หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สังฆานุกรหญิงสามารถนำไปสู่พระสงฆ์หญิง–และวาติกันก็รู้เรื่องนี้  (อ่าน 97 ครั้ง)
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2037



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: ตุลาคม 10, 2018, 11:28:20 AM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                                                 สังฆานุกรหญิงสามารถนำไปสู่พระสงฆ์หญิง–และวาติกันก็รู้เรื่องนี้
                                                   Female deacons could lead to female priests – and the Vatican knows it
Andrew Brown

Pope Francis’s latest suggestion will be strongly opposed, but the problem for traditionalists is that the New Testament is not on their side  การเสนอแนะล่าสุดของโป๊บฟรังซิส(ให้ฟื้นฟูสังฆานุกรหญิง) จะถูกขัดขวางอย่างรุนแรง แต่ปัญหาสำหรับนักธรรม-ประเพณี     ดั้งเดิมก็คือว่าพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ไม่เข้าข้างพวกเขานั่นเอง.

Fri 13 May 2016 16.59 BSTLast modified on Fri 13 May 2016 21.08 BST
 
 ‘This would be a purely academic argument were it not for the celibacy crisis in the Catholic priesthood.’  ‘นี้อาจจะเป็นข้อโต้แย้งทางวิชาการเพียวๆที่ไม่ใช่สำหรับวิกฤติการณ์การถือโสดในสังฆภาพสงฆ์คาทอลิก’  Photograph: AP

Pope Francis has made many friends outside the Catholic church and many enemies inside it. His latest, throwaway suggestion that women might be ordained deacons will make him thousands of new friends – and even more embittered enemies. For it touches directly on the most neuralgic question in contemporary Catholicism: the constitution of the priesthood. โป๊บฟรังซิสได้เพื่อนมากมายนอกศาสนจักรคาทอลิก และศัตรูมากมายในนั้นด้วย  เรื่องท้ายสุดของเขา โยนทิ้งเสียซึ่งข้อเสนอแนะที่ว่า ผู้หญิงอาจจะได้รับการบวชเป็นสังฆานุกร จะทำให้เขาได้เพื่อนใหม่อีกหลายพัน – และแม้ศัตรูที่ขมขื่นมากกว่า เพราะว่า มันแตะตรงบนคำถามที่ทำให้เป็นโรคปวดวิถีประสาทที่สุดในคริสตศาสนาแห่งยุคสมัย:ธรรมนูญของสังฆภาพสงฆ์

Deacons aren’t priests, of course. They don’t, in Catholic doctrine, have the thaumaturgic powers of absolution and consecration; they can’t represent Christ in the ways that only priests can. But they do represent the church; they are in holy orders. And, at the moment, they have to be male, as do priests and bishops. On the other hand, they can be married, which very few Catholic priests can be. แน่นอน พวกสังฆานุกรไม่ใช่พระสงฆ์ ในคำสอนคาทอลิก พวกเขาไม่มีอำนาจที่จะเล่นกลหรือแสดงอภินิหารในการอภัยบาปและการเสกให้ศักดิสิทธิ์ พวกเธอไม่สามารถเป็นตัวแทนพระคริสตเจ้าในทางที่พระสงฆ์เท่านั้นสามารถปฏิบัติ  แต่พวกเธอทำแทนพระศาสนจักรได้ พวกเธออยู่ในศีลบวชศักดิ์สิทธิ์ และ ณเวลานั้น พวกเขาต้องเป็นผู้ชาย ดังที่ต้องเป็นพระสงฆ์และพระสังฆราช  อีกอย่างหนึ่ง พวกเธอสามารถแต่งงานได้ ซึ่งพระสงฆ์คาทอลิกจำนวนน้อยมาก(ได้รับยกเว้นพิเศษ)สามารถแบบนั้น.

The difficulty for traditionalists is that there were very clearly women called “deacons” in the New Testament. The arguments against ordaining women priests come down ultimately to the fact that Jesus didn’t do it, and neither did the early church. This is extended backwards into a belief that the whole of creation is gendered, so that being male or female has a cosmic, metaphysical significance. And that imaginative picture in turn forms the background to all Catholic teaching about sexuality. ความยุ่งยากสำหรับนักธรรม-ประเพณีก็คือว่า เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าผู้หญิงหลายคนถูกเรียกว่า”สังฆานุกรในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่  ข้อโต้แย้งต่อการบวชพระสงฆ์หญิงในที่สุดลงมาถึงความจริงที่ว่าพระเยซูเจ้ามิได้ทำสิ่งนั้น และทั้งศาสนจักรแรกเริ่มก็มิได้ทำด้วย สิ่งนี้แผ่ขยายกลับไปสู่ความเชื่อที่ว่าการสร้างเป็นเรื่องของเพศ เพื่อว่าการที่จะเป็นชายหรือหญิง มีความหมายทางเมตาฟิสิก และว่า ภาพที่มโนกลับ จะก่อรูปแบบพื้นฐานให้กับคำสอนคาทอลิกทั้งหมดเกี่ยวกับลักษณะทางเพศ.

But ultimately this all rests on a historical belief about what Jesus and his apostles did or didn’t do. He didn’t make women (or anyone) priests; but the early church did recognise men who were doing some of the things that bishops now do, and it did recognise women called deacons. The traditionalist argument is that those women did an entirely different job than what is now meant by the word. แต่ท้ายที่สุด เรื่องนี้ทั้งหมดอยู่บนความเชื่อทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับที่พระเยซูเจ้าและบรรดาอัครสาวกของพระองค์ทำหรือไม่ทำ  พระองค์มิได้ทำพวกผู้หญิง(หรือผู้หญิงคนใด)เป็นพระสงฆ์  แต่ ศาสนจักรแรกเริ่มได้ยอมรับบรรดาผู้ชายซึ่งทำอะไรบางอย่างที่พระสังฆราชตอนนี้ทำ และยังรับทราบบรรดาผู้หญิงที่เรียกกันว่ากลุ่มสังฆานุกร  ข้อโต้แย้งของกลุ่มธรรม-ประเพณีเดิมคือว่า ผู้หญิงเหล่านั้นได้ทำงานในหน้าที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงจากที่ตอนนี้หมายความจากคำที่ว่า.

This would be a purely academic argument were it not for the crisis that the Catholic church faces as a result of its efforts to maintain a celibate male priesthood all around the world. Broadly speaking, in countries where there are plenty of priests, few of them are celibate, while in the rich north there are very few priests, and celibacy is imposed by old age as much as anything. The median age of Catholic priests in the USA had risen to 64 by 2012, and is presumably higher still now. นี้อาจจะเป็นการโต้แย้งทางวิชาการเพียวๆอย่างหนึ่งหากมิใช่วิกฤติการณ์ที่ศาสนจักรคาทอลิกเผชิญ โดยที่เป็นผลลัพท์อย่างหนึ่งของความพยายามของศาสนจักรที่จะธำรงค์สังฆภาพสงฆ์ชายที่ถือโสดทั้งหมดรอบโลก  กล่าวแบบกว้างๆ  ในบรรดาประเทศที่มีพระสงฆ์จำนวนมาก น้อยองค์จะถือโสดบริสุทธิ์จริง ในขณะที่ส่วนภาคเหนือที่ร่ำรวยมีพระสงฆ์เล็กน้อยมาก  และ การถือโสดที่กำหนดไว้ในสมัยโบราณมากเท่าที่ได้เพียงอะไรบางอย่าง  พระสงฆ์คาทอลิกอายุกลางๆในสหรัฐสูงขึ้นถึง 64 ปีใน ค.ศ. 2012  และสูงขึ้นอีกจนถึงปัจจุบันนี้.

The obvious, and probably inevitable, answer is to ordain married men, but for the moment this can be done only for former Anglicans or members of some eastern churches. คำตอบที่เห็นชัดและบางทีคาดไม่ถึงก็คือ บวชผู้ชายที่แต่งงานแล้ว แต่ สำหรับบางช่วงเวลา สิ่งนี้สามารถทำได้เพียงสำหรับคนอังกลิกันหรือสมาชิกของศาสนจักรตะวันออกบางกลุ่ม.

The second possibility would be to make a much greater role for the laity in the church, but the problem there is twofold. Priests like running things, and there are theological reasons why a Catholic parish cannot function without a priest to say mass and hear confessions. ความเป็นไปได้ที่สองอาจจะทำให้เกิดบทบาทใหญ่กว่ามากสำหรับฆราวาสในวัด  แต่ปัญหามีสองทบ  พระสงฆ์นั้นชอบสิ่งที่เคลื่อนไหว และมีเหตุผลทางเทวศาสตร์ที่ว่าทำไมวัดปกครองคาทอลิกแห่งหนึ่ง ไม่สามารถทำหน้าที่ที่ไม่มีพระสงฆ์องค์หนึ่งถวายมิสซาและฟังแก้บาป.

The third problem is that the laity have ideas of their own, and – if they are women – can’t see why there should not be women priests. ปัญหาที่สามคือว่าฆราวาสนั้นมีความคิดของพวกเขาเอง และ—ถ้ามีกลุ่มผู้หญิง—ไม่เห็นว่าทำไมจึงไม่ควรมีพระสงฆ์ผู้หญิง.

Pope John Paul II attempted to close off the question of women priests for a least a couple of centuries. He may have succeeded. But ordaining women deacons would provide a way around the back of his prohibitions. Certainly this was what happened in the Church of England, where the ordination of women as deacons paved the way for their ordination as priests. Once lay people had seen women dressed in priestly robes and performing important functions at the front of the church, the theological distinction between priest and deacons – so very clear and important to anyone inside a dog-collar – came to seem completely irrelevant. โป๊บยอห์นปอลที่ ll ได้พยายามที่จะยุติปัญหาของพระสงฆ์หญิงเป็นเวลาอย่างน้อยสองศตวรรษ พระองค์อาจประสพความสำเร็จ  แต่การบวชสังฆานุกรหญิงอาจจะทำทางอ้อมเรื่องการห้ามของพระองค์ แน่นอนเรื่องนี้ได้เคยเกิดขึ้นใน Church of England ที่การบวชผู้หญิงเป็นสังฆานุกร ถางทางสำหรับการบวชเป็นพระสงฆ์  ครั้งหนึ่ง ประชาชนฆราวาสทั่วไปได้เห็นผู้หญิงแต่งกายในเครื่องอาภรณ์พระสงฆ์ และทำหน้าที่สำคัญข้างหน้าวัด  ความแตกต่างทางเทวศาสตร์ระหว่างพระสงฆ์และสังฆานุกร—เห็นชัดเจนและสำคัญมากสำหรับคนๆหนึ่ง ภายใน ปลอกคอสุนัข—ปรากฎมาเข้ากันไม่ได้โดยสิ้นเชิงทั้งครบ.

The traditionalists in the Catholic church are well aware of this danger. Cardinal Gerhard Müller, who now heads the Congregation for the Doctrine of the Faith, the Vatican body responsible for enforcing doctrine, said in a 2002 interview that “it would be a real discrimination of woman if she is considered as apt for the diaconate, but not for the [priesthood] or [as a bishop]”. กลุ่มธรรม-ประเพณีโบราณในศาสนจักรคาทอลิกเป็นห่วงอันรายข้อนี้เป็นอย่างดี  คาร์ดินัลเกอร์ฮาร์ด์ มีลเลอร์ ผู้ซึ่งตอนนี้เป็นประธาน CDF หน่วยงานวาติกันที่รับผิดชอบการบังคับใช้คำสอน ได่กล่าวในการให้สัมภาษณ์ปี 2002 ว่า “มันอาจจะเป็นการเลือกที่รักมักที่ชังจริงๆสำหรับผู้หญิง ถ้าเธอถูกพิจารณาว่าเหมาะสำหรับฐานานุกรมสังฆานุกร แต่ไม่ใช่สำหร
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: