หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: USCCB > บทภาวนาและการนมัสการ > มิสซา  (อ่าน 1092 ครั้ง)
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2106



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: เมษายน 07, 2019, 04:18:46 PM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                                                         USCCB > บทภาวนาและการนมัสการ > มิสซา
http://www.usccb.org/prayer-and-worship/the-mass/extraordinary-form/index.cfm

Extraordinary Form of the Mass แบบฟอร์มพิเศษของมิสซา

The earliest Church documents that describe the Eucharist show differences in the way it was celebrated from region to region. Rome, Jerusalem, Alexandria, Antioch, Milan, Gaul—all of these centers of the Church had different ways of celebrating the Eucharist from the earliest days. And yet, there was never a question that it was the same Eucharist, the same Sacrifice, the same faith, and the same Apostolic foundation which underlay them all. Even within the area encompassed by the Roman Rite, there had been considerable variation in the celebration of the Mass over the centuries.
เอกสารศาสนจักรแรกเริ่มที่สุดที่บรรยายพิธีศีลมหาสนิท แสดง ความแตกต่างในวิถีทางที่ถวายจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง  โรม  เยรูซาเลม  อาเล็กซานเดรีย  อันติอ็อก  มิลาน  กอล ---สูนย์เหล่านี้ทั้งหมดของศาสนจักรมีวิธีต่างกันในการถวายศีลมหาสนิทจากยุคแรก  และแม้กระนั้น  ไม่เคยมีปัญหาว่านั่นคือพิธีศีลมหาสนิทเดียวกันหรือไม่  ศีลบูชาเดียวกันหรือไม่  ความเชื่อเดียวกันหรือไม่  และ รากฐานมาจากอัครสาวกเดียวกันที่วางไว้ทั้งหมดหรือไม่   แม้ภายในขอบเขตกำหนดโดยจารีตพิธีโรมัน  มันก็ยังมีความหลากหลายที่น่าพิจารณา ในการถวายมิสซามาหลายศตวรรษ.

 The Council of Trent endorsed some of this diversity, as well as called for greater centrality in promoting uniformity. Popes from the fourth century through the twenty-first century have made changes for the sake of adapting or reforming the Roman Rite, but all of these changes must be seen not with “the hermeneutic of discontinuity and rupture” but within “the hermeneutic of reform, of renewal in continuity” as Pope Benedict XVI taught.
สังคายนาแห่งเตรนท์ได้มีความเห็นรับรองความหลากหลายนี้บางประการ  เช่นเดียวกับได้เรียกร้องให้มีศูนย์ที่ใหญ่กว่าในการส่งเสริมความมีเอกลักษณ์  บรรดาโป๊บเริ่มจากศตวรรษที่สี่จนถึงศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ได้ทำการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การปรับปรุงและการฟื้นฟูจารีตโรมัน  แต่ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทั้งหมด ต้องไม่ให้เห็น” วิทยาแห่งการแปลของความไม่ต่อเนื่องและการแตกแยกออกไป”  แต่ต้องอยู่ภายใน”วิทยาแห่งการแปลของการฟื้นฟู  ของการทำใหม่ในความต่อเนื่อง” ดังที่โป๊บเบเนดิกต์ที่ XVl ได้สอนไว้.

It is in this light that Saint John Paul II, with a special indult Quattuor abhinc annos, issued in 1984 by the Congregation for Divine Worship, granted the faculty under certain conditions to restore the use of the Missal promulgated by Saint John XXIII. He then promulgated the motu proprio Ecclesia Dei in 1988 which established a Commission for the pastoral oversight of those Catholics who remain attached to the Mass as it was celebrated in the Missale Romanum of 1962. In 2007, Pope Benedict XVI issued another motu proprio, Summorum Pontificum, which expanded and simplified the permissions to celebrate the whole liturgy according to the norms of 1962. He clarified that the 1962 Missale and 2008 Missale are both legitimate forms of the one Roman Rite, respectively called the Extraordinary and Ordinary Forms.
ในข้อคิดนี้ที่นักบุญยอห์นปอล ll  โดยการอนุญาตพิเศษ Quattuor Abhinc Annos,  ออกในปี 1984 โดยสมณกระทรวงพิธีกรรม  ได้อนุญาตคณะบุคคลภายใต้เงื่อนไขที่จะกู้คืนการใช้คู่มือมิสซาที่ออกประกาศโดยนักบุญยอห์น XXlll  จากนั้นพระองค์ได้ออกประกาศ motu proprio Ecclesia Dei ในปี 1988 ซึ่งสถาปนาคณะกรรมการสำหรับดูแลกลุ่มคาทอลิกเหล่านั้น ที่ยังคงยึดติดกับมิสซา เช่นที่ถวายใน the Missale Romanum of 1962. ในปี 2007  โป๊บเบเนดิกต์  XVl  ได้ออก motu proprio อีกฉบับหนึ่งชื่อ  Summorum Pontificum  ซึ่งได้ขยายและให้อนุญาตง่ายๆที่จะถวายพิธีมิสซาทั้งครบตามข้อบัญญัติของปี 1962   พระองค์ได้อธิบายว่า Missale 1962 และ Missale 2008 ทั้งสองเป็นแบบฟอร์มที่ถูกต้องตามจารีตพิธีโรมัน  โดยเรียกว่า แบบฟอร์ม Extraordinary and Ordinary Forms

This Apostolic Letter has the aim of: หนังสือสันตะสำนักฉบับนี้มีเป้าหมายของ:
offering to all the faithful the Roman Liturgy in the Usus Antiquior, considered as a precious treasure to be preserved;
การถวายสัตบุรุษทุกคนด้วยพิธีกรรมโรมันในรูปแบบวิธีการดั้งเดิม  โดยพิจารณาว่าเป็นขุมทรัพย์ทรงคุณค่าที่จะต้องเก็บรักษาไว้;

effectively guaranteeing and ensuring the use of the forma extraordinaria for all who ask for it, given that the use of the 1962 Roman Liturgy is a faculty generously granted for the good of the faithful and therefore is to be interpreted in a sense favorable to the faithful who are its principal addressees;
การค้ำประกันอย่างได้ผลและการรับประกันการใช้รูปแบบพิเศษสำหรับทุกมิสซาที่มีผู้ขอ  โดยถือว่า การใช้พิธีกรรมโรมันปี 1962 เป็นเรื่องที่ได้รับอนุมัติอย่างแสดงน้ำใจเพื่อความดีของสัตบุรุษ และดังนั้น เป็นสิ่งที่ได้รับการแปลในความหมายที่เอื้อต่อสัตบุรุษ ซึ่งเป็นผู้ร่วมพิธีเป็นหลัก.
promoting reconciliation at the heart of the Church. โดยส่งเสริมการกลับคืนดีที่เป็นหัวใจของพระศาสนจักร.

Thus did he exhort the whole Church to “generously open our hearts and make room for everything that the faith itself allows.” Any Priest of the Latin Church—provided he has the minimum rubrical and linguistic ability—may, without any further permission from the Holy See or his Ordinary, celebrate the Extraordinary Form of the Missale Romanum in a Mass without the people at any time except during the Sacred Triduum. If members of the faithful wish to join in these celebrations, they are permitted to do so.In parishes where a stable group of the faithful are attached to the Extraordinary Form of the Mass, they may approach the pastor, who is to support their petition willingly.
ดังนั้น พระองค์ได้แนะนำศาสนจักรทั้งครบให้ ” เปิดดวงใจของเราและปิดที่ว่างสำหรับทุกสิ่งที่ความเชื่อเองอนุญาต “  พระสงฆ์องค์ใดของศาสนจักรลาติน---ไม่ว่าเขาจะมีความสามารถทางภาษาและพิธีกรรมเพียงเล็กน้อย---อาจจะ โดยไม่ต้องมีการอนุญาตอีกจากสันตะสำนัก หรือพระสังฆราช  สามารถถวายมิสซาแบบฟอร์มพิเศษของ Missale Romanum ในมิสซาที่ไม่มีประชาชนร่วมเวลาใดก็ได้ ยกเว้นระหว่าง Sacred Triduum  ถ้าสมาชิกสัตบุรุษประสงค์จะร่วมในการถวายมืสซาเหล่านี้  พวกเขาก็ได้รับอนุญาตที่จะทำเช่นนั้นได้  ในวัดปกครองที่มีกลุ่มสัตบุรุษประจำที่ยึดมั่นในพิธีมิสซาแบบฟอร์มพิเศษ  พวกเขาสามารถติดต่อเจ้าอาวาส  ซึ่งคงต้องสนับสนุนคำขอของพวกเขาอย่างเต็มอกเต็มใจ.

The vernacular edition of the Lectionary for Mass may be used in the extraordinary form, while the 1962 calendar is to be followed. The Ecclesia Dei Commission will study the eventual integration of new saints and some prefaces from the ordinary form into the extraordinary Missal.
บทอ่านเป็นภาษาถิ่นสำหรับมิสซา อาจถูกนำมาใช้ในรูปแบบพิเศษได้  ขณะที่ปฏิทินปี 1962 ต้องนำมาใช้ปฏิบัติตามด้วย  คณะกรรมาธิการ Ecclesia Dei จะศึกษาการนำชื่อนักบุญปัจจุบันใหม่และบทอ่านเพิ่มบางบทจากมิสซาแบบปกติเข้ามาในมิสซาแบบพิเศษได้ด้วย

In 2011, the Ecclesia Dei Commission promulgated the Instruction Universae Ecclesiae, which further specified the use and regulation of the Extraordinary Form. This Instruction deals with the competence of Diocesan Bishops; the meaning of a “stable group of the faithful”; the qualifications of the priest-celebrant; some matters of liturgical and ecclesiastical discipline; the use of the other sacraments, including Confirmation and Holy Orders; the use of the Breviarium Romanum; the Sacred Triduum; the rites of religious orders; and the use of the Pontificale Romanum and the Rituale Romanum.
ในปี 2011 คณะกรรมาธิการ Ecclesia Dei ได้ประกาศเผยแพร่คำแนะนำ Universae Ecclesiae ซึ่งกำหนดเพิ่มการใช้และระเบียบบังคับมิสซารูปแบบพิเศษ  คำแนะนำนี้จัดการกับอำนาจของพระสังฆราชสังฆมณฑล  ความหมายของ “ กลุ่มแน่นอนของสัตบุรุษ”  การกำหนดคุณลักษณะของบาทหลวงผู้ที่จะถวายมืสซา  ข้อมูลบางอย่างของกฎเกณฑ์ศาสนจักรและพิธีกรรม      การใช้ศีลศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ    รวมทั้งศีลกำลังและศีลบรรพชา     การใช้หนังสือทำวัตร Breviarium Romanum   Sacred Triduum  จารีตพิธีการบวชนักบวช  และการใช้ Pontificale Romanum และ Rituale Romanum.

It is not certain what the future holds, but for the present the Church hopes that the two forms of the one Roman Rite may provide a mutual spiritual enrichment for the faithful and promote the Communion of the whole Church as an expression of unity in diversity.
ไม่แน่นอนว่าอนาคตจะยึดถืออะไร  แต่ในปัจจุบัน พระศาสนจักรหวังว่าสองรูปแบบของจารีตโรมัน อาจทำให้เกิดความร่ำรวยฝ่ายจิตต่อกันสำหรับสัตบุรุษ และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของ ศาสนจักรทั้งหมด เป็นประหนึ่งการแสดงออกของเอกภาพในความหลากหลายนี้.
 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: