หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โป๊บยอห์นปอล 2 จัดปูทางสู่ความเป็นนักบุญของตนไว้ล่วงหน้าอย่างไร  (อ่าน 78 ครั้ง)
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2037



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2018, 08:45:41 PM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                                                              โป๊บยอห์นปอล 2 จัดปูทางสู่ความเป็นนักบุญของตนไว้ล่วงหน้าอย่างไร
                                                                                  How Pope John Paul II organized his own sainthood

Vati Leaks - Sunday, July 29, 2012
Comment on this Article
by Tony Bushby

                                                                                           Without prejudice  ปราศจากอคติใดๆ

      Most Catholics are unaware that Pope John Paul II personally engineered his rapid elevation to sainthood. He made his first move in 1983, when, without notice, he abolished the office of the Devil’s advocate. His second move came in 1999 when he realized that his health was declining, and he then waived the condition that prevented the process of canonization from beginning until five years after a candidate’s death. Hence, the rule that had traditionally been used to allow for a more objective look at a person’s life and achievements no longer applied, and Pope John Paul II’s canonization process started just a few weeks after his death. As a result of his own rule changes, John Paul II is now soaring toward sainthood faster than any person in Catholic history.

คาทอลิกส่วนใหญ่ไม่นึกว่าโป๊บยอห์นปอล 2 โดยตนเองนั่นแหละที่จัดให้ตนเองได้รับแต่งตั้งเป็นนักบุญเร็วๆ  เขาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ครั้งแรกในปี 1983 โดยไม่มีใครทันสังเกต เขาได้ยกเลิกสำนักงานทนายฝ่ายค้าน หรือที่เรียกว่า Devil’s Advocate ( ดูคำอธิบายต่อไปว่าคือผู้มีหน้าที่อะไร)  การเคลื่อนไหวที่สองของเขามีอีกในปี 1999 เมื่อเขาคิดได้ว่าสุขภาพของตนกำลังแย่ลง เขาจึงยกเลิกเงื่อนไขที่ขัดขวางกระบวนการแต่งตั้งนักบุญ จากให้เริ่มได้ในห้าปีหลังความตายของผู้ที่จะได้รับการพิจารณา  ที่นี่  กฎที่ว่าดั้งเดิมเคยอนุญาตสำหรับการพิจารณาชีวิตของของบุคคลที่เสนอมาและความสำเร็จในชีวิตของเขา ไม่ต้องนำมาพิจารณาอีกแล้ว  และกระบวนการแต่งตั้งเป็นนักบุญของโป๊บยอห์นปอล 2 ได้เริ่มขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังความตายของเขา  โดยที่เป็นผลจากการเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของเขาเอง  ขณะนี้ ยอห์นปอล 2 กำลังโด่งขึ้นสู่ความเป็นนักบุญ เร็วกว่าใครๆในประวัติศาสตร์คาทอลิก.

Origin of the concept of the Devil’s advocate (ทนายฝ่ายค้าน)
กำเนิดแนวความคิดทนายฝ่ายค้าน – Devil’s Advocate

Originally, Pope John XV (sometimes designated Pope John XVI, 985-996) developed the canonization process, and ordered it to be applied to himself immediately after his death. Then, in 1587, and because of growing criticism and abuse of the procedure, Pope Sixtus V (1585-90) added to the canonization process by establishing an office for a promotor fidei, popularly called the Devil’s advocate (Latin: advocatus diabolus) whose job it was to argue against the canonization of the candidate. He was to publicly take a skeptical view of the candidate’s character, question the evidence, and argue that any miracles attributed to the candidate were fraudulent, etc. For more than four centuries, this process served a useful role in ensuring that canonizations did not proceed without due care, and hence the status of sainthood was not easily achieved. Pope John Paul II made sure that that process didn’t apply to him, and amidst widespread opposition from Catholic groups, he was beatified only six years after his death.

ต้นกำเนิดคือ โป๊บยอห์น 15 (บางครั้งว่าเป็น โป๊บยอห์น 16 , 985-996)  ได้พัฒนากระบวนการแต่งตั้งเป็นนักบุญ  และได้ออกคำสั่งให้ปฏิบัติสำหรับตนเองทันทีหลังความตาย   ดังนั้นในปี 1587 และ เพราะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์และการเป็นที่สะดุดกระบวนการดังกล่าว โป๊บซิกซ์ตูส 5 (1585-90) ได้เพิ่มตำแหน่งหนึ่งในกระบวนการ โดยสถาปนาสำนักงานสำหรับผู้ส่งเสริมความเชื่อ – promoter fidei  ที่ตั้งฉายากันแพร่หลายว่า Devil’s Advocate – Advocatus Diabolus- ทนายฝ่ายค้าน นั่นเอง  ซึ่งงานในหน้าที่คือ โต้แย้งถกเถียงต่อการแต่งตั้งเป็นนักบุญของผู้ได้รับการเสนอ   ทนายผู้นี้ ต้องตั้งข้อสงสัยทางสาธารณะถึงนิสัยใจคอของผู้สมัครรอ    สอบถามประจักษ์พยาน และโต้แย้งที่ว่าอัศจรรย์ใดๆที่นำมาเพื่อผู้สมัครรอนั้นหลอกลวงเชื่อไม่ได้  ฯลฯ ต่อเนื่องมากว่าสี่ศตวรรษ  กระบวนการนี้แสดงบทบาทที่เป็นประโยชน์ในการทำให้การประกาศแต่งตั้งเป็นนักบุญแน่ใจได้ว่า มิได้ดำเนินไปโดยปราศจากการเอาใจใส่จริงจัง  และดังนั้น สถานการณ์เป็นนักบุญคงมิได้สำเร็จโดยง่ายดาย  โป๊บยอห์นปอล 2 ได้ทำให้ตนแน่ใจว่ากระบวนการดังกล่าวคงไม่ใช้กับตน  และท่ามกลางการขัดขวางแผ่กว้างออกไปจากคาทอลิกกลุ่มต่างๆ ยอห์นปอลก็ได้รับแต่งตั้งเป็นบุญราศีเพียงหกปีหลังความตายของเขา.

Later in time, his move to abolish the office of the Devil’s advocate was seen as a purposeful act to prevent public scrutiny of his early life after his death. The Catholic groups who openly expressed deep concern about the Vatican’s rush to sainthood, and the media uproar that their comments created, underscored a significant and irrepressible unease amongst millions of everyday Catholics who have no say in the governance of their Church. Just one month before the endless run-up to the beatification of Pope John Paul II, and to offset the growing criticism from its own ranks, Cardinal Angelo Amato, Prefect of the Congregation for Saints’ Causes stated (on April 1st, 2011), that the late Pope was not being beatified because of his pontificate, but because of the way he lived the Christian virtues of faith, hope and love. During a conference at the Pontifical University of the Holy Cross in Rome, the cardinal said; ‘Clearly his cause was put on the fast track, but the process was done carefully and meticulously following the rules Pope John Paul himself issued in 1983’.

ต่อมาอีกไม่นาน ความเคลื่อนไหวของเขาที่เลิกล้มสำนักงานทนายฝ่ายค้าน เห็นได้ว่าเป็นการกระทำที่หวังผล เพื่อป้องกันการพินิจพิจารณากลั่นกรองสาธารณะในเรื่องชีวิตก่อนนั้นหลังจากที่เขาตายไปแล้ว  กลุ่มตาทอลิกซึ่งแสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งเปิดเผยเรื่องที่เกิดการรีบร้อนของวาติกันไปสู่ความเป็นนักบุญ และสื่อมวลชนที่ฮือฮาด้วยบทวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ได้เน้นความไม่สบายใจที่มีความหมายและไม่สามารถระงับได้ ท่ามกลางคาทอลิกหลายล้านในปัจจุบัน ซึ่งพูดไม่ออกในการปกครองของศาสนจักรของพวกเขา   เพียงหนึ่งเดือนก่อนจะมีการวิ่งรอกไม่จบง่ายๆในการประกาศเป็นบุญราศีของยอห์นปอล 2และเพื่อลดการวิจารณ์ที่เพิ่มมากขึ้นจากฝ่ายฐานานุกรมเอง พระคาร์ดินัลอันเจโล อามาโต ผู้เป็นประธานสมณกระทรวงว่าด้วยนักบุญ ได้ประกาศ (เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2011) ว่า โป๊บผู้ล่วงลับยังไม่ได้รับการประกาศเป็นบุญราศีเพราะเหตุจากช่วงเวลาบริหารงานของพระองค์  แต่ เป้นเพราะวิถีดำเนินชีวิตของพระองค์ ที่ปฏิบัติฤทธิ์กุศลแห่งความเชื่อ  ความหวังและความรักแบบคริสตชน  ระหว่างการประชุมที่มหาวิทยาลัย Pontifical University of the Holy Cross ในกรุงโรม  พระคาร์ดินัลกล่าวว่า ‘ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า กรณีของพระองค์ถูกส่งเข้าสู่เส้นทางรวดเร็ว หรือ fast track  แต่กระบวนการทำกันอย่างระมัดระวังและพิถีพิถันโดยทำตามระบบกฎเกณฑ์ที่โป๊บยอห์นปอลเองได้ประกาศใช้ในปี 1983 ‘

What was Pope John Paul II trying to hide?
โป๊บยอห์นปอล 2 กำลังพยายามซ่อนอะไรไว้?

The long-standing rules of the canonization process were specifically changed by Pope John Paul II himself to ensure that he would be glorified in his death and speedily beatified. Cardinal Angelo Amato, during a conference at the Pontifical University of the Holy Cross in Rome on April 1st, 2011, added that ‘a further sign of his personal holiness was the number of biographies published about him’. The Cardinal failed to mention that none of those biographies reveal the truth about John Paul II’s pre-papal years, and vital information was purposely withheld from public knowledge. Some of them are packed with blatant lies about those years, and one of his more famous biographies covered the years from 1938 to 1946¹ in just 72 words, falsely saying that during that time he was piously studying to be a priest From the ages of 18 to 26).

ระเบียบกฏเกณฑ์ที่ใช้มานานของกระบวนการแต่งตั้งเป็นนักบุญ ได้ถูกเปลี่ยนแปลงเป็นพิเศษ โดยโป๊บยอห์นปอล 2 เอง เพื่อทำให้มั่นใจว่า ตัวเองจะได้รับเชิดชูสิริมงคลหลังจากตายแล้วและได้รับการประกาศเป็นบุญราศีอย่างรวดเร็ว  คาร์ดินัลอันเจโล อามาโต  ระหว่างการประชุมที่ Pontifical University of the Holy Cross ในกรุงโรม เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2011  เสริมว่า ‘ เครื่องหมายต่อไปของความศักดิ์สิทธิ์ส่วนตัวเป็นรายการแสดงประวัติชีวิตที่เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับช่วงเวลาก่อนเป็นสันตะปาปาของยอห์นปอล 2  และข้อมูลสำคัญยิ่งเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวจะได้มาจากความรู้ของสาธารณชน  ข้อมูลบางส่วนเต็มแน่นด้วยการโกหกที่ไม่น่าเชื่อเกี่ยวกับหลายปีในชีวิตเหล่านั้น  และหนึ่งในประวัติชีวิตที่มีชื่อเสียงมากกว่า รวมข้อมูลระหว่างปี 1938 ถึง 1946 เพียง 72 คำ  พูดแบบโกหกพกลมว่า ระหว่างเวลานั้นยอห์นปอลกำลังศึกษาอย่างศรัทธาเพื่อเป็นบาทหลวง จากอายุ 18 ถึง 26 ปี.

 In those biographies, Pope John Paul II purposely distorted the truth about his pre-papal life, and misled millions of Catholics into believing matters about him that were untrue. The Vatican’s presentation of the life of Karol Wojtyla is a deliberate falsification of the facts of history, and the proposal to sanctify him is a cynical priesthood ploy to dishonestly present to the world a vision of devoutness in the leadership of the Catholic Church. It is little-known that there are around 100 sets of Secret Police files in Polish archives that record various aspects of the life of Karol Wojtyla, and the first that is publicly available is dated May 3rd, 1946. At that time, undercover agents claimed that Wojtyla was involved in an anti-Communist demonstration in Kraków that was put down by troops and military tanks. The question to be answered is this; ‘If John Paul II had not abolished the office of Devil’s advocate, would he have ever been beatified?’ The answer is NO and the reasons are revealed in ‘Pope John Paul II’s Dark Secrets’, an upcoming book by Tony Bushby.

ในชีวประวัติเหล่านั้น  โป๊บยอห์นปอล 2 โดยมีวัตถุประสงค์บิดเบือนความจริงเกี่ยวกับชีวิตก่อนเป็นสันตะปาปา  และชักนำคาทอลิกจำนวนหลายล้านให้หลงผิดในการเชื่อเรื่องเกี่ยวกับตัวเขาที่ไม่จริง  การนำเสนอชีวิตของการอล โวจติลาเป็นการสร้างเรื่องโกหกของความจริงแห่งประวัติศาสตร์  และข้อเสนอที่จะทำให้เขาเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นอุบายสังฆภาพแยบยลเพื่อเสนอแก่โลกอย่างไม่จริงใจ ให้เห็นภาพการอุทิศตนในการเป็นผู้นำของศาสนจักรคาทอลิก  เป็นที่รู้กันน้อยมาก ว่า ประมาณ 100 ชุดของแฟ้มตำรวจลับในห้องเก็บรวบรวมเอกสาร ที่บันทึกแง่มุมต่างๆนาๆของชีวิต การอล โวจติลา  และฉบับแรกที่รู้กันแพร่หลายลงวันที่ 3 พฤษภาคม 1946  ณ เวลานั้น ตัวแทนออกหน้าประกาศว่า โวจติลา มีส่วนร่วมในการเดินขบวนต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่เมืองกราโกว์ ที่ถูกบดขยี้โดยหน่วยทหารและกองกำลังรถถัง

คำถามที่ต้องตอบคือคำถามนี้ “ ถ้ายอห์นปอล2 ไม่ยกเลิกสำนักงานทนายฝ่ายค้าน เขาจะได้รับการแต่งตั้งเป็นบุญราศีหรืออย่างไร?  คำตอบก็คือ ไม่  และเหตุผลมีเปิดเผยใน “ความลับดำมืดของ            โป๊บยอห์นปอล 2 “  หนังสือที่กำลังนำออกสู่ตลาด เล่าจาก  โทนี่ บุชบาย.

                                                                                               Ad  Majorem  Dei  Gloriam

                                                                                                     E  Pluribus  Unum

                                                                                                       Alan  Petervich



 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: