ์เวลาคุณไปมิสซาวันอาทิตย์หรือวันใดก็ได้ หรือ ถ้าว่างก็ไปที่บ้านพักพระสงฆ์เจ้าอาวาสได้  คุณจะได้ช่วยวิญญาณในไฟชำระสักดวง ดีไหม ?

          โปรดจำไว้  ถ้าเกิดคุณโชคร้ายพบว่าตัวเองอยู่ในไฟชำระ  คุณจะไม่ต้องการใครสักคนในชีวิตนี้ ขอมิสซาเรกวีเอมคาทอลิก เพื่อดวงวิยญาณของคุณ เพื่อผ่อนคลายความร้อนแรงแห่งการทรมาน หรือบางทีอาจมากพอที่จะปลดปล่อยคุณ ออกจากไฟชำระและตรงไปสวรรค์ ยิ่งเร็วยิ่งดีหรือ?  มีหนังสือเล่มหนึ่งกล่าวถึงไฟชำระ  ความร้ายแรงเข้มข้นสุดๆของความเจ็บปวดในไฟชำระ น่าสะพรึงกลัวมากเหมือนกับว่า หนึ่งชั่วโมงในไฟชำระ ดูเหมือนจะเท่ากับสิบปีในโลกนี้ !!!

          โปรดเข้าใจว่า คนที่ไม่ยอมรับรู้ที่จะช่วยวิญญาณที่ทรมานน่าสงสารในไฟชำระ  เป็นต้น คนที่ไม่ยอมออกเงินขอมิสซาให้วิญญาณน่าสงสารในไฟชำระ  จะรู้สึกอย่างไรเมื่อตนต้องไปอยู่และทนทรมานในไฟชำระบ้างเมื่อตายไปแล้ว  และไม่มีผู้ใดช่วยทำบุญออกค่ามิสซา ขอมิสซาเรกวีเอมอุทิศให้เหมือนที่คุณเพิกเฉยขณะนี้ ?   เท่านี้ก็พอที่จะเปลี่ยนใจคุณให้หันมาทำบุญช่วยวิญญาณในไฟชำระ  เพื่อว่า เมื่อถึงเวลาของคุณบ้าง  ก็คงจะมีคนเข้าใจและเห็นใจ ช่วยคุณแบบที่คุณช่วยวิญญาณน่าสงสารในไฟชำระ ตอนนี้ !

                                                                     มิสซาถวายบนพระแท่นสิทธิพิเศษ
                                                                     Masses on privileged altars

          ความศรัทธาแบบคาทอลิกได้เพิ่มรายละเอียดของพิธีมิสซาเกรกอเรียนโดยไม่บังคับเคร่งครัดนัก  เช่นการที่ต้องถวายมิสซาดังกล่าวบน” พระแท่นสิทธิพิเศษ” ในวัดที่กำหนดพิเศษเฉพาะ   และการเลือกมิสซาเรกวีเอมสำหรับผู้ตายเมื่อมีการอนุญาตในหนังสือพิธีมิสซา

          สำหรับ “พระแท่นสิทธิพิเศษ” ที่กล่าวถึงข้างบน  นั่นเป็นชื่อเรียกพระแท่นที่เคยใช้ประกอบพิธีมิสซาของนักบุญเกรกอรี ตอนที่ท่านดำรงตำแหน่งอธิการอารามที่วัดนักบุญอันเดร.

          สิทธิพิเศษเดียวกันนี้ ขยายไปยังวัดอื่นๆด้วย  เริ่มแรกที่กรุงโรม  แล้วก็ที่อื่นอีก  “ พระแท่นสิทธิพิเศษ” เช่นนี้เป็นไปตามมาตรฐาน (ad instar)ดั้งเดิม ที่ต้องมี หากถวายเพียงมิสซาเดียวสำหรับวิญญาณผู้วายชนม์ จะได้เป็นอิสระพ้นจากความเจ็บปวดทรมานในไฟชำระ   สมัยพระสันตะปาปาเลโอที่  13  วาติกันได้ประกาศว่า เป็นเรื่องที่” ศรัทธาและถูกกฎหมายพระศาสนจักร “ ที่จะยึดถือความเชื่อเช่นนั้น  มีใจความว่า  การตัดสินว่าผลประโยชน์ที่ได้จากมิสซาเกรกอเรียนสามสิบมิสซานั้น สามารถได้จากมิสซาเพียงมิสซาเดียว ถ้าถวายมิสซาเรกวีเอมบนพระแท่น ที่ได้รับสิทธิพิเศษในการโปรดพระคุณการุณครบบริบูรณ์ ( การให้อภัยการลงโทษบาปเบาทั้งหมดถ้าเป็นวัตถุประสงค์เรื่องบาป ) สำหรับวิญญาณที่มิสซานั้นถวายอุทิศให้ที่นั่น.

          เกิดมีคำถามอื่นๆขึ้นเมื่อผ่านมาอีกหลายปีเกี่ยวกับมิสซาเกรกอเรียน  สามสิบมิสซา  เช่น การเปลี่ยนพระสงฆ์ผู้ถวายมิสซาหรือเปลี่ยนพระแท่นที่ถวายมิสซาระหว่างสามสิบวันมิได้ห้ามไว้  ยิ่งกว่านั้น  มิสซาและบทภาวนาอาจปฏิบัติเป็นสาธารณะสำหรับวิญญาณดวงเดียวกัน แม้จะนานหลังจบมิสซาสามสิบมิสซาแล้ว  และตามที่เป็นจริง ความศรัทธาแบบคาทอลิกใน้มเอียงที่จะปฏิบัติเช่นนั้นรวดเร็วทันที  การคงอยู่อย่างเหนียวแน่นของความเชื่อเรื่องไฟชำระ และบทภาวนาและการบุชาถวายสำหรับผู้จากไปยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้  เครดิตมากที่สุดคงตกอยู่กับสมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีผู้เรืองนาม  สิบสี่ศตวรรษหลังการสิ้นพระชนม์ของพระองค์.

Why were they discontinued?
ทำไมไม่ต่อเนื่อง ?

          ตอนนี้ขอมาตอบคำถามที่ 2  ที่ว่า  ทำไมการปฏิบัติที่ว่านี้ไม่ต่อเนื่อง ?  ขอตอบว่า  ในช่วงเวลาเขียนคำตอบนี้  เป็นเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ที่พ่อเองพึ่งเสร็จการถวายพิธีมิสซาสามสิบมิสซาสำหรับวิญญาณของ C.N.  หลังจากพักสั้นๆ  พ่อจะเริ่มชุดสามสิบมิสซาที่สองเพื่อบิดาผู้วายชนม์ของเพื่อนคนหนึ่ง   การถือปฏิบัติเห็นชัดว่าไม่มีการขาดตอนแต่อย่างใด

          แต่ พ่อขอพูดแบบพระสงฆ์เกษียณซึ่งกลับไปยึดประเพณี  ทุกวันนี้ “ สัตบุรุษของพ่อ “ จำนวนน้อยลงมากกว่าที่พ่อเคยมี  ดังนั้น พ่อจึงเป็นอิสระที่จะรับการถวายสามสิบมิสซาตามแต่โอกาสจะอำนวย  อย่าลืมว่า  ทุกวันนี้ จำนวนพระสงฆ์ เจ้าวัดที่ดีๆและพอหาได้นั้น ลดลงมาก  เลขานุการพระสงฆ์ตามวัดต่างๆอาจต้องลดการรับคำขอมิสซา” ชุดสามสิบมิสซา” ซึ่งต้องถวายติดต่อกันสามสิบวันโดยไม่มีวันหยุด.

          พ่ออยากเสริมว่าการประชุมพระสังฆราชสากลอาจจะทำงานแบบไม่ค่อยสนใจและไม่ต่อเนื่องในการปฏิบัติมิสซาสามสิบมิสซานี้   น่าจะเป็นการชวนระลึกที่กล้าหาญและย้ำถึงคำสอนเรื่องไฟชำระ และเรื่องความสำคัญของคำภาวนาและมิสซา ถวายเพื่อสัตบุรุษผู้วายชนม์  สิ่งซึ่งอยู่นอกเหนือความเขื่อโปรเตสตันท์ และ ดังนั้น เหมาะสมมากที่จะยกสิ่งพันคอโปรเตสตันท์ออกไปเสีย  พ่อไม่มั่นใจว่าพระสงฆ์หนุ่มๆปัจจุบันนี้ ได้รับการศึกษาอบรมให้ปรับประวัติศาสตร์หรือการปฏิบัติมิสซาเกรกอเรียนสามสิบมิสซาหรือเปล่าไม่ทราบได้.

Where can they be said?
แล้วจะหามิสซาเกรกอเรียนเรกวีเอมลาตินได้ที่ไหน?

The Tridentine Mass   มิสซาภาษาลาตินดั้งเดิม
A Brief Explanation  คำอธิบายสั้นๆ

         นี่คือมิสซาจารีตโรมัน ซึ่งทำถวายทั่วโลกจนถึง ปี 1969   มิสซาลาตินดั้งเดิมบางครั้ง (แม้เกิดเข้าใจผิด) อ้างถึงมิสซาไตรเด็นไทน์  เพราะว่าหนังสือคู่มือมิสซา(Missale) ที่กำหนดแบบโดยพระสันตะปาปานักบุญปีโอที่ 5  ด้วยคำขอพิเศษของบรรดาปิตาจารย์แห่งสังคายนาเตรนโตในศตวรรษที่ 16 ( คำคุณศัพท์ Tridentine ก็มาจากชื่อเมือง Trent นี่เอง) อย่างไรก็ดี มันสำคัญมากที่จะย้อนรำลึกถึงว่า ที่พระสันตะปาปาปีโอที่ 5 ตีพิมพ์ในปี 1570 นั้น เป็นหนังสือคู่มือมิสซา ที่วางพื้นฐานในการปฏิบัติทางพิธีกรรมต่อเนื่องของพระศาสนจักร ตั้งแต่สมัยพระสันตะปาปานักบุญเกรกอรีผู้เรืองนามในศตวรรษที่ 6

          มิสซาลาตินดั้งเดิมอยู่คู่กับศาสนจักรตะวันตกเป็นเวลาถึง  1570 ปี    เป็นมิสซานี้นี่เองซึ่งดลดาลใจบรรดานักบุญและมรณสักขีมากมายของพระศาสนจักร และฟูมฟักความเชื่อของชนรุ่นต่อๆมานับไม่ถ้วน  มันเป็นมิสซาที่ไปคู่กับมิสชันนารีทั่วโลก เพื่อไปเอาวิญญาณทั้งหลายเพื่อพระคริสตเจ้า.

          มิสซาลาตินดั้งเดิม ยังเรียกกันอีกชื่อว่า มิสซาจารีตโรมัน   หลังสังคายนาเตรนโต  พระสันตะปาปานักบุญปีโอที่ 5 ได้ทรงออกสังฆกำหนด Quo Primum Tempore (1570) ซึ่งประกาศเป็นสมณบัญญัติให้มิสซาโรมันที่เข้าระบบเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักร   สังฆกำหนดยังค้ำประกันการใช้จารีตโรมันเสมอไป  และยืนยันจารีตดั้งเดิมให้ถือปฏิบัติในคณะนักบวชต่างๆ ( เข่น คณะดอมีนิกัน)  ซึ่งพากันใช้พิธีนี้มาเป็นเวลา 200 ปีแล้ว.


                             Why is the Mass celebrated in Latin?  ทำไมมิสซาต้องถวายเป็นภาษาลาติน ?

          ลาตินเป็น(และยังคงเป็น) ภาษาทางการของคริสตศาสนจักรตะวันตก  ตั้งแต่ อย่างน้อยศตวรรษที่สี่มาแล้ว ถ้าไม่ใช่ก่อนนั้น คุณประโยชน์ที่ได้รับมีดังนี้ :

          1.  สามารถหลีกเลี่ยงความต้องการไม่หยุดหย่อนที่จะทบทวนพิธีกรรม ให้ทันกับวิวัฒนาการของภาษาสมัยใหม่

          2.  ภาษานี้สัมพันธ์กับวัตถุประสงค์เทิดทูนการนมัสการพระเจ้า

          3.  การใช้ภาษาลาตินในทุกประเทศและข้ามหลายศตวรรษ เป็นสัญลักษณ์ทรงอำนาจของเอกภาพของพระศาสนจักร

          4.  พิธีกรรมลาตินได้ฟูมฟักให้เกิดนักบุญหลายพันและสัตบุรุษผู้มีความเชื่อนับไม่ถ้วนมาแล้ว

          5.  การใช้ภาษาลาตินทำให้สามารถใช้ประโยชน์ดนตรีดั้งเดิมของพระศาสนจักรต่อไป

          6.  ภาษาลาตินได้รับการยกย่องและปกป้องจากบรรดาพระสันตะปาปาจำนวนมากทุกยุคทุกสมัย

          7.  โดยที่การเดินทางไปทั่วโลกเป็นไปได้เพิ่มมากขึ้น  คาทอลิกทุกคนสามารถเข้ามีส่วนร่วมในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักร(ด้วย
               ภาษาเดียวกัน) ไม่ว่าที่ใดในโลก.

          ทีนี้ก็มาถึงคำถามที่ 3  ที่ว่า  เราสามารถพบการถวายมิสซาเกรกอเรียนลาตินได้ที่ไหน ?  และคำตอบก็คือ  ที่ที่มีการถวายมิสซานี้ไง   พระสงฆ์ที่อยากทำมิสซานี้ ซึ่งหากตารางทำมิสซาไม่ตึงนัก กำลังรอคอยอย่างมีเหตุผล พร้อมจะทำมิสซาแบบนี้ พ่อว่าคำตอบนี้ชัดเจน  (  ใช่  สำหรับสหรัฐ  แต่ไม่ใช่สำหรับประเทศไทยแน่  เพราะ เหลือพระสงฆ์(แก่ๆที่รู้จักวิธีทำมิสซาลาตินเพียงสองสามองค์เท่านั้น  ที่ยอมรับว่า คงทำให้ไม่ได้ ) 

          ในอดีต บรรดาพระสงฆ์ตามอารามฤาษีต่างๆ บ่อยมากจะรับคำขอมิสซาเกรกอเรียน – ชุดสามสิบมิสซาก็ไม่เกี่ยง   พ่อขอสวดภาวนาให้กระแสเรียกบรรดาฤาษีเพิ่มขึ้นเร็วๆและมากๆ  เพื่อจะมีพระสงฆ์ที่พร้อมเสมอตามอารามฤาษี ที่สนใจและสามารถรับภาระสามสิบมิสซาเกรกอเรียน  คือ ถวายมิสซาสามสิบวันเพื่อวิญญาณผู้วายชนม์พิเศษนั้น.

          ในประเทศไทย  เท่าที่ Petervich ทราบ  วาติกันได้ส่งสังฆลิขิต  Motu Proprio Summorum Pontificum ที่พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ขอร้องให้สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย  จัดให้พระสังฆราชประจำสังฆมณฑลต่างๆ ระบุวัดอย่างน้อยหนึ่งแห่งให้เป็นวัดที่สามารถประกอบพิธีมิสซาดั้งเดิมภาษาลาตินได้โดยไม่ต้องขออนุญาตอีก  และให้เตรียมจัดหาพระสงฆ์ที่สามารถทำมิสซาลาตินเตรียมไว้  เมื่อมีกลุ่มคาทอลิกผู้ศรัทธาในพิธีมิสซาลาตินร้องขอ  ก็ให้จัดการถวายมิสซาดังกล่าวทันที    หากมีข้อขัดข้องประการใด  ให้ส่งคำขอหารือไปที่วาติกันได้
          หนังสือมาจากสันตะสำนักฉบับดังกล่าวมาถึงมือสภาพระสังฆราชไทยหลายปีแล้ว  ตั้งแต่ท่านพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ได้รับเลือกเข้าทำหน้าที่พระสันตะปาปา  ประเทศอื่นๆเขาทำตามพระบัญชาของพระสันตะปาปาเป็นส่วนใหญ่  แต่น่าเสียดาย ที่ประเทศไทยเมินเฉยต่อคำสั่งทำนองขอร้องนี้ เพื่อประโยชน์และความดีของพระศาสนจักรคาทอลิกเอง

           เร็วๆนี้ วาติกันโดยพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ได้ส่งสมณลิขิต ขอให้บ้านเณรหรือ seminary ที่ผลิตพระสงฆ์ ให้รีบจัดการสอนและอบรมภาษาลาติน ให้เณรทุกระดับ  จนเป็นเณรใหญ่และบวชเป็นพระสงฆ์นั้น ต้องศึกษาภาษาลาตินให้แตกฉาน  สามารถอ่านตำราภาษาลาตินได้  และเป็นต้น สามารถประกอบพิธีมิสซาดั้งเดิมที่เป็นภาษาลาตินให้ได้ด้วย  ไม่ทราบว่า เรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว  ทราบเพียงว่า "ผู้ใหญ่" พยายามจี้บรรดาเณรและพระสงฆ์ให้สนใจภาษาลาตินให้มากกว่านี้  จึงจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง  ขอเรียนว่า Petervich ที่เป็นเณรบางช้าง(ตรงข้ามวัดบางนกแขวก สมุทรสงคราม ) แล้วไปเรียนต่อที่บ้านเณรปีนัง  ก็เรียนเป็นภาษาลาตินตลอด  ปัจจุบันก็ยังพอใช้การได้  ไม่ยากนะครับภาษาลาตินที่เป้นภาษาของศาสนาพระเจ้าของเรา         

           ไม่ทราบว่า มีอะไรขัดข้องร้ายแรงหรืออย่างไร  ทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ต้องถึงสภาพระสังฆราชกระมัง   Petervich ทราบมาเท่านี้ก็เล่าให้ฟังได้เท่านี้  รู้เพิ่มมาก็จะนำมาเพิ่มให้ฟัง  คงจะดีเป็นแน่ ใช่ไหมครับ.

           Eternal rest grant unto them, O Lord.                        Requiem aeternam dona eis , Domine
           And let perpetual light shine upon them.                     Et lux perpetua luceat eis.
           May they rest in peace, Amen.                                     Requiescant in pace. Amen


                                                   จงเตรียมตัวสำหรับความตาย และวางแผนมิสซาเรกวีแอมของคุณก่อนที่จะสายไป
                                               Prepare for Death and Plan Your Requiem Mass Before it is too Late

by Fr. Peter Carota                                                                                                               
Traditional Catholic Priest
Posted on August 14, 2013

Last week and today I offered the Latin Requiem Mass for families of people who have died in Mexico and are un able to be there.  So they have asked for a Holy Latin Mass for their family member here at St. Catherine of Siena in Phoenix.  Even though the body is not present a Catafalque is set up and covered with the pall and six large candles are placed around the Catafalque.

สัปดาห์ที่แล้วและวันนี้ พ่อถวายมิสซาเรกวีแอมลาตินสำหรับครอบครัวของคนที่ถึงแก่กรรมในเม็กซิโก และผู้ขอมิสซาไม่สามารถไปร่วมมิสซาที่นั่นได้   ดังนั้น พวกเขาได้ขอมิสซาศักดิ์สิทธิ์ภาษาลาตินมิสซาหนึ่ง สำหรับสมาชิกครอบครัวของพวกเขาที่วัดนี้ คือที่วัดนักบุญแคทเธอรีนแห่งซีเอนาในเมือง Phoenix  แม้ร่างผู้ตายนำมาที่วัดไม่ได้  แต่ได้จัดที่ตั้งศพไว้และคลุมด้วยผ้าคลุมหีบศพและตั้งเทียนขนาดใหญ่หกเล่มรอบที่ตั้งศพนั้น.

I am so glad to be able to speak at these Requiem Masses about preparing well for death by a sincere confession and the consequences of dying in the state of mortal sin (Hell).  I talk about Purgatory and Heaven.  People do not speak at these Requiem Masses.  Therefore I do not have to hear the Eulogy about how everyone is already up in heaven and are now angels.  ”They are no longer suffering.”  I have heard and heard this over and over again in the hundreds of Novus Ordo Funerals I have presided over.  What about the suffering in Hell?  What about the pains of the fire of Purgatory?  Why are we even having the Holy Mass offered for their souls if they went straight to Heaven?

พ่อรู้สึกดีใจที่สามารถพูดในมิสซาเรกวีแอมลาตินเหล่านี้ เกี่ยวกับการเตรียมตัวอย่างดีเพื่อความตาย ด้วยการแก้บาปอย่างจริงใจ และผลที่ตามมาของการตายในบาปหนัก (นรก)   พ่อพูดถึงไฟชำระและสวรรค์  ผู้คนไม่ค่อยคุยกันนักในมิสซาเรกวีแอม  ดังนั้น  พ่อก็ไม่ต้องได้ยินการแสดงโวหารที่ว่าคนหนึ่งไปสวรรค์แล้วและตอนนี้เป็นเทวดาแล้ว  “ พวกเขาไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไปแล้ว”   พ่อได้ยินถ้อยคำแบบนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า เวลาไปร่วมพิธีมิสซาผู้ตายแบบใหม่(ใช้ภาษาถิ่น)ที่พ่อไปร่วมเป็นประธาน  อะไรคือการทนทุกข์ทรมานในนรก?    อะไรคือความเจ็บปวดแสนสาหัสในไฟชำระ?     แล้วทำไมเราจึงจะมีมิสซาศักดิ์สิทธิ์ถวายเพื่อวิญญาณของพวกเขาถ้าบอกว่าพวกเขาตรงไปสวรรค์แล้ว?

I will wager that most of you at the Novus Ordo masses never hear about purgatory.  Yet on All Souls Day and through out November masses are offered for the Holy Souls.  All the money given in the All Souls envelopes is given to the priests as a stipend.  They gladly take the money but fail to mention why they are receiving (a very large sum every year) the money.  This money is given for masses for the deceased because the Holy Catholic church believes in Purgatory and has November as the month to pray to get souls out of purgatory.

พ่อพนันว่าพวกคุณส่วนใหญ่ที่ไปมิสซาใหม่(ใช้ภาษาถิ่น)ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับไฟชำระ กระนั้นก็ดี  ในวันฉลองสมโภชนักบุญทั้งหลาย (วันที่ 3 พฤศจิกายน) และตลอดเดือนพฤศจิกายน มิสซาต่างๆจะถวายสำหรับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์  เงินที่ได้รับทั้งหมดที่ใส่ซองหรือบริจาควันฉลองนักบุญทั้งหลาย จะมอบให้กับพระสงฆ์เป็นเงินขอมิสซา  พระสงฆ์จะยินดีรับเงินนั้น แต่ลืมคิดว่าพวกตนรับเงิน (ก้อนโต)เหล่านั้นมาทำไม   ความจริงเงินจำนวนนี้ให้มาเพื่อมิสซาสำหรับผู้วายชนม์ เพราะพระศาสนจักรคาทอลิกเชื่อว่ามีไฟชำระ และถือเอาเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนที่สวดภาวนาวิงวอนเพื่อให้วิญญาณรอดจากไฟชำระ (แต่หลังสังคายนาวาติกันที่สอง เพื่อเอาใจคริสตชนนิกายอื่น  มีการกำชับกันมิให้พูดถึงไฟชำระ  เพราะพวกเขาไม่เชื่อว่ามีไฟชำระ เหมือนพวกเราชาวโรมันคาทอลิก!)

The devil loves most funerals.  He loves that very very rarely does the word hell ever gets mentioned at a funeral.  People are grieving and that is difficult.  But that does not justify denying the fact that if you die with one mortal sin you go to hell period.  How many funerals I have said where the person never went to mass.  ”He was a good person, he loved his family and he is in heaven” is always said.  That does not cut it.  So everyone goes on thinking there is no hell and if there is, absolutely no one goes there.

ปีศาจนั้นชอบงานศพที่สุด  มันรักงานศพที่ว่านานมากๆคำว่านรกจะเอ่ยในงานศพ   คนกำลังเศร้าโศกและยากที่จะทำอะไร  แต่นั่นไม่ยุติธรรมที่จะปฏิเสธความจริงที่ว่า ถ้าคุณตายโดยมีบาปหนักประการเดียวก็ต้องไปสู่นรก  งานศพมากมายเพียงใดที่พ่อจะบอกว่าคนไม่เคยไปร่วมพิธีมิสซา  จะพูดกันว่า “ เขาเป็นคนดี  เขารักครอบครัวของเขา และดังนั้นก็อยู่ในสวรรค์แล้ว “ จะพูดกันดังนี้เสมอ  นั่นไม่สามารถตัดขาดเรื่องนี้  ดังนั้น  ทุกคนก็จะพากันคิดว่าไม่มีนรก และถ้ามี  เด็ดขาดเลย ไม่มีใครตกลงไปในนั้นแน่.

 And we priest, so we do not offend anyone, continue to indirectly lie and fool the people in thinking that their loved one is in heaven with God because we do not say anything about hell if they died without confessing mortal sins.  I say “it does not look good” when someone dies in mortal sin.  I will leave the final judgement to God, but it is most probable that they are in hell, and I am very very sad about that, and for this reason, want to let people know that it is not easy to enter the Kingdom of God as Jesus said.  I want to live my life to save souls from going to hell.  I want to get people into heaven.

และพวกเราพระสงฆ์ เราคงไม่ทำให้ใครสะดุด  คงโกหกวกวนและหลอกคนให้คิดว่าผู้ที่พวกเขารักนั้นอยู่ในสวรรค์กับพระเป็นเจ้าแล้ว เพราะเราไม่พูดอะไรเกี่ยวกับนรกถ้าพวกเขาตายโดยที่ยังมิได้สารภาพบาปหนัก  พ่อว่า “ มันดูไม่ดี “ เมื่อบางคนตายในบาปหนัก  พ่อจะทิ้งคำพิพากษาสุดท้ายให้แก่พระเป็นเจ้า  แต่ มันค่อนข้างจะเป็นไปได้ว่าพวกเขาไปอยู่ในนรก  และ พ่อรู้สึกเสียใจมากๆเกี่ยวกับเรื่องนั้น  และ เพราะเหตุนี้นี่เอง พ่อต้องการให้คนรู้ว่า มันไม่ง่ายที่จะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเป็นเจ้าดังที่พระเยซูเจ้าตรัสไว้  พ่อต้องการดำเนินชีวิตของพ่อในการช่วยวิญญาณจากการที่จะต้องไปนรก  พ่อต้องการให้พวกเขาเข้าสู่สวรรค์.

One time in 1946 someone asked Sister Lucia (from the apparition of Fatima) how was it possible that a young women would be in Purgatory till the end of time?   When Mary appeared in 1917, Lucia was asked to inquire about a young women they all knew who had died in Fatima and was told by the Virgin Mary that she was going to be in purgatory till the end of time.  Lucia answered, “what is to be in purgatory till the end of time compared with being in hell for all eternity for one mortal sin.”

ณ เวลาหนึ่งในปี 1946  คนบางคนถามซิสเตอร์ลูเชีย( ผู้เห็นการประจักษ์ของแม่พระแห่งฟาติมา)ว่า เป็นไปได้อย่างไรที่สตรีสาวคนหนึ่งอาจอยู่ในไฟชำระจนสิ้นสุดกาลเวลา? [เมื่อพระแม่มารีอาประจักษ์มาในปี 1917  ลูเชียได้รับคำขอร้องให้ถามแม่พระเกี่ยวกับสตรีสาวผู้หนึ่งที่ทุกคนทราบดีว่าถึงแก่กรรมที่ฟาติมา และได้รับคำตอบจากแม่พระว่าเธอคนนั้นอยู่ในไฟชำระจนถึงสิ้นสุดกาลเวลา]  ลูเชียได้ตอบผู้ถามว่า “ มันเป็นอะไรหากอยู่ในไฟชำระจนสิ้นกา
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: