หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กฎหมายพระศาสนจักรเกี่ยวกับสังฆานุกรถาวร  (อ่าน 100 ครั้ง)
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2037



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: ตุลาคม 05, 2018, 04:24:24 PM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                                                                             กฎหมายพระศาสนจักรเกี่ยวกับสังฆานุกรถาวร
                                                                                      Canon law  concerning the  permanent deacons
The Code of Canon Law
Alan  Petervich  20  ตุลาคม  2012

          -ข้อมูลเกี่ยวกับ Permanent deacons มีมากจากหลายแหล่ง เริ่มจากศูนย์กลางพระศาสนจักรคือวาติกันและจากสังฆมณฑลต่างๆทั่วโลก ที่จัดให้มี diaconate หรือ ฐานันดรที่สาม - สังฆานุกร  แม้ในหลายประเทศ เป็นต้นประเทศแถบเอเซียและอาฟริกา  จะไม่เห็นคุณประโยชน์และความสำคัญของการมีสังฆานุกรถาวรมากนักก็ตาม  เนื่องจาก สภาพระสังฆราชประเทศเหล่านั้น ( รวมทั้งไทยด้วย )  คิดเอาว่า  ต้องมีการลงทุนสูงและการจัดการยุ่งยากมาก กว่าจะได้สังฆานุกรถาวรมา  ดูแล้วไม่น่าจะคุ้มที่อุตส่าห์ลงทุนลงแรงตามขั้นตอนที่กำหนดจากวาติกัน  จึงดูจะมีมติว่า  งานที่สังฆานุกรถาวรทำนั้น ใช้ฆราวาสธรรมดาๆ  ไม่ต้องรับศีลบรรพชาเป็นศาสนบริกรก็ง่ายมาก  และสามารถทำได้ไม่ยากเย็นเท่าการจัดหาและอบรมให้ได้สังฆานุกรถาวรที่คิดกันเสียอีก  กอร์ปกับเหตุผลอื่นๆอีกหลายประการ  สังฆานุกรถาวรจึงไม่ได้รับความสนใจจากบรรดาพระสังฆราช ในสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย

          มีข้ออ้างอีกอย่างก็คือ ถามกันว่า  ใครว่าพระสงฆ์มีจำนวนน้อย  ไม่พอส่งไปทำงานตามวัดต่างๆ   ตามสถิติแล้ว  พระสงฆ์เพิ่มจำนวนขึ้นในหลายประเทศ - รวมทั้งประเทศไทยด้วย ( คงนับพระสงฆ์ต่างประเทศที่ขอให้เขามาช่วย หรือ เขาขอเข้ามาทำงานเอง ด้วย ) จำนวนพระสงฆ์เมื่อถัวเฉลี่ยแล้ว  มองว่า ก็พอเพียงแล้ว  งานปลีกย่อยอื่นๆที่ไม่สำคัญนัก  ก็ให้ฆราวาสชายหญิงผู้ศรัทธาและใจบุญหลายๆคนในวัดต่างๆ ช่วยทำก็แล้วกัน  ง่ายดีกว่าหาเรื่องยุ่งยากจัดสังฆานุกรถาวร  ว่าเข้านั่น !!!

          ความจริงพระสงฆ์ไม่พอดอก  ทั้งในต่างประเทศและประเทศไทย  จึงน่าจะหาทางที่สมควรแก่เหตุ มาช่วยแก้ไขจำนวนพระสงฆ์ให้เพิ่มขึ้นได้อีก  จากบุคลากรที่รับศีลบรรพชาแล้วนั่นแหละ  เพราะพวกเขาเหล่านั้นได้รับ  Educational Formation ชุดเดียวกับพระสงฆ์มาแล้วที่บ้านเณร แต่ถึงเวลาบรรพชา  เขาแบ่งเป็นสองกลุ่ม  คือกลุ่มแรกเป็น  Transtional Deacons หรือสังฆานุกรที่เตรียมรับศีลบรรพชาขั้นที่สองเป็นพระสงฆ์ และมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ตัดสินใจไม่ได้  จึงรอก่อนด้วยการเป็นสังฆานุกร ที่ยังไม่ขอรับศีลบรรพชาเป็นพระสงฆ์ คือเป็น สังฆานุกรถาวรที่เรียกว่า Permanent Deacons  นั่นแหละครับ

          มาถึงจุดนี้  ควรมีการปรึกษาหารือกันระหว่างผู้ใหญ่ศาสนจักรท้องถิ่น หรือพระสังฆราช กับ ฝ่ายบริหารอื่นๆ  เมื่อมีสังฆานุกรถาวรคนใด เปลี่ยนใจ  กลับมาขออนุญาตรับศีลบรรพชาเป็นพระสงฆ์  คงจะทำความยินดีให้พระสังฆราชและคณะผู้บริหารสังฆมณฑลมิใช่หรือ  อย่างน้อยก็จะได้พระสงฆ์เพิ่มขึ้น  โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงมากมายอีก  เนื่องจาก สังฆานุกรคนนั้น ได้รับการคัดเลือก ให้เข้าศึกษาแบบเดียวกับเณรที่เตรียมบรรพชาเป็นพระสงฆ์อยู่แล้ว   ผมว่า พระคุณเจ้าน่าจะรีบพิจารณาและตัดสินใจ  หากเห็นว่าเหมาะสม  คงใช้เวลาพิจารณาไม่นาน ก็จะได้พระสงฆ์เพิ่มเติมมาอย่างง่ายๆ  นี่เป็นความคิดของผมนะครับ

          ทำไมจึงคิดว่าเป็นเรื่องง่ายกว่าอีกกรณีหนึ่งนะครับ  ดูข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างประเทศที่พูดถึงสังฆานุกรถาวรที่เปลี่ยนใจดูไหมครับ ?

          Can a permanent deacon become a priest if his wife dies? สังฆานุกรถาวรสามารถบวชเป็นพระสงฆ์ได้ไหมถ้าภรรยาของเขาเสียชีวิต -- นี่คงหมายถึงสังฆานุกรถาวรที่แต่งงานแล้ว ไม่ใช่สังฆานุกรถาวรโสดนะครับ

          Allowing permanent deacons (married or widowed) to become priests may, in the future, be an answer to the priest shortage. By the way, does anyone know if the Orthodox churches have the same problem that the Catholic Church has with the shortage of priests? คำตอบ = การอนุญาตให้สังฆานุกรถาวร ( แต่งงานแล้วหรือเป็นหม้าย )ให้สามารถบวชเป็นพระสงฆ์ได้  ในอนาคต  เป็นคำตอบเมื่อสังฆมณฑลนั้นขาดแคลนพระสงฆ์  นี่นะครับ  ใครทราบบ้างว่าศาสนจักรออทอร์ด๊อก  มีปัญหาเดียวกันกับที่พระศาสนจักรจารีตโรมันคาทอลิกเผชิญ คือขาดแคลนพระสงฆ์

          ขนาดสังฆานุกรที่แต่งงานแล้วหรือ เป็นหม้ายเพราะภรรยาตาย  เขายังมีการพิจารณาจะให้บวชเป็นพระสงฆ์ได้  ก็ กรณีสังฆานุกรถาวรที่เป็นคนโสด  ถ้าเปลี่ยนใจเห็นกระแสเรียกแล้วอยากบวชเป็นพระสงฆ์  พระสังฆราชจะรอพิจารณาอะไรอีกครับ  ผมว่าท่านคงรีบพิจารณาอนุญาตทันทีเลยนะครับ.

          There are many different considerations. I see from the positngs that there are rare exceptions made that permits a permanent deacon, widowed, to be ordained a priest.

          The lose of a spouse is dramatic, and also unique to each person who goes through this. A married permanent deacon saw his vocation as a married deacon and fulfilled it as a husband and probably as a father. The drama and grief and the emptiness might for a while have a widowed deacon consider preisthood in part as a noble fulfillment of the emptiness he faces in the early stages of grief. Men nurture through the work they do and what they can produce to support others. A man in this situation with grown children out on their own might think that if he took on a "busier" life as a priest-pastor it could compensate for the hole in his life at the moment. He needs support from others in his parish circle, or other deacons, Bishop or from where ever to see how his role as deacon takes on a different aspect than when his wife was there supporting his role in what ever capasity she had during their years when he was deacon and husband.

          ผมขอสรุปข้อความข้างบนสั้นๆว่า  โดยที่สังฆานุกรที่มีครอบครัว มีความสุขในครอบครัวกับภรรยาและลูกๆ  จะเหงามากเมื่อภรรยาเสียชีวิต  การได้มาใช้ชีวิตเป็นพระสงฆ์อาจจะทดแทนความหว้าเหว่ในชีวิต

          ข้อนี้ผมไม่เห็นด้วยร้อยเปอร์เซนต์  จากข้อความตอนแรกเราหวังจะได้พระสงฆ์มาทดแทนพระสงฆ์ที่ขาดแคลน คือ มาทำงานเต็มที่ในหน้าที่ของพระสงฆ์  ไม่ใช่มาเป็นพระสงฆ์เพื่อแก้เหงา  มันคงไม่ใช่  สังฆานุกรถาวรแบบนี้น่าจะไม่ได้รับการพิจารณาเป็นพระสงฆ์แน่นอนครับ

          คุณ diaconos และท่านสมาชิกผู้เข้ามาในกระดานสนทนาของเรา  คงพอได้ข้อมูลแล้วว่า  เป็นการตัดสินที่ยากมากสำหรับบรรดาพระสังฆราชที่จะเปิดสำนักงานสังฆานุกรถาวรและจัดให้มีสังฆานุกรถาวรในประเทศไทย  ผมเข้าใจบรรดาพระคุณเจ้าทั้งหลายทั้งปวง  แต่ขอร้องท่านพระคุณเจ้า  ได้โปรดกลับไปดูประมวลกฎหมายพระศาสนจักร  ว่าด้วยพระสงฆ์และสังฆานุกร รวมทั้งสังฆานุกรถาวร  บางทีพระคุณเจ้าบางองค์อาจเปลี่ยนใจ  มาพิจารณาจัดการตามข้อเรียกร้องจากวาติกันก็ได้นะครับ.

          คราวหน้า เราจะนำประมวลกฎหมายพระศาสนจักร  บรรพ 4  ว่าด้วยการบรรพชาพระสงฆ์และสังฆานุกรถาวรมาอธิบายให้ทราบ - ครับ.

                                                                                                Ad  Majorem  Dei  Gloriam

                                                                                                        Alan  Petervich
 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: