หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลังจากเงียบมานาน ภคิณีเริ่มพูดถึงการถูกข่มขีนจากบาทหลวง  (อ่าน 211 ครั้ง)
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2067



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: มีนาคม 11, 2019, 09:45:09 PM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                      หลังจากความเงียบหลายศตวรรษ บรรดาภคิณีเริ่มพูดเรื่องการถูกล่วงละเมิดทางเพศจากบรรดาบาทหลวง
                                                         After decades of silence, nuns talk about abuse by priests
By NICOLE WINFIELD and RODNEY MUHUMUZA  July 28, 2018               ผู้โพสต์  นิโคล วินฟิลด์ และ รอดนี มูฮูมูซา   กรกฎาคม 28, 2018

VATICAN CITY (AP) — The nun no longer goes to confession regularly, after an Italian priest forced himself on her while she was at her most vulnerable: recounting her sins to him in a university classroom nearly 20 years ago.
 นครวาติกัน (เอ.พี.) – ภคิณีคนหนึ่งไม่ไปแก้บาปเป็นปกติอีกแล้ว  หลังจากบาทหลวงอิตาเลียนคนหนึ่งใช้กำลังบังคับข่มขืนเธอ ขณะที่เธอตกอยู่ในสภาพอ่อนแอที่สุด คือ กำลังแจงนับบาปของเธอให้เขาฟัง ในห้องเรียนมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เกือบ 20 ปีมาแล้ว.

At the time, the sister only told her provincial superior and her spiritual director, silenced by the Catholic Church’s culture of secrecy, her vows of obedience and her own fear, repulsion and shame.
ตอนนั้น  ซิสเตอร์เพียงรายงานอธิการิณีแขวงของเธอและผอ.ฝ่ายวิญญาณของเธอ  ถูกบังคับให้นิ่งเงียบโดยวัฒนธรรมของศาสนจักรคาทอลิกเรื่องการเก็บความลับ  คำปฏิญาณเรื่องความนบนอบของเธอและความกลัวของเธอเอง  ความน่าขยะแขยงและความอับอาย.

“It opened a great wound inside of me,” she told the Associated Press. “I pretended it didn’t happen.”
“มันเปิดแผลใหญ่ในตัวดิฉัน “ เธอบอกสำนักข่าวเอ.พี. “ ดิฉันแกล้งทำเป็นว่ามันมิได้เกิดขึ้น “

After decades of silence, the nun is one of a handful worldwide to come forward recently on an issue that the Catholic Church has yet to come to terms with: The sexual abuse of religious sisters by priests and bishops. An AP examination has found that cases have emerged in Europe, Africa, South America and Asia, demonstrating that the problem is global and pervasive, thanks to the universal tradition of sisters’ second-class status in the Catholic Church and their ingrained subservience to the men who run it.
หลังหลายทศวรรษแห่งการนิ่งเงียบ  ซิสเตอร์เป็นคนหนึ่งของภคิณีหยิบมือเดียวในโลกกว้าง ที่ก้าวออกมาเร็วๆนี้ เกี่ยวกับเรื่องที่ว่า ศาสนจักรคาทอลิกต้องออกมาจัดการกับข้อมูลที่ว่า : การล่วงละเมิดทางเพศต่อบรรดาซิสเตอร์ผู้ถวายตัว โดยบรรดาบาทหลวงและพระสังฆราช  การตรวจสอบของสำนักข่าวเอ.พี. ได้พบว่า กรณีต่างๆเกิดขึ้นทั้งใน ยุโรป  อาฟริกา  อเมริกาใต้และเอเซีย  เป็นการแสดงว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาทั่วโลกและแพร่กระจายไปทั่ว  ขอบคุณต่อประเพณีสากลของสถานะชั้นสองของซิสเตอร์ ในศาสนจักรคาทอลิกและการอยู่ใต้บังคับบัญชาของพวกผู้ชายที่ดูแลจัดการปกครองพวกเธอที่ฝังอยู่ในกระดูกของพวกเธอ

Some nuns are now finding their voices, buoyed by the #MeToo movement and the growing recognition that adults can be victims of sexual abuse when there is an imbalance of power in a relationship. The sisters are going public in part because of years of inaction by church leaders, even after major studies on the problem in Africa were reported to the Vatican in the 1990s.
ภคิณีบางคนตอนนี้พบว่าเสียงของพวกเธอ ที่ได้รับการค้ำจุณโดยขบวนการ #MeToo และการรับรู้ที่เพิ่มขึ้นว่า ผู้ใหญ่ก็สามารถเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศได้ เมื่อมีความไม่สมดุลย์ของอำนาจในสัมพันธภาพ  เหล่าซิสเตอร์กำลังออกสู่สาธารณะเป็นบางส่วน เพราะหลายปีที่ขาดการปฏิบัติการจากเหล่าผู้นำของศาสนจักร  แม้กระทั่งหลังการศึกษาอย่างเอาจริงเอาจังเกี่ยวกับปัญหาในอาฟริกา ที่ซึ่งส่งรายงานถึงวาติกันในช่วงปี 1990s.

The issue has flared in the wake of scandals over the sexual abuse of children, and recently of adults, including revelations that one of the most prominent American cardinals, Theodore McCarrick, sexually abused and harassed his seminarians.
เรื่องนี้ลุกโชติช่วงชั่วระยะหนึ่งในความตื่นต่อการเป็นที่สะดุดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กๆ และเร็วๆนี้ก็กับผู้ใหญ่  รวมทั้งการเปิดไขแสดงว่า หนึงในพระคาร์ดินัลอเมริกันที่ลือชื่อที่สุด เทโอดอร แม็คคาร์ริค ได้ล่วงลัเมิดทางเพศและรังควาญบรรดาสามเณรของเขาเอง.

The extent of the abuse of nuns is unclear, at least outside the Vatican. Victims are reluctant to report the abuse because of well-founded fears they won’t be believed, experts told the AP. Church leaders are reluctant to acknowledge that some priests and bishops simply ignore their vows of celibacy, knowing that their secrets will be kept.
จำนวนครั้งของการล่วงละเมิดทางเพศต่อภคิณีไม่ชัดเจน  อย่างน้อยที่อยู่นอกวาติกัน  เหยื่อบ่ายเบี่ยงที่จะรายงานการล่วงละเมิดนี้ เพราะความกลัวที่มีพื้นฐานดังกล่าวมาแล้วที่พวกเธอกลัวว่าจะไม่มีใครเชื่อ  ผู้เชี่ยวชาญบอกกับสำนักข่างเอ.พี.  บรรดาผู้ใหญ่หัวหน้าศาสนจักรบ่ายเบี่ยงที่จะรับรู้ว่า บาทหลวงบางคนและพระสังฆราชบางองค์นั้น ไม่รับรู้คำปฏิญาณเรื่องการถือโสดของพวกเขาเอาดื้อๆ โดยคิดว่าความลับของพวกเขาจะเก็บงำไว้ได้.

However, this week, about half a dozen sisters in a small religious congregation in Chile went public on national television with their stories of abuse by priests and other nuns — and how their superiors did nothing to stop it. A nun in India recently filed a formal police complaint accusing a bishop of rape, something that would have been unthinkable even a year ago.
อย่างไรก็ดี  สัปดาห์นี้ ซิสเตอร์ประมาณครึ่งโหลในคณะภคิณีเล็กๆแห่งหนึ่งในชิลี  ได้ออกสู้สาธารณะทางการแพร่ภาพโทรทัศน์ระดับชาติ ด้วยเรื่องของพวกเธอ ที่มีการล่วงละเมิดทางเพศจากพวกบาทหลวงและภคิณีอื่นๆ --- และแสดงให้เห็นว่าบรรดาอธิการิณีของพวกเธอไม่ทำอะไรเลยเพื่อหยุดเรื่องนั้น.  เมื่อเร็วๆนี้ ซิสเตอร์คนหนึ่งในอินเดีย ได้แจ้งความเป็นทางการต่อตำรวจ กล่าวหาพระสังฆราชคนหนึ่งว่ากระทำชำเราเธอ  เป็นอะไรบางอย่างที่คิดกันไม่ถึงแม้จะผ่านไปหนึ่งปีมาแล้ว

Cases in Africa have come up periodically; in 2013, for example, a well-known priest in Uganda wrote a letter to his superiors that mentioned “priests romantically involved with religious sisters” — for which he was promptly suspended from the church until he apologized in May. And the sister in Europe spoke to the AP to help bring the issue to light.
หลายกรณีแบบนี้ในอาฟริกาปรากฎออกมาเป็นช่วงๆ  ตัวอย่าง ในปี 2013 บาทหลวงที่รู้จักกันดีคนหนึ่งในอูกันดา ได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งถึงบรรดาผู้ใหญ่ของเขา ระบุว่า“บรรดาบาทหลวงร่วมมีส่วนแบบโลดโผนทางชู้สาวกับบรรดาซิสเตอร์ที่เป็นนักบวช” --- ซึ่งเพราะเหตุนี้ เขาถูกแขวนทันนีจากศาสนจักร จนกระทั่งเขาได้ขอขมาในเดือนพฤษภาคม  และซิสเตอร์ในยุโรป ได้บอกสำนักข่าวเอ.พี.ให้ช่วยทำเรื่องดังกล่าวให้กระจ่างด้วย.

“I am so sad that it took so long for this to come into the open, because there were reports long ago,” Karlijn Demasure, one of the church’s leading experts on clergy sexual abuse and abuse of power, told the AP in an interview. “I hope that now actions will be taken to take care of the victims and put an end to this kind of abuse.”
“ฉันรู้สึกเสียใจที่มันกินเวลานานมากสำหรับเรื่องนี้ที่จะปรากฎออกมา  เพราะว่าเรื่องนี้มันเป็นรายงานนานแล้ว “ คาร์ลิจน์ เดมาสูเร หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญชั้นนำเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศของนักพรตและการละเมิดอำนาจ  ได้ล่าวกับนักข่าวเอ.พี. ในการให้สัมภาษณ์  “ฉันหวังว่าตอนนี้ ปฏิบัติการจะมีขึ้นเพื่อดูแลเหล่าเหยื่อทั้งหลาย และสิ้นสุดการล่วงละเมิดชนิดนี้”.

TAKING VICTIMS SERIOUSLY ดูแลเหยื่ออย่างจริงจัง

The Vatican declined to comment on what measures, if any, it has taken to assess the scope of the problem globally, what it has done to punish offenders and care for the victims. A Vatican official said it is up to local church leaders to sanction priests who sexually abuse sisters, but that often such crimes go unpunished both in civil and canonical courts.
วาติกันได้ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นที่ว่ามีมาตรการอะไร ถ้ามี  พวกเขาได้รับว่ามีขอบข่ายของปัญหานี้ทั่วโลก  อะไรที่ทำไปเพื่อลงโทษผู้กระทำความผิดและดูแลบรราเหยื่อ  เจ้าหน้าที่วาติกันคนหนึ่งกล่าวว่า มันขึ้นกับหัวหน้าศาสนจักรท้องถิ่นที่จะลงโทษบาทหลวงที่ละเมิดทางเพศกับบรรดาซิสเตอร์  แต่ บ่อยมากที่อาชญากรรมเช่นนั้นล่วงไปโดยมิได้มีการลงโทษทั้งในศาลศาสนจักรและศาลบ้านเมือง.

The official, who spoke on condition of anonymity because he wasn’t authorized to speak to the issue, said only some cases arrive at the Holy See for investigation. It was a reference to the fact that the Catholic Church has no clear measures in place to investigate and punish bishops who themselves abuse or allow abusers to remain in their ranks — a legal loophole that has recently been highlighted by the McCarrick case.
เจ้าหน้าที่วาติกัน ซึ่งกล่าวถึงเงื่อนไขของการปกปิดชื่อ เพราะว่าเขาไม่มีอำนาจที่จะพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้  ได้กล่าวว่าเพียงบางกรณ๊เท่านั้นมาถึงสันตะสำนักเพื่อการสอบสวน  มันเป็นการอ้างอิงถึงความจริงที่ว่าศาสนจักรคาทอลิกไม่มีมาตรการชัดเจนในการกำหนดเพื่อสอบสวนและลงโทษบรรดาพระสังฆราช ที่พวกเขาเองละเมิด หรืออนุญาตให้ผู้ละเมิดยังคงอยู่ในตำแหน่ง –ช่องโหว่ในกฎหมายที่เมื่อเร็วๆนี้ที่ถูกยกขึ้นมาเป็นเรื่องเด่นคือกรณีแม็คคาร์ริค.

The official said the church has focused much of its attention recently on protecting children, but that vulnerable adults “deserve the same protection.” “Consecrated women have to be encouraged to speak up when they are molested,” the official told the AP. “Bishops have to be encouraged to take them seriously, and make sure the priests are punished if guilty.”
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า พระศาสนจักรได้รวมศูนย์ส่วนใหญ่ของความตั้งใจของพวกเขาเมื่อเร็วๆนี้ว่าด้วยการปกป้องเด๋กๆ  แต่ที่ผู้ใหญ่ผู้อ่อนแอ “สมควรจะได้รับการปกป้องแบบเดียวกัน”  บรรดาสตรีที่ถวายตัวต้องได้รับการกระตุ้นให้พูดออกมาเมื่อพวกเธอถูกปล้น” เจ้าหน้าที่บอกสำนักข่าวเอ.พี.  “บรรดาพระสังฆราชต้องถูกกระตุ้นให้ทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง  และต้องทำให้แน่ใจว่า พวกบาทหลวง(ที่ทำผิด)ถูกลงโทษถ้ามีความผิดจริง.

But being taken seriously is often the toughest obstacle for sisters who are sexually abused, said Demasure, until recently executive director of the church’s Center for Child Protection at the Pontifical Gregorian University, the church’s leading think tank on the issue. “They (the priests) can always say ‘she wanted it,’” Demasure said. “It is also difficult to get rid of the opinion that it is always the woman who seduces the man, and not vice versa.”
แต่พอจะเอาจริงเอาจัง บ่อยมากก็คืออุปสรรคที่เหนียวแน่นที่สุดสำหรับบรรดาซิสเตอร์ ซึ่งถูกละเมิดทางเพศ เดมาเซอร์กล่าว  จนกระทั่งเมื่อเร็วๆนี้ ผู้อำนวยการบริหารของศูนย์ของพระศาสนจักรเพื่อการปกป้องคุ้มครองเด็กที่มหาวิทยาลัยเกรกอเรียนของวาติกัน ที่เป็นหน่วยงานวิจัยชั้นนำของพระศาสนจักรเกี่ยวกับเรื่องนี้  “พวกเขา(บทหลวง)สามารถเสมอที่จะกล่าวว่า” เธอต้องการสิ่งนั้น”  เดมาเซอร์กล่าว   “มันยากด้วยที่จะขจัดความคิดเห็นที่ว่า ทุกครั้งเสมอ ผู้หญิงเป็นผู้ล่อลวงผู้ชายและไม่มีกลับกัน”

Demasure said many priests in Africa, for example, struggle with celibacy because of traditional and cultural beliefs in the importance of having children. Novices, who are just entering religious life, are particularly vulnerable because they often need a letter from their parish priest to be accepted into certain religious congregations. “And sometimes they have to pay for that,” she said.
เดมาเซอร์กล่าวว่า บาทหลวงจำนวนมาก  เช่นในอาฟริกา  ต่อสู้กับการถือโสด เพราะว่าเป็นความเชื่อทางวัฒนธรรมและประเพณี ในความสำคัญของการมีเด็กๆ  บรรดาผู้เตรียมบวช ผู้ซึ่งพึ่งเข้าสู่ชีวิตนักบวช  เป็นพิเศษที่จะอ่อนแอ เพราะว่าบ่อยมากที่พวกเธอเหล่านั้นต้องการหนังสือรับรองบับหนึ่งจากบาทหลวงเจ้าอาวาสของพวกเธอให้รับพวกเธอเข้าคณะซิสเตอร์      “และบางครั้งพวกเธอต้องจ่ายเพื่อเรื่องนั้น”  เธอกล่าว.

And when these women become pregnant?    “Mainly she has an abortion. Even more than once. And he pays for that. A religious sister has no money. A priest, yes,” she said. There can also be a price for blowing the whistle on the problem.
และเมื่อผู้หญิงเหล่านี้ตั้งท้อง?  “ส่วนใหญ่เธอจะทำแท้ง  แม้จะมากกว่าหนึ่งครั้ง  และผู้ชาย (ก็บาทหลวงนั่นแหละ) เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด  ซิสเตอร์ผู้ถวายตัวไม่มีเงิน  บาทหลวงคนหนึ่ง ใช่ “ เธอกล่าว  ยังสามารถมีรางวัลสำหรับการหยุดยั้งเกี่ยวกับปัญหา.

In 2013, the Rev. Anthony Musaala in Kampala, Uganda wrote what he called an open letter to members of the local Catholic establishment about “numerous cases” of alleged sex liaisons of priests, including with nuns. He charged that it was “an open secret that many Catholic priests and some bishops, in Uganda and elsewhere, no longer live celibate chastity.”
ในปี 2013  คุณพ่อแอนโทนี มูซาลา ในเมืองคัมพาลา ประเทศอูกันดา  ได้เขียนสิ่งที่เขาเรียกว่าจดหมายเปิดผนึก ถึง สมาชิกของสถาบันคาทอลิกท้องที่ เกี่ยวกับ “ กรณีมากมาย” ของการคบกันฉันชู้สาวทางเพศที่ถูกกล่าวหาของบาทหลวง  รวมทั้งกับภคิณีด้วย  คุณพ่อกล่าวหาว่ามันเป็น “ ความลับที่เปิดเผยว่าบาทหลวงคาทอลิกมากมายและพระสังฆราชบางคน ในอูกันดาและบางประเทศ ไม่มีการดำเนินชีวิตถือโสดบริสุทธิ์ต่อไปแล้ว “

He was sanctioned, even though Ugandan newspapers regularly report cases of priests caught in sex escapades. The topic is even the subject of a popular novel taught in high schools.   In 2012, a priest sued a bishop in western Uganda who had suspended him and ordered him to stop interacting with at least four nuns. The priest, who denied the allegations, lost the suit, and the sisters later withdrew their own suit against the bishop.
เขาถูกทำโทษ แม้หนังสือพิมพ์อูกันดา โดยสม่ำเสมอจะรายงานกรณีของบาทหลวงที่ถูกจับได้ในความคะนองทางเพศ  หัวเรื่องถึงกับเป็นเรื่องของนวนิยายที่นิยมกันนำไปสอนในโรงเรียนมัธยมต่างๆ  ในปี 2012  บาทหลวงคนหนึ่งได้ฟ้องพระสังฆราชองค์หนึ่งในอูกันดาตะวันตก  ซึ่งสั่งแขวนเขา และสั่งเขาให้หยุดกระทำต่ออย่างน้อยภคิณีสี่คน  บาทหลวง  ซึ่งปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด  แพ้คดี  และต่อมาบรรดาซิสเตอร์ได้ถอนคดีของพวกเธอที่ฟ้องพระสังฆราช.

Archbishop John Baptist Odama, leader of the local Ugandan conference of bishops, told the AP that unverified or verified allegations against individual priests should not be used to smear the whole church.“Individual cases may happen, if they are there,” he said Thursday. “Individual cases must be treated as individual cases.”
พระอัครสังฆราชยอห์น แบปติสต์ โอดามา  ประธานสภาพระสังฆราชท้องถิ่อูกันดา  ได้บอกสำนักข่าวเอ.พี.ว่า ข้อกล่าวหาทั้งที่สามารถพิสูจน์ได้หรือยังมิได้รับการพิสูจน์ ต่อบาทหลวงเอกัตถบุคคล ไม่ควรจะนำมาใช้เพื่อละเลงทั่วทั้งพระศาสนจักร  “กรณีแต่ละเอกัตถบุคคล ต้องจัดการเป็นกรณีส่วนบุคคลไป.”


บันทึกการเข้า
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2067



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 11, 2019, 09:51:34 PM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
         PRIESTLY ABUSE OF NUNS IS NOT A NEW PROBLEM    การล่วงละเมิดภคิณีของบาทหลวงไม่ใช่ปัญหาใหม่

Long before the most recent incidents, confidential reports into the problem focused on Africa and AIDS were prepared in the 1990s by members of religious orders for top church officials. In 1994, the late Sr. Maura O’Donohue wrote the most comprehensive study about a six-year, 23-nation survey, in which she learned of 29 nuns who had been impregnated in a single congregation.
นานมาแล้วก่อนเหตุการณ์ใหม่ที่สุดที่ว่านั้น  รายงานลับที่เกี่ยวกับปัญหาได้รวมศูนย์ที่อาฟริกาและความช่วยเหลือได้มีการเตรียมการไว้แล้วในช่วงปี 1990 โดยเหล่าสมาชิกของคณะนักบวชสำหรับเจ้าหน้ที่ศาสนจักรระดับสูง  ในปี 1994 ซิสเตอร์เมารา โอโดโนฮิวผู้ล่วงลับ ได้เขียนข้อศึกษาที่กินความกว้างที่สุดเกียวกับการสำรวจโดยใช้เวลาหกปีใน23 ชาติ  ซึ่งในรายงายนั้นเธอได้ศึกษาภคิณี 29 คนที่ถูกกระทำจนตั้งท้องในคณะเดียว.
 
Nuns, she reported, were considered “safe” sexual partners for priests who feared they might be infected with HIV if they went to prostitutes or women in the general population.   Four years later, in a report to top religious superiors and Vatican officials, Sr. Marie McDonald said harassment and rape of African sisters by priests is “allegedly common.” Sometimes, when a nun becomes pregnant, the priest insists on an abortion, the report said.
เธอรายงานว่า  บรรดาภคิณี ถือว่าเป็นคู่ปฏิบัติทางเพศ “ที่ปลอดภัย”สำหรับบาทหลวง ซึ่งกลัวว่าพวกตนอาจติดเชื้อ HlV ถ้าไปสมสู่กับโสเภณีหรือผู้หญิงที่เป็นคนทั่วไป  สี่ปีต่อมา ในรายงานที่ส่งถึงผู้บริหารสูงสุดของคณะและเจ้าหน้ที่วาติกัน  ซิสตอร์มารี แมคโดนัลด์กล่าวว่า ข้อกวนใจและการข่มขืนภคิณีอาฟริกันโดยบาทหลวง เป็น “เรื่องปกติที่กล่าวหากัน”    บางครั้ง   เมื่อ    ซิสเตอร์ คนหนึ่งตั้งท้อง บาทหลวง(ผู้กระทำ) ก็ยืนยันให้ทำแท้ง  รายงานกล่าว.

The problem travelled when the sisters were sent to Rome for studies. They “frequently turn to seminarians and priests for help in writing essays. Sexual favors are sometimes the payment they have to make for such help,” the report said.  The reports were never meant to be made public. The U.S. National Catholic Reporter put them online in 2001, exposing the depths of a scandal the church had long sought to keep under wraps. To date, the Vatican hasn’t said what, if anything, it ever did with the information.
ปัญหา ยาวออกไป เมื่อบรรดาซิสเตอร์ถูกส่งไปโรมเพื่อการศึกาตรวจสอบ  พวกเธอ “บ่อยมากจะไปหาเณรและบาทหลวง(คงเป็นพวกที่ส่งมาจากอาฟริกา) เพื่อขอความช่วยเหลือ ในการเขียนเรื่องเพื่อรายงาน  การแลกทางเพศ บางครั้งเป็นการจ่ายชดเชยที่พวกนั้นจะให้ความช่วยเหลือเช่นนั้น” รายงานกล่าว  รายงานทั้งหมดไม่เคยคิดว่าจะเปิดเผยสาธารณะ   สำนักข่าว U.S. National Catholic Reporter นำมาลงทางเว็บไซต์ในปี 2001 แสดงถึงความลึกของการเป็นที่สะดุดที่พระศาสนจักรเสาะหาเป็นเวลานานนั้นถูกเก็บไว้ในเครื่องหุ้มห่อปกปิด   ทุกวันนี้ วาติกันไม่เคยพูดอะไร ถ้ามีสักเรื่อง ทำอย่างไรกับข้อมูลข่าวสารนั้น.

Sister Paola Moggi, a member of the Missionary Combonian Sisters — a religious congregation with a significant presence in 16 African countries — said in her experience the African church “had made great strides” since the 1990s, when she did missionary work in Kenya, but the problem has not been eliminated.   “I have found in Africa sisters who are absolutely emancipated and who say what they think to a priest they meet who might ask to have sex with them,” she told the AP.
ซิสเตอร์เปาลา มอกกี  สมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มซิสเตอร์คอมโบเนียนมิสชันนารี – คณะนักบวชหญิงที่ทำงานอยู่อย่างมีความหมาย ใน 16 ประเทศอาฟริกัน – ได้กล่าวด้วยประสพกาณณ์ของเธอที่ว่าศาสนจักรอาฟริกา “ได้ทำการเดินหน้าก้าวใหญ่” ตั้งแต่ช่วงปี 1990 เมื่อศาสนจักรได้ปฏิบัติการณ์เผยแผ่ในเคนยา  แต่ปัญหายังไม่มีการขจัดให้หมดสิ้น  เธอบอกนักข่าวเอ.พี.ว่า “ฉันได้พบว่าในอาฟริกา บรรดาซิสเตอร์ที่ถูกปลดเปลื้องให้เป็นอิสระเด็ดขาด และผู้ที่กล่าวสิ่งที่พวกเธอคิด ถึงบาทหลวงคนหนึ่งที่พวกเธอพบที่ขอร่วมเพศกับพวกเธอ”

“I have also found sisters who said ‘Well, you have to understand their needs, and that while we only have a monthly cycle a man has a continuous cycle of sperm’ — verbatim words from the ’90s,” she said.
“ฉันได้พบซิสเตอร์ที่พูดว่า ‘คือ คุณต้องเข้าใจความต้องการของพวกเขา  และว่า ขณะที่พวกเราผู้หญิงมีรอบเดือนๆละครั้ง ผู้ชายคนหนึ่งมีรอบสเปิร์มต่อเนื่องตลอดไม่มีหยุด’  -- คำพูดตามอักษรตั้งแต่ปี 90 แล้ว” เธอกล่าว.

But the fact that in just a few weeks scandals of priests allegedly molesting sisters have erupted publicly on two other continents — Asia and Latin America — suggests that the problem is not confined to Africa, and that some women are now willing to break the taboo to denounce it publicly.
แต่ความจริงที่เพียงสองสามสัปดาห์ การเป็นที่สะดุดของบาทหลวงที่ปล้นข่มขืนซิสเตอร์ที่กล่าวหากัน ได้ปะทุออกสู่สาธารณะ ในสองทวีป – เอเซียและอเมริกาลาติน – เสนอให้เห็นว่าปัญหามิได้เกิดเพียงในอาฟริกา  และสตรีบางคนตอนนี้ประสงค์ที่จะทำลายข้อห้ามในการประนามมันอย่างเป็นสาธารณะ

In India, a sister of the Missionaries of Jesus filed a police report last month alleging a bishop raped her in May 2014 during a visit to the heavily Christian state of Kerala, and that he subsequently sexually abused her around a dozen more times over the following two years, Indian media have reported. The bishop denied the accusation and said the woman was retaliating against him for having taken disciplinary action against her for her own sexual misdeeds.
ในอินเดีย ซิสเตอร์คนหนึ่งสังกัดคณะมิสชันนารีแห่งพระเยซูเจ้า ได้ส่งรายงานแจ้งความตำรวจเมื่อเดือนที่ผ่านมา กล่าวหาพระสังฆราชองค์หนึ่งข่มขืนกระทำชำเราเธอในเดือนพฤษภาคม ปี 2014 ระหว่างการเยือนรัฐคริสตชนเกราลา  และกล่าวหาว่าสังฆราชคนนี้ได้ละเมิดทางเพศกับเธอ อย่างต่อเนื่องประมาณสิบสองครั้งในช่วงเวลาสองปีติดต่อกัน  ตามที่สื่ออินเดียรายงาน  พระสังฆราชได้ปฏิเสธการกล่าวหา และกล่าวว่า ผู้หญิง – ซิสเตอร์ – กำลังแก้แค้นเขา เพราะได้รับการดำเนินการทางระเบียบวินัยต่อเธอ ในเรื่องกระทำความผิดทางเพศของเธอนั่นเอง.

In Chile, the scandal of the Sisters of the Good Samaritan, an order dedicated to health care in the diocese of Talca, erupted at the same time the country’s entire Catholic hierarchy has been under fire for decades of sex abuse and cover-ups. The scandal got so bad that in May, Francis summoned all Chilean bishops to Rome, where they all offered to resign en masse.
ในชิลี  การเป็นที่สะดุดต่อซืสเตอร์แห่ง Good Samaritan คณะนักบวชที่อุทิศเพื่อการดูแลสุขภาพอนามัย ในสังฆมณฑลทัลกา  ระเบิดประทุขึ้นในเวลาเดียวกัน โดยที่คณะสงฆ์ฝ่ายปกครองคาทอลิกทั้งครบขงประเทศ ตกอยู่ภายใต้การกล่าวหาหลายทศวรรษเรืองการละเมิดทางเพศและการปกปิด  การเป็นที่สะดุดร้ายแรงจนว่า ในเดือนพฤษภาคม  โป๊บฟรังซิสได้เรียกตัวพระสังฆราชชิลีทั้งหมดไปโรม  ที่ซึ่งพวกเขาทั้งหมดได้ถูกเสนอให้ลาออกทั้งกลุ่ม

The case, exposed by the Chilean state broadcaster, involves accusations of priests fondling and kissing nuns, including while naked, and some religious sisters sexually abusing younger ones. The victims said they told their mother superior, but that she did nothing. Talca’s new temporary bishop has vowed to find justice.
กรณี ที่มีการเปิดเผยโดยสถานีข่าวของรัฐชิลี  รวมเอาการกล่าวหาบรรดาบาทหลวงที่กอดและจูบภคิณี  รวมทั้งขณะกำลังเปลือยกาย  และซิสเตอร์ที่ถวายตัวบางคนกลับล่วงละเมิดทางเพศกับซิสเตอร์ที่อายุน้อยกว่า  ผู้ตกเป็นเหยื่อกล่าวว่าพวกเขารายงานต่ออธิการิณีของพวกเขาแล้ว แต่คุณแม่มิได้ทำอะไรเลย  พระสังฆราชรักาการชั่วคราวองค์ใหม่ของทัลกา ได้ปฏิญาณ ที่จะหาความยุติธรรม.

The Vatican is well aware that religious sisters have long been particularly vulnerable to abuse. Perhaps the most sensational account was detailed in the 2013 book “The Nuns of Sant’Ambrogio,” based on the archives of the Vatican’s 1860s Inquisition trial of abuse, embezzlement, murder and “false holiness” inside a Roman convent. Once word got out, the Vatican poured the full force of its Inquisition to investigate and punish.   It remains to be seen what the Vatican will do now that more sisters are speaking out.
วาติกันเข้าใจดีว่าซิสเตอร์ผู้ถวายตัวถูกกระทำเป็นพิเศษในการล่วงละเมิด  บางทีเรื่องที่สั่นคลอนอารมณ์ที่สุดก็คือมีรายละเอียดปรากฎในหนังสือปี 2013 เรื่อง “ภคิณีแห่งอารามนักบุญSant’ Ambrogio”  ที่วางเรื่องราวจากศูนย์เก็บเอกสารของการดำเนินคดีสอบสวนของวาติกันช่วงปี 1860 เกี่ยวกับ การละเมิดทางเพศ  การยักยอกฉ้อฉล  การฆาตกรรม และ   ”ความศักดิ์สิทธิ์ ปลอม” ภายในคอนแวนต์โรมันแห่งหนึ่ง  เมื่อคำพูดปรากฎออกมา  วาติกันก็เลยหลั่งพลังเต็มที่ในการสอบสวนเพื่อสืบหาความจริงและลงโทษ  ที่ยังเหลืออยู่ที่จะปรากฎออกมาว่าวาติกันจะทำอะไรขณะนี้ก็คือว่า ภคิณีมากขึ้นเรื่อยๆกำลังจะพูดออกมา.

ONE SISTER’S STORY — AND YEARS OF HURT เรื่องของซิสเตอร์คนหนึ่ง –และหลายปีแห่งการถูกทำร้าย

The sister who spoke to the AP about her assault in 2000 during confession at a Bologna university clasped her rosary as she recounted the details.  She recalled exactly how she and the priest were seated in two armchairs face-to-face in the university classroom, her eyes cast to the floor. At a certain point, she said, the priest got up from his chair and forced himself on her. Petite but not frail, she was so shocked, she said, that she grabbed him by the shoulders and with all her strength, stood up and pushed him back into his chair.
ซิสเตอร์ที่เล่าให้นักข่าวเอ.พี.ฟังเกี่ยวกับการที่เธอถูกจู่โจมในปี 2000 ระหว่างการแก้บาปที่มหาวิทยาลัยโบโลญา มือกำสายประคำของเธอแน่นขณะที่บรรยายรายละเอียด  เธอย้อนถึงตรงที่ว่าเธอทำอะไรตรงๆขณะที่เธอและบาทหลวงนั่งบนเก้าอี้นวมสองตัวเผชิญห้ากันในห้องเรียนของมหาวิทยาลัย  ตาทั้งสองของเธอเพ่งลงสู่พื้นห้อง  ณจุดหนึ่ง เธอกล่าว บาทหลวงคนนั้นลุกจากโซฟาของเขา  และทุ่มตัวเข้าหาเธอ  ตัวเล็กแต่ไม่อ่อนแอ  เธอข๊อกตกใจมาก เธอกล่าว  ว่าเธอนั้นรวบเขาที่บ่าทั้งสองข้างและด้วยการออกแรงทั้งหมดเท่าที่มี  ยืนขึ้นและผลักบาทหลวงคนนั้นกลับไปที่โซฟาของเขา.

The nun continued with her confession that day. But the assault — and a subsequent advance by a different priest a year later — eventually led her to stop going to confession with any priest other than her spiritual father, who lives in a different country.   “The place of confession should be a place of salvation, freedom and mercy,” she said. “Because of this experience, confession became a place of sin and abuse of power.”
วันนั้น ภคิณียังคงแก้บาปของเธอต่อไป  แต่การจู่โจม – และความก้าวหน้าที่ตามมาโดยพระสงฆ์อีกองค์ในปีต่อมา – ในที่สุด พาเธอให้หยุดแก้บาปกับบาทหลวงองคใดก็ตามนอกจากคุณพ่อฝ่ายวิญญาณของเธอ ซึ่งอยู่ในประเทศอื่น  “ สถานที่ฟังแก้บาป ควรจะเป็นสถานที่ของการช่วยให้รอด  อิสระภาพ  และความเมตตากรุณา” เธอกล่าว  “ เพราะประสพการณ์นี้  การแก้บาปกายเป็นสถานที่ทำบาปและการละเมิดของผู้ทรงอำนาจ”

She recalled at one point a priest in whom she had confided had apologized “on behalf of the church.” But nobody ever took any action against the offender, who was a prominent university professor. The woman recounted her story to the AP without knowing that at that very moment, a funeral service was being held for the priest who had assaulted her 18 years earlier.
เธอหวนกล่าวถึงณจุดหนึ่งที่บาทหลวงคนหนึ่งที่เธอไว้ใจ ได้สดงขออภัย “ในนามของพระศาสนจักร”    แต่กลับไม่มีผู้ใดจัดการกับผู้ทำผิด  ผู้ซึ่งเป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง  ภคิณีได้ทบทวนเรื่องราวของเธอแก่นักข่างเอ.พี. โดยไม่ทราบว่า ณเวลานั้น มีพิธีงานศพสำหรับบาทหลวงที่จู่โจมคุกคามเธอเมื่อ 18 ปีก่อนนั้น.

She later said the combination of his death and her decision to speak out lifted a great weight. “I see it as two freedoms: freedom of the weight for a victim, and freedom of a lie and a violation by the priest,” she said. “I hope this helps other sisters free themselves of this weight.”
ต่อมาเธอกล่าวว่าการรวมความตายของเขากับการตัดสินใจของเธอที่จะพูดออกมา ทำให้มีน้ำหนักขึ้นมาก  “ฉันเห็นว่ามันเป็นอิสระภาพสองประการ คือ อิสระภาพของน้ำหนักสำหรับเหยื่อ  และอิสระภาพของการโกหกและการละเมิดโดยบาทหลวง” เธอกล่าว  “ฉันหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยซิสเตอร์คนอื่นๆให้นำตัวเองเป็นอิสระจากน้ำหนักที่ถ่วงอยู่ขณะนี้.

Muhumuza reported from Kampala, Uganda. รายงานจากกัมปาลา อูกันดา
Have a confidential tip? Contact Amy Forliti at The Associated Press at 612-332-2727 or aforliti@ap.org

                                                                        Ad  Majorem  Dei  Gloriam
                                                                                Alan  Petervich

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: