หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วาติกันชนะ: ผู้พิพากษากล่าวว่าบาทหลวงมิได้เป็นลูกจ้างของวาติกัน  (อ่าน 32 ครั้ง)
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2037



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: ธันวาคม 03, 2018, 10:28:12 PM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                                                                    วาติกันชนะ: ผู้พิพากษากล่าวว่าบาทหลวงมิได้เป็นลูกจ้างของวาติกัน
                                                                                         Vatican win: Judge says priests aren't employees
By NIGEL DUARA
— Aug. 20, 2012 5:55 PM EDT

Home » Oregon » Vatican win: Judge says priests aren't employees

PORTLAND, Ore. (AP) — The Vatican won a major victory Monday in an Oregon federal courtroom, where a judge ruled that the Holy See is not the employer of molester priests. The decision by U.S. District Court Judge Michael Mosman ends a six-year question in the decade-old case and could shield the Vatican from possible monetary damages. ปอร์ตแลนด์ โอเรกอน (สำนักข่าวเอพี) --- วาติกันได้รับชัยชนะยิ่งใหญ่เมื่อวันจันทร์ ในห้องพิจารณาคดีศาลสหรัฐแห่งรัฐโอเรกน ที่ซึ่งผู้พิพากษาคนหนึ่งวินิจฉัยชี้ขาดว่าสันตะสำนักมิใช่นายจ้างของบาทหลวงที่ปล้นทางเพศกับเด็ก  การตัดสินโดยผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ Michael Mosman จบปัญหาที่มีมานานหกปีในคดีนานหนึ่งศตวรรษและสามารถเป็นโล่ห์ปกป้องวาติกันจากความเสียหายทางการเงินที่อาจมีขึ้น.

The original lawsuit was filed in 2002 by a Seattle-area man who said the Rev. Andrew Ronan repeatedly molested him in the late 1960s.The plaintiffs tried to show that Ronan and all priests are employees of the Vatican, which is therefore liable for their actions. การฟ้องร้องคดีเริ่มแรกมีขึ้นในปี 2002 โดยชายคนหนึ่งในท้องที่เซียตเติล ซึ่งฟ้องว่าสาธุคุณแอนดรูโรแนน ได้ข่มขืนปล้นเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงปลายปี 1960  ผู้กล่าวหาได้พยายามแสดงว่าโรแนนและบรรดาบาทหลวงทั้งหมดเป็นลูกจ้างของวาติกัน ซึ่งดังนั้นต้องรับผิดสำหรับการกระทำของพวกเขา

Mosman made a previous decision strictly on legal theory and determined that, if all the facts in the case were true, then the Vatican would indeed employ Ronan. But on Monday, Mosman said he looked at the facts in the case and didn't find an employer-employee relationship. มอสแมนได้มีการตัดสินก่อนนี้ครั้งหนึ่งเจาะจงถึงทฤษฎีทางกฎหมายและตกลงใจว่า ถ้าความจริงทั้งหมดในคดีเป็นความจริง ถ้าเช่นนั้นวาติกันจริงๆแล้วควรจะจ้างโรแนน  แต่ในวันจันทร์ มอสแมนกล่าวว่าเขาดูข้อเท็จจริงในคดีแล้ว ไม่พบความสัมพันธ์ในฐานะนายจ้าง-ลูกจ้างแต่อย่างใด.

"There are no facts to create a true employment relationship between Ronan and the Holy See," Mosman said in his ruling from the bench.Jeff Anderson, attorney for the plaintiff, said he will appeal the decision. "While we're disappointed, of course, we're not discouraged," Anderson said. ไม่มีข้อเท็จจริงใดที่จะทำให้เห็นความสัมพันธ์ทางการจ้างงานที่แท้จริงระหว่างโรแนนและสันตะสำนัก” มอสแมนกล่าวในการดำเนินคดีจากโต๊ะดำเนินคดี เจฟฟ์ แอนเดอร์สันทนายความของผู้กล่าวหา กล่าวว่าเขาจะอุทธรณ์การตัดสิน “แน่นอน ขณะที่เราผิดหวัง เรามิได้ท้อเลย” แอนเดอร์สันกล่าว.

Vatican attorney Jeff Lena declined to comment. The case is the last major U.S. sex abuse lawsuit against the Holy See. Cases in Kentucky and Wisconsin have been dropped in recent years.  The plaintiffs argued that Ronan's fealty to the Pope, the Vatican's ability to promote priests, the Vatican's laicization — or removal — process, and the ability to change priests' training all pointed to the Vatican employing priests. เจฟฟ์เลนา ทนายความฝ่ายวาติกันมิได้ออกความเห็น  คดีนี้เป็นการดำเนินคดีการละเมิดทางเพศสำคัญของสหรัฐคคีสุดท้ายต่อสันตะสำนัก  คดีที่มลรัฐเคนตักกี้และวิสคอนซิลถูกยกฟ้องไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา  บรรดาผู้ฟ้องร้องโต้แย้งว่าโรแนนเป็นผู้จงรักภักดีต่อโป๊บ จากความสามารถของวาตินที่จะเสริมส่งบรรดาบาทหลวง ให้เป็นฆราวาส(ประชาชน)ของวาติกัน---หรือมีการย้ายไป---กระบวนการอื่นๆ และความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงการฝึกอบรมของบาทหลวงทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าวาติกันกำลังจ้างบรรดาบาทหลวง.

"We believe that under further scrutiny," Anderson said in a news release, "the courts will find that Vatican protocols and practice make it clear that obedience to Rome required the secrecy and concealment practiced by priests and bishops as the clergy abuse crisis unfolded in the United States." The impact of Mosman's ruling on other priest sex-abuse cases is not yet clear. The case has gone further than any other in attempting to get at the relationship between priests in the U.S. and the Vatican. “เราเชื่อว่า ภายใต้การกลั่นกรองต่อไป” แอนเดอร์สันกล่าวในแถลงข่าว “บรรดาศาลจะพบว่าพิธีการทางการทูตวาติกันและการปฏิบัติการ จะทำให้เห็นชัดเจนว่าความนบนอบเชื่อฟังต่อโรม ต้องการเก็บเป็นความลับและการซ่อนเร้นที่ปฏิบัติโดยบรรดาบาทหลวงและพระสังฆราช ขณะที่วิกฤติการณ์การละเมิดของนักบวชคลี่คลายในสหรัฐ “ผลสะท้อนของการวางกฎเกณฑ์ของมอสแมนในคดีละเมิดทางเพศของบาทหลวงอื่นๆยังไม่เคลียร์ทีเดียว  คดีดำเนินไปไกลกว่าคดีใดๆในความพยายามที่จะมุ่งที่ความสัมพันธ์ระหว่างบรรดาบาทหลวงในสหรัฐและวาติกัน.

Douglas Laycock, a University of Virginia School of Law professor, said lawsuits against the Pope are usually dismissed on sovereign immunity grounds, with a U.S. court ruling that the Vatican can't be sued because there is no jurisdiction in the U.S. to do so.  "This was likely filed more to make a political statement," Laycock said. ดักลาสเลย์ค๊อก ศาสตราจารย์ภาควิชากฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยเวอร์จีเนีย กล่าวว่า การดำเนินคดีกับโป๊บโดยปกติจะถูกยกเลิก ด้วยพื้นฐานทางสิทธิการคุ้มครองทางกฎหมาย โดยศาลสหรัฐแห่งหนึ่งวางนโยบายว่า วาติกันไม่สามารถถูกฟ้องร้องได้ เพราะว่าไม่มีเขตอำนาจศาลในสหรัฐที่จะทำเช่นนั้นได้ “นี้เป็นเหมือนดำเนินคดีมากขึ้นเพื่อทำการยืนยันทางการเมือง” เลย์ค๊อกกล่าว.

Mosman took up several hypothetical analogies while questioning attorneys for both sides. He said that, for instance, the Oregon legal bar has many of the same powers over lawyers as the Vatican has over priests: It can disbar someone and issue sanctions, just as the Vatican can laicize priests, but doing so doesn't constitute a firing. มอแมนได้ดำเนินการเปรียบเทียบทางสมมุติฐานหลายอย่าง ขณะที่ซักถามบรรดาทนายของทั้งสองฝ่าย  เขากล่าวว่า เช่นตัวอย่าง สภานักกฎหมายโอเรกอน มีอำนาจมากมายอย่างเดียวกันเหนือนักกฎหมาย เหมือนที่วาติกันมีเหนือบรรดาบาทหลวง คือ วาติกันสามารถขับไล่บางคนออกไปและระบุการลงโทษ  เช่นที่วาติกันสามารถให้บาทหลวงกลายเป็นฆราวาส แต่การทำเช่นนั้นก็มิได้สถาปนาการไล่ออกแต่อย่างใด.

The plaintiffs were trying to show that, by exerting control, the Vatican was the priests' employer. Mosman said that if he accepted the plaintiff's argument that the Vatican maintains absolute control over all priests, and is therefore their employer, then all Catholics everywhere could similarly be considered employees of the Holy See. บรรดาผู้ฟ้องกำลังพยายามแสดงว่า โดยการแสดงการควบคุม วาติกันเป็นนายจ้างของบรรดาบาทหลวง  มอสแมนกล่าวว่า ถ้าเขาได้รับเอาคำโต้แย้งของผู้ฟ้องว่า วาติกันดำรงค์การควบคุมเด๋ดขาดเหนือบรรดาบาทหลวงทั้งหมด ดังนั้นวาติกันก็เป็นนายจ้างของพวกเขา ถ้าเช่นนั้น ขาวคาทอลิกทั้งหมดทุกแห่งหนในโลก ทำนองเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นลูกจ้างของสันตะสำนัก.

After the ruling, the Survivors Network of those Abused by Priests, or SNAP, director David Clohessy said in a statement that the Vatican wants "to have their cake and eat it too" by varying their definition of the church, sometimes calling it a top-down hierarchical institution and other times asserting that only locals have control over their employees. หลังการวางกฎเกณฑ์  เครือข่ายผู้รอดพ้นจากการละเมิดของบาทหลวงหรือSNAP เดวิด โคเฮสสี ผู้อำนวยการ ได้กล่าวในแถลงการณ์ว่า วาติกันต้องการ”มีส่วนแบ่งเค้กและกินด้วย” โดยให้คำจำกัดความต่างออกไปของศาสนจักร บางครั้งเรียกว่าสถาบันสงฆ์หัวกลับ และบางเวลาก็บอกว่าพวกสังฆราชท้องถิ่นเท่านั้นควบคุมเหนือลูกจ้างทุกคนของเขา.

"It's a shame that, once again, top Catholic officials successfully exploit legal technicalities to keep clergy sex crimes and cover ups covered up," Clohessy said. "The truth is that the Vatican oversees the church worldwide, insisting on secrecy in child sex cases and stopping or delaying the defrocking of pedophile priests." มันน่าอายที่ว่า อีกครั้งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารคาทอลิกระดับสูง ได้ใช้ความรู้ทางเทคนิคด้านกฎหมาย แสวงหาประโยชน์อย่างประสพผลสำเร็จเพื่อเก็บอาชญากรรมทางเพศของนักบวชและปกปิดไว้อย่างเรียบร้อย “ โคลเฮสสีกล่าว “ ความจริงคือว่า วาติกันเป็นผู้ตรวจสอบดูแลศาสนจักรทั่วโลก  โดยยินยันเรื่องเกี่ยวกับความลับในคดีความผิดทางเพศและให้หยุด หรือให้ทำช้าลงซึ่งการถอดชุดนักบวชของบรรดาบาทหลวงที่มักมากในกามคุณ.

Associated Press writer Nicole Winfield contributed to this report.
Reach reporter Nigel Duara on Twitter at http://www.twitter.com/nigelduara




             
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: