หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โป๊บฟรังซิสกำลังเคลื่อนตรงไปที่การบวชสตรี  (อ่าน 221 ครั้ง)
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2116



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2019, 11:02:23 AM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                                         เครื่องหมาย 10 ประการที่โป๊บฟรังซิสกำลังเคลื่อนตรงไปที่การบวชสตรี
                                               Transcript: 10 signs Pope Francis is moving towards women's ordination

The stakes in the war for the soul of the Church have been raised to an ‘all-in’ level as the October Amazon Synod’s working document has been released. It’s caused one Cardinal to call the document out for heresy and warning of apostasy. เวทีในการสู้รบเพื่อวิญญาณของพระศาสนจักร ถูกยกขึ้นถึงระดับ’ทั้งหมด-ใน’ ตามที่เอกสารปติบัติการของการประชุมสตรีล้วนเดือนตุลาคมได้มีการปล่อยออกมา  มันเป็นสาเหตุให้คาร์ดินัลองค์หนึ่งเรียกเอกสารชิ้นนั้นว่าเป็นเฮเรติกและคำเตือนถึงอาโปสตาตา.

That’s what we’re discussing on today’s episode of the John-Henry Westen Show… stay tuned. Let’s begin as we always do with the Sign of the Cross. And let’s ask the intercession of Our Lady of Mount Carmel on this Her Feast Day. นั่นคือสิ่งที่เรากำลังถกปรึกษาเกี่ยวกับฉากหนึ่งของวันนี้เกี่ยวกับการแสดง John-Henry Westen Show…ตามติดไป  ให้เราเริ่มเหมือนที่เราทำเสมอกับเครื่องหมายสำคัญมหากางเขน  และให้เราวอนเสนอขอแม่พระแห่งภูเขาคาร์เมลเกี่ยวกับเรื่องนี้ในวันฉลองสมโภชพระนาง.

Before we get to the list we have to understand that Jesus came as a man born of a woman. He was the new Adam and Our Lady the New Eve. Jesus came as a man and established His priesthood ‘in persona Christi’ or ‘in the person of Christ’ therefore all ministers ordained to His ministry must also be men – not women. If any woman who ever lived was to be given Holy Orders it would have been the Mother of God Herself yet She would never want anything contrary to the Will of God. ก่อนที่เราจะดูรายชื่อเราต้องเข้าใจว่าพระเยซูเจ้ามาในแบบชายคนหนึ่งที่เกิดจากสตรีคนหนึ่ง  พระองค์เป็นอาดัมคนใหม่และแม่พระคือเอวาคนใหม่  พระเยซูเจ้ามาในแบบชายคนหนึ่งและได้สถาปนาสังฆภาพสงฆ์ของพระองค์’ในร่างบุคคลของพระคริสต์’ หรือ ‘in the person of Christ’  ดังนั้นศาสนพิธีกรทุกคนที่ได้รับการบวชมาทำหน้าที่ของพระองค์ต้องเป็นผู้ขาย—ไม่ใช่ผู้หญิง  ถ้าผู้หญิงคนใดคนหนึ่งที่มีชีวิต ได้รับศีลบรรพชา ก็ควรจะเป็นพระชนนีของพระเจ้าเอง แต่พระนางไม่เคยต้องการสิ่งใดที่ขัดต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า.

And let’s quickly address the popular saying that Jesus couldn’t ordain women because it was culturally inappropriate at the time – that is ridiculous. Jesus broke with all kinds of cultural taboos – he spoke of a triune God scandalizing the Jews, he talked about eating his flesh and drinking his blood horrifying the Jews who were even forbidden to drink animal blood. So it’s nonsense to suggest Jesus didn’t ordain women for cultural reasons. He established different roles for men and women and the ordination to Holy Orders is only for men just as much as motherhood is only for women. และให้เราแสดงอย่างรวดเร็วถึงพระวาจาที่เป็นสาธารณะที่ว่า พระเยซูเจ้าไม่สามารถบวชผู้หญิง เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เป็นวัฒนธรรมสมัยนั้น – มันน่าหัวเราะเยาะ  พระเยซูเจ้าละเมิดข้อห้ามทางวัฒนธรรมทุกชนิด – พระองค์กล่าวถึงพระเป็นเจ้าสามพระองค์ก็เป็นที่สะดุดพวกยิว พระองค์กล่าวถึงการกินเนื้อของพระองค์และดื่มเลือดของพระองค์ ทำให้พวกยิวสยดสยอง เพราะพวกเขาถูกห้ามมิให้ดื่มเลือดสัตว์อยู่แล้ว  ดังนั้น มันไม่มีเหตุผลที่จะเสนอว่าพระเยซูเจ้ามิได้บวชผู้หญิงเพราะเหตุผลทางวัฒนธรรม  พระองค์ได้สถาปนาบทบาทที่แตกต่างกันสำหรับผู้ชายและผู้หญิง และการบวชสู่ศีลศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นสำหรับผู้ชายเท่านั้น เหมือนกับการเป็นมารดาเป็นเรื่องสำหรับผู้หญิงเท่านั้น.

While  bishop has the fullness of priestly power from Christ - ruling the diocesan church and being the direct descendent of the apostles for the particular area or diocese over which he rules, priests were appointed to fulfill the ministries of offering the Holy Sacrifice of the Mass and hearing confessions. Deacons were devoted to preaching and ministering to the public on a more personal level. ขณะที่พระสังฆราชมีพลังอำนาจแบบพระสงฆ์เต็มที่จากพระคริสตเจ้า – โดยปกครองวัดสังฆมณฑลและเป็นผู้สืบต่อทางตรงของบรรดาอัครสาวก สำหรับพื้นที่พิเศษหรือสังฆมณฑลซี่งเหนือพื้นที่นั้นพระคุณเจ้าปกครอง พระบาทหลวงถูกแต่งตั้งให้ทำหน้าที่บริหารวัดเต็มที่ ด้วยการถวายศีลบูชามิสซาและฟังแก้บาป  สังฆานุกรอุทิศตนในการเทศน์สอนและจัดการบริหารงานสาธารณะในระดับงานส่วนตนมากกว่า.

In the early Church you will hear of ‘deaconnesses’ which were women who assisted especially with baptism at a time when full immersion baptism was used and due to concerns over modesty women administered the sacrament. Remember baptism is a sacrament anyone, even a non-Catholic can administer, with water and the words I baptize you in the name of the Father and of the Son and of the Holy Ghost.  These deaconesses of the early church were never given Holy Orders but a commission to undertake a particular service for the Church. Nothing at all to do with officiating at Mass in any way. ในพระศาสนจักรยุคต้น คุณจะได้ยินคำว่า “deaconnesses” ซึ่งก็คือผู้หญิงที่ช่วยเป็นพิเศษเกี่ยวกับศีลล้างบาป ณ เวลาเมื่อการล้างบาปโดยจุ่มเต็มตัวลงในน้ำนำมาใช้ และเกี่ยวกับการคำนึงถึงความสุภาพเรียบร้อย ผู้หญิงจึงต้องเป็นผู้ดำเนินการศีลนี้  คงจำได้ว่าศีลล้างบาปเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ประการหนึ่ง แม้ผู้ไม่ใช่คาทอลิกก็โปรดได้ ด้วยน้ำและถ้อยคำว่า ฉันล้างท่านในพระนามของพระบิดาและพระบุตรและของพระจิต  deaconnesses – สังฆานุกรหญิงของศาสนจักรเริ่มแรกเหล่านี้ ไม่เคยได้รับโปรดศีลบรรพชา – ศีลบวช นอกจากการมอบหมายงานให้ทำหน้าที่บริการพิเศษสำหรับพระศาสนจักร  ไม่มีอะไรเลยที่จะเกี่ยวกับเข้ามายุ่งเกี่ยวกับมิสซาในทางใด.

The Church in following Divine Law laid down by Christ has always forbidden Holy Orders for those other than for baptized men. Canon law says about how to “lawfully” “confer the orders of priesthood or diaconate,” “Only a baptised man can validly receive sacred ordination.” (canon 1024) พระศาสนจักรในกฎหมายพระเจ้าที่ระบุไว้โดยพระคริสตเจ้า ห้ามเสมอมิให้โปรดศีลบวชสำหรับใครก็ตามที่มิใช่ชายที่ล้างบาปแล้ว  กฎหมายพระศาสนจักรระบุกล่าวถึงว่าอย่างไรจึงจะ “ถูกกฎหมาย” “โปรดศีลบวชสำหรับสังฆภาพสงฆ์และสังฆานุกร” “ผู้ชายที่รับศีลล้างบาปเท่านั้นสามารถรับการบวชศักดิ์สิทธิ์ได้.” (มาตรา 1024)

There is evidence of this constant teaching throughout the entire history of the Church. In the Scriptures themselves, from Pope Gelasius in the 5th century, from Pope Innocent IV in the 13th century and Pope Benedict XIV in the 18th century. มีประจักษ์พยานของคำสอนที่ไม่เปลี่ยนแปลงตลอดประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักร  ในพระคัมภีร์เอง จากโป๊บเยลาซีอูสในศตวรรษที่ห้า จากโป๊บอินโนเซนต์ที่ IV ในศตวรรษที่ 13 และโป๊บเบเนดิกต์ที่ XIV ในศตวรรษที่ 18.

Recall the admonition of St. Paul in the Scriptures -(1 Cor. 14:34) “Women should remain silent in Churches” - a law which was followed in the Church until various interpretations of the second Vatican Council saw women reading the Scriptures at Mass but not the Gospel.In addition to St. Paul’s admonition in the Holy Bible. Let me quote from Pope Benedict XVI’s 1755 encyclical Allatae Sunt where he summarizes the teaching of the Church on this point.จงระลึกถึงการห้ามของนักบุญเปาโลในพระคัมภีร์ –(โครินท์ 14:34) “ผู้หญิงควรนิ่งเงียบในวัด” – กฎหมายที่พระศาสนจักรถือตามจนการตีความมากมายต่างๆนาๆของสังคายนาวาติกันที่สองก็เห็นผู้หญิงอ่านพระคัมภีร์เวลามิสซา แต่ไม่ใช่พระวรสาร  ขอเพิ่มการห้ามของนักบุญเปาโลในพระคัมภีร์  ที่ฉันยกคำพูดจากสมณสาร Allatae Sunt 1755 ของโป๊บเบเนดิกต์ที่ XVI ที่พระองค์สรุปคำสอนพระศาสนจักรเกี่ยวกับเรื่องนี้.
“Pope Gelasius in his ninth letter (chap. 26) to the bishops of Lucania condemned the evil practice which had been introduced of women serving the priest at the celebration of Mass. Since this abuse had spread to the Greeks, Innocent IV strictly forbade it in his letter to the bishop of Tusculum: "Women should not dare to serve at the altar; they should be altogether refused this ministry." We too have forbidden this practice in the same words in Our oft-repeated constitution Etsi Pastoralis, sect. 6, no. 21.” (Pope Benedict XIV, Encyclical Allatae Sunt, July 26, 1755, n. 29)  “โป๊บเยลาซีอูส ในจดหมายฉบับที่เก้าของพระองค์(บทที่ 26) ถึงเหล่าพระสังฆราชแห่งลูกาเนีย ได้ประนามการปฏิบัติร้ายซึ่งได้นำเอาผู้หญิงรับใช้พระสงฆ์ที่ถวายมิสซา  โดยที่การใช้ในทางที่ผิดนี้ได้แพร่ไปสู่ชาวกรีก พระสันตะปาปาอินโนเซนต์ที่ IV ได้ห้ามอย่างจริงจังในจดหมายของพระองค์ถึงพระสังฆราชแห่งตุสกูลุมว่า “ผู้หญิงไม่ควรจะกล้ารับใช้ที่พระแท่น พวกเธอทั้งหลายควรปฏิเสธงานนี้ด้วยกันทุกคน “เราด้วยได้ห้ามการกระทำนี้ในคำพูดเดียวกันในพระธรรมนูญที่ประกาศซ้ำของเรา หมวด 6 ข้อ 21 “(Pope Benedict XIV, Encyclical Allatae Sunt, July 26, 1755, n. 29)

Demonstrating the severity with which the proposals of the October Synod are being viewed by those in the know, Cardinal Walter Brandmüller, one of the two remaining dubia cardinals, issued a strong critique of the Instrumentum Laboris calling it “heretical” and an “apostasy” from Divine Revelation. He called upon Church leaders to “reject” it with “all decisiveness.” In his essay excoriating the document Cardinal Brandmuller wrote: “It is impossible to conceal that the “synod” intends, above all, to help implement two most cherished projects that heretofore have never been implemented: namely, the abolition of priestly celibacy and the introduction of a female priesthood – beginning with female deacons.”  ด้วยการแสดงให้ปรากฎความจริงจังซึ่งด้วยสิ่งนี้ข้อเสนอของการประชุมซีโนดตุลาคมกำลังมีการตรวจสอบโดยคนเหล่านั้นที่รู้ พระคาร์ดินัลวอลเตอร์ บรันมูลเลอร์ หนึ่งในสองคนที่เป็นคาร์ดินัลสงสัย ผู้ได้ออกคำวิจารณ์อย่างแข็งขันแห่ง Instrumentum Laboris เรียกมันว่า”เป็นเฮเรติก” และเป็น”อาโปสตาตา” จากพระญาณสอดส่อง  เขาได้เรียกร้องบรรดาผู้นำศาสนจักรให้ “ปฏิเสธ” สิ่งนั้นด้วย “ความตั้งใจเด็ดเดี่ยวทั้งมวล”  ในความเรียงของท่านที่ประนามเอกสารที่พระคาร์ดินัลบรันมูลเลอร์เขียนอย่างรุนแรง ว่า “มันเป็นไปไม่ได้ที่จะปกปิดว่า”การประชุมซีโนด” ตั้งใจอะไร เหนือสิ่งอื่น  ที่จะช่วยทำให้โครงการที่ยึดมั่นที่สุดสองโครงการสำเร็จไปเต็มเปี่ยมที่จนบัดนี้ไม่เคยสำเร็จบริบูรณ์คือ การตัดทิ้งการถือโสดพระสงฆ์และการนำสังฆภาพสงฆ์สตรี-โดยเริ่มด้วยสังฆานุกรสตรี”

Of course women’s ordination to Holy Orders is impossible in the Catholic Church and any change in this regard would be false, in fact until recently a priest advocating for women’s ordination would be excommunicated as was Fr. Roy Bourgouis in 2012.. However, the same can be said about other issues such as communion for divorced and remarried Catholics, communion for Protestants, and the teaching on the death penalty.  Yet, in all these cases a false change has been allowed to fester. แน่นอน การบวชผู้หญิงสู่ศีลบรรพชา เป็นไปไม่ได้ในศาสนจักรคาทอลิกและการเปลี่ยนแปลงใดๆในเรื่องนี้อาจจะล้มเหลว อันที่จริงจนกระทั่งเมื่อเร็วๆนี้พระบาทหลวงองค์หนึ่งที่เรียกร้องการบวชผู้หญิง อาจจะถูกตัดขาดจากพระศาสนจักร (Excom) คือ Fr. Roy Bourgouis ในปี 2012 อย่างไรก็ดี เรื่องเดียวกันสามารถกล่าวได้ในเรื่องอื่นๆ เช่นการรับศีลสำหรับคาทอลิกที่หย่าร้างและกลับแต่งงานใหม่ การให้โปรเตสตันท์รับศีลมหาสนิท และการสอนเกี่ยวกับการลงโทษถึงตาย จนบัดนี้ ในกรณีทั้งหมดที่กล่าวนี้ การเปลี่ยนแปลงหลอกๆได้รับอนุญาตเพื่อก่อพิษ.

As with most of these seeming changes, Pope Francis has opined both ways on the matter of women’s ordination. Early in his pontificate in 2013 he issued the exhortation Evangeli Gaudium, wherein he seemed to indicate, in line with all the popes before him, that there was no possibility of women being ordained.  He said, “The reservation of the priesthood to males, as a sign of Christ the Spouse who gives himself in the Eucharist, is not a question open to discussion.” He reiterated this position in 2016. เช่นที่ดูคล้ายการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดเหล่านี้ โป๊บฟรังซิสได้ยึดความเห็นตนเองทั้งสองทางเกี่ยวกับเรื่องของการบวชผูหญิง  เริ่มแรกในสมณสมัยของพระองค์ในปี 2013 พระองค์ได้ประกาศคำแนะนำ exhortation Evangeli Gaudium ซึ่งในนั้นพระองค์ดูเหมือนจะชี้ ในแนวทางเข้ากับโป๊บทุกองค์ที่มาก่อนพระองค์ ว่า ไม่มีความเป็นไปได้ของผู้หญิงที่จะได้รับการบวช  พระองค์ว่า “การสงวนไว้ของสังฆภาพสงฆ์แก่ผู้ชาย ประหนึ่งเครื่องหมายของพระคริสต์ผู้เป็นเจ้าบ่าว ซึ่งมอบพระองค์เองในศีลมหาสนิท มิใช่คำถามที่เปิดไปสู่การนำมาวิพากษ์วิจารณ์ได้” พระองค์ได้ยืนยันสภาวะนี้ในปี 2016”

Nonetheless he and his closest collaborators have been hinting at initiating an ordained ministry at Mass for women, specifically focused on the possibility of allowing women deacons. อย่างไรก็ดี พระองค์และบรรดาผู้ร่วมมือทั้งหลายได้วางแนวทางที่จะเริ่มการปฏิบัติแบบผู้ได้รับบวชคนหนึ่งในมิสซาสำหรับผู้หญิง เป็นพิเศษได้พุ่งศูนย์รวมในความเป็นไปได้ที่จะอนุญาตสังฆานุกรสตรี.
Here are 10 examples of that: นี่คือ 10 ตัวอย่างของเรื่องที่ว่า :
1.   In the October Synod working document, the Instrumentum Laboris, women’s ordination is suggested. It calls on the church to “promote vocations among indigenous men and women in order to respond to the need for pastoral and sacramental care.” And it also calls on the Church to “identify the type of official ministry that can be conferred on women, considering the central role they play today in the Amazon Church.” ในเอกสารปฏิบัติงานการประชุมใหญ่ตุลาคม Instrumentum Laboris การบวชสตรีมีการเสนอแนะ  ได้มีการเรียกร้องให้พระศาสนจักร “ส่งเสริมกระแสเรียกท่ามกลางชายและหญิงที่เป็นคนท้องถิ่นดั้งเดิม เพื่อตอบสนองความต้องการการดูแลสิ่งศักดิ์สิทธิ์และงานบริหารวัดปกครอง” และยังมีการเรียกร้องศาสนจักรให้ “ถือว่าชนิดของงานที่เป็นทางการที่สามารถจัดให้ผู้หญิงทำนั้น เหมือนกัน โดยพิจารณาบทบาทศูนย์กลางที่พวกเขากระทำทุกวันนี้ในศาสนจักรสตรีล้วน.”

2.   In August 2016, Pope Francis set up a 12-member commission to study the issue of women deacons, even though a previous commission on the subject in 2002 had concluded that women’s ordination is not possible. Moreover Pope Francis appointed as a member of that commission the world’s leading advocate of ordaining women deacons – Phyllis Zagano. ในเดือนสิงหาคม 2016 โป๊บฟรังซิสได้ตั้งคณะกรรมการสมาชิก 12 คนเพื่อศึกษาเรื่องของสังฆานุกรสตรี แม้ว่าคณะกรรมการชุดก่อนว่าด้วยเรื่องนี้ในปี 2002 ได้สรุปว่าการบวชผู้หญิงไม่สามารถทำได้  ยิ่งกว่านั้น โป๊บฟรังซิสได้แต่งตั้งสมาชิกคนหนึ่งของคณะกรรมการนั้นที่คนผู้นี้เป้นผู้ส่งเสริมชั้นนำของโลกเรื่องให้บวชสังฆานุกรสตรี – เขาคือ ฟิลลิส ซากาโน – Phyllis Zagano.

3.   Early in his pontificate Pope Francis shocked Catholics by washing women’s feet at the Holy Thursday Mass of the Lord’s Supper. The symbolic washing of the feet by the celebrant of the Mass is to commemorate Christ’s washing the feet of His Apostles at the establishment of the priesthood. In January 2016 he officially altered the Church’s practice to allow for washing women’s feet at the Holy Thursday. He lessened the scandal of this move by suggesting that the meaning of the rite was more about charity and service however. เมื่อเริ่มสมณสมัยของพระองค์ โป๊บฟรังซิสได้ทำให้คนคาทอลิกช๊อก โดยล้างเท้าให้พวกผู้หญิงในมิสซาวันพฤหัสบดีฉลองการตั้งศีลมหาสนิทของพระเยซูเจ้า การล้างเท้าที่ถือเป็นสัญลักษณ์โดยผู้ถวายมิสซา เป็นการระลึกถึงการล้างเท้าบรรดาอัครสาวกของพระองค์ในการสถาปนาความเป็นสงฆ์  ในเดือนมกราคม 2016 พระองค์ได้เปลี่ยนวิธีล้างเท้าเป็นทางการ โดยอนุญาตให้ล้างเท้าผู้หญิงในวันพฤหัสบดีใหญ่ พระองค์ได้ลดการเป็นที่สดุดลงที่ทำเช่นนี้โดยเสนอความหมายของจารีตพิธีนี้ว่าเป็นการแสดงความรักมากขึ้นและอย่างไรก็เป็นพิธีการด้วย.

4.   In a March 2016 interview with Die Zeit, the Pope was asked about the devastating lack of priests in Germany and Switzerland. “Yes that is a great problem,” he replied. “Many parishes have well-behaved women: they keep up Sunday and celebrate liturgies of the word (Wortgottesdienste), that is without the Eucharist.” Celebrating “liturgies of the word,” and such ceremonies, is something that the Church has always reserved to ordained clergy. ในการให้สัมภาษณ์กับ Die Zeit เดือนมีนาคม 2016 โป๊บถูกถามถึงการขาดพระสงฆ์ที่ทำความเสียหายมากในเยอรมันนีและสวิสเซอร์แลนด์ “ใช่นั่นเป็นปัญหาใหญ่มาก” พระองค์ตอบ “วัดปกครองหลายวัดมีผู้หญิงประพฤติดีมาก พวกเธอมาวัดวันอาทิตย์และอ่านจารีตพระวาจา (Wortgottesdienste) นั่นคือไม่มีพิธีมิสซา” การ”จารีตพิธีพระวาจา” และจารีตพิธีต่างๆเช่นนั้น เป็นอะไรบางอย่างที่พระศาสนจักรสงวนไว้สำหรับจารีตพิธีกรที่ได้รับบวชเท่านั้น.

5.   In the Apostolic Exhortation, Amoris laetitia, two paragraphs address the issue of women’s rights. Pope Francis deplores women’s “lack of equal access to dignified work and roles of decision-making.” He uses feminist language to denounce “the excesses of patriarchal cultures that considered women inferior,” even quoting himself when he says the argument that “many of today’s problems have arisen from women’s emancipation” is “a false, untrue, a form of male chauvinism.” “If certain forms of feminism have arisen which we must consider inadequate, we must nonetheless see in the women’s movement the working of the Spirit for a clearer recognition of the dignity and rights of women,” he continues in paragraph 54. ในคำแนะนำของวาติกัน Amoris Laetitia สองพารากราฟกล่าวถึงเรื่องของสิทธิสตรี “โป๊บฟรังซิสตรวจสอบหา “การขาดความเท่าเสมอสำหรับงานและบทบาทของการตัดสินใจที่เหมาะกับเธอ” พระองค์ใช้ภาษาผู้หญิงเพื่อประกาศ “การมีวัฒนธรรมทางการปกครองแบบพ่อลูก ที่ถือว่าผู้หญิงต่ำกว่า” แม้อ้างตนเมื่อพระองค์กล่าววิพากษ์ว่า “ปัญหาของทุกวันนี้มากมายได้เกิดขึ้นจากการปล่อยผู้หญิงเป็นอิสระ” เป็น”

           
บันทึกการเข้า
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2116



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2019, 11:10:02 AM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม

รูปแบบ ที่เป็นเท็จ ไม่จริง ของการรักนิยมผู้ชายอย่างรุนแรง” “ถ้ารูปแบบอย่างหนึ่งของการนิยมผู้หญิงได้เกิดขึ้น ซึ่งเราต้องพิจารณาไม่เท่าเทียมกัน  ทั้งนั้นก็ดี เราต้องมองเห็นในความเคลิ่อนไหวของผู้หญิงที่จิตวิญญาณเพื่อการรับรู้ที่ชัดเจนกว่าเรื่องความสมศักดิ์ศรีและสิทธิของผู้หญิง” พระองค์กล่าวต่อในพารากราฟ 54.

6.   In April 2016 the Vatican’s newspaper L’Osservatore Romano ran a series of articles calling for women to be able to preach at Mass. ในเดือนเมษายน 2016 หนังสือพิมพ์วาติกัน L’osservatore Romano ลงชุดบทความเรียกร้องให้ผู้หญิงสามารถเทศน์เวลามิสซาได้.

7.   Pope Francis has met in official capacities with female clergy and ‘bishops’ from other denominations. โป๊บฟรังซิสได้พบความสามารถเป็นทางการของนักบวชหญิง และ ‘สังฆราช’จากนิกายอื่นๆ.

8.   In February 2017, arguments for the ordination of women to the priesthood were presented in the oldest Jesuit Journal of Italy; a journal which is reviewed by the Vatican prior to publication, and run by Jesuit Fr. Antonio Spadaro one of Pope Francis’ closest advisors. “Civiltà Cattolica” published an article by Fr. Giancarlo Pani SJ suggesting that the admission to the priesthood of women should undergo re-examination. ในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 การถกเถียงกันสำหรับเรื่องการบวชผู้หญิงไปสู่สังฆภาพสงฆ์ได้มีการเสนอในวารสารเยซูอิตที่เก่าแก่ที่สุดของอิตาลี วารสารซึ่งได้รับการตรวจสอบโดยวาติกันก่อนที่จะมีการพิมพ์ และดำเนินการโดยเยซูอิต Fr. Antonio Spadaro หนึ่งในที่ปรึกษาใกล้ชิดที่สุดของโป๊บฟรังซิส  หนังสือพิมพ์ “Civiltà Cattolica” ได้ลงพิมพ์บทความหนึ่งโดย Fr. Giancarlo Pani SJ เสนอแนะว่าการรับผู้หญิงเข้าสู่สังฆภาพสงฆ์ ควรได้รับการตรวจสอบอีกก่อน.

9.   Bishop Erwin Kräutler, was made primary author of the June 17, 2019 instrumentum laboris for the upcoming Amazon Synod. Krautler is a strong supporter of the ordination women to the priesthood. In June of 2018, LifeSiteNews reported on a 2016 book written by Bishop Kräutler, in which he argues in favor of female priests. Bishop Erwin Kräutler ถูกจัดให้เป็นผู้เขียนแรกของบทความ instrumentum laboris ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2019 สำหรับการกระชุมใหญ่ผู้หญิงล้วนที่จะมาถึง Krautler เป็นผู้สนับสนุนแข็งขันของการบวชผู้หญิงสู่สังฆภาพสงฆ์  ในเดือนมิถุนายน 2018 สำนักข่าว LifeSiteNews ได้รายงานในหนังสือปี 2016 เขียนโดยพระสังฆราช Bishop Kräutler ซึ่งพระคุณเจ้าโต้แย้งเพราะนิยมพระสงฆ์สตรี

10.   In July 2019 a secret prep synod of Cardinals and Bishops was held with a Vatican representative in attendance and it pushed for women’s ordination. ในเดือนกรกฎาคม 2019 ซีโนดพระคาร์ดินัลและพระสังฆราชที่เตรียมอย่างลับๆ โดยมีตัวแทนวาติกันเข้าร่วมด้วยและที่ประชุมนี้ผลักดันให้มีการบวชผู้หญิง.

    But given the weaponized ambiguity used in the Vatican these days which seeks to push the envelope as much as possible without forcing a split in the Church, my bet would be that the Synod will stop short of allowing for women’s ordination. My guess would be the Pope’s hint about women in Germany will be made into a new ‘ministry’ for women without proclaiming it an ‘ordained’ ministry since that would cause too many prelates to object. What will most likely occur is an official normalization of what already takes place in exceptional circumstances. แต่ความกำกวมที่ถูกใช้เป็นอาวุธในวาติกันทุกวันนี้ ซึ่งแสวงหาที่จะผลักดันซองมากเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยปราศจากการแตกพร่าในพระศาสนจักร การพนันของฉันก็คือว่าการประชุมซีโนดจะหยุดชะงักในการอนุญาตสำหรับการบวชผู้หญิง การเดาของฉันก็คือแนวความคิดของโป๊บเกี่ยวกับผู้หญิงในเยอรมันจะทำเป็น “การปฏิบัติงาน” ใหม่สำหรับผู้หญิงโดยไม่ต้องประกาศหน้าที่’ผู้ได้รับบวช’ โดยที่ว่าอาจจะก่อให้เกิดเรื่องที่พระคุณเจ้าจำนวนมากขัดขวาง. อะไรที่เหมือนจะเกิดขึ้นมากที่สุดก็คือการตั้งเกณฑ์ปกติเป็นทางการของสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในสิ่งแวดล้อมที่ยกเว้นเป็นพิเศษ.

For instance, since women already serve at the altar in liturgical garb; since women are already permitted as readers at mass; and since women already act as extraordinary eucharistic ministers a move to give women a named ministry and a liturgical garb for Mass with perhaps also the possibility of preaching seems not so far-fetched. But once we’re there, there will be no holding back women’s ordination, since it will already be there visually and symbolically. In the absence of a priest, a woman in liturgical garb could lead the prayers, readings, Gospel, give a homily and just use the already-consecrated Hosts from the Tabernacle as Pope Francis mentioned already happens in some places in Germany. By that point the look and feel of the all-male priesthood will be all but destroyed leading quickly and inevitably to false women’s ordination. ตัวอย่างเช่น โดยที่ผู้หญิงเข้าช่วยแล้วที่พระแท่นในชุดพิธีกรรม โดยที่ผู้หญิงให้เป็นผู้อ่านเวลามิสซา และโดยที่ผู้หญิงได้ทำหน้าที่ผู้ช่วยในมิสซา การเคลื่อนไหวที่จะให้การทำหน้าที่สำหรับผู้หญิงและชุดช่วยจารีตพิธีสำหรับมิสซา ซึ่งบางทีเป็นไปได้เรื่องการเทศน์ดูเหมือนจะไม่ไกลนัก  แต่ เมื่อเราอยู่ที่นั่น คงจะไม่มีการดึงเรื่องการบวชผู้หญิงกลับมา โดยที่จะเห็นกันตรงนั้นและเป็นสัญลักษณด้วย  ในวันที่พระสงฆ์ไม่อยู่  ผู้หญิงในชุดช่วยพิธีสามารถนำสวดภาวนา อ่านบทสวดต่างๆ อ่านพระวรสาร แสดงพระธรรมเทศนาและนำแผ่นศีลที่เสกแล้วออกจากตู้ศีลมาแจกแก่ผู้ร่วมพิธี เหมือนที่โป๊บฟรังซิสระบุว่าเกิดแบบนั้นแล้วในบางแห่งของเยอรมันนี  ด้วยจุดนั้น ภาพและความรู้สึกแบบสังฆภาพสงฆ์ผู้ชายทั้งหมดจะทั้งหมด ถูกทำลายนำไปสู่การบวชผู้หญิงปลอมๆ รวดเร็วและไม่เคยคิดจะเป็นเช่นนั้น.

But women’s ordination will never happen in the True Catholic Church even if a majority of Catholics were to break with the Truth and pursue that direction. แต่การบวชผู้หญิงคงจะไม่เกิดขึ้นเลยในพระศาสนจักรคาทอลิกที่แท้จริง แม้ถ้าคนส่วนใหญ่ของคาทอลิกต้องแตกสลายด้วยความจริงและติดตามเส้นทางนั้น.

Pope John Paul II stressed the impossibility of female ordination and the teaching was reiterated definitively and irrevocably. โป๊บยอห์นปอลที่ II ได้ย้ำความเป็นไปไม่ได้ของการบวชผู้หญิง และคำสอนที่จะนำทางอย่างเด็ดขาดและไม่สามารถกลับคืนได้.

In 1994 John Paul II In Ordinatio Sacerdotalis wrote: ในปี 1994 โป๊บยอห์น ปอลที่ II เขียนใน Ordinatio Sacerdotalis ว่า :
Although the teaching that priestly ordination is to be reserved to men alone has been preserved by the constant and universal Tradition of the Church and firmly taught by the Magisterium in its more recent documents, at the present time in some places it is nonetheless considered still open to debate, or the Church’s judgment that women are not to be admitted to ordination is considered to have a merely disciplinary force. แม้การสอนว่าการบวชพระสงฆ์ต้องถูกเก็บไว้สำหรับผู้ชายแต่เพศเดียวก็ถูกสงวนไว้โดยประเพณีสากลทั่วโลกของพระศาสนจักร และสอนกันอย่างมั่นคงโดยอำนาจสอนสูงสุด(Magisterium) ในเอกสารใหม่ๆมากของศาสนจักร ณ เวลาปัจจุบันนี้ ในบางสถานที่ ทั้งนั้นก๋ดี ยังได้รับการพิจารณาเปิดให้ถกเถียงกันได้ หรือ การตัดสินของพระศาสนจักรที่ว่าผู้หญิงมิได้ถูกรับเข้าสู่การบวช ถูกถือว่ามีพลังทางระเบียบกฎเกณฑ์บังคับอยู่แล้ว.

Wherefore, in order that all doubt may be removed regarding a matter of great importance, a matter which pertains to the Church’s divine constitution itself, in virtue of my ministry of confirming the brethren (cf. Lk 22:32) I declare that the Church has no authority whatsoever to confer priestly ordination on women and that this judgment is to be definitively held by all the Church’s faithful. ด้วยเหตุนี้ เพื่อความสงสัยทั้งสิ้นจะหมดไปจากเรื่องที่มีความสำคัญมากนี้ เรื่องซึ่งเกี่ยวกับธรรมนูญเบื้องบนของพระศาสนจักรเอง โดยเหตุเรื่องงานในหน้าที่ของฉันเพื่อจะยืนยันกับพี่น้องทั้งหลาย(อ้าง ลูกา 22:32) ฉันประกาศว่าพระศาสนจักรไม่มีอำนาจไม่ว่าอำนาจอะไรที่จะจัดการบวชพระสงฆ์แก่ผู้หญิงและว่าการตัดสินใจนี้จะต้องยึดถือเด็ดขาดโดยมวลผู้ถือความเชื่อของพระศาสนจักร.

Pope John Paul II also pointed to Our Lady as the definitive proof that women were not meant to be in ordained ministry for, as he suggested were Christ to have chosen any woman in history for ordination it would have been His Mother. He said
The fact that the Blessed Virgin Mary, Mother of God and Mother of the Church, received neither the mission proper to the Apostles nor the ministerial priesthood clearly shows that the non-admission of women to priestly ordination cannot mean that women are of lesser dignity, nor can it be construed as discrimination against them. Rather, it is to be seen as the faithful observance of a plan to be ascribed to the wisdom of the Lord of the universe. โป๊บยอห์น ปอล II ยังชี้ไปที่แม่พระ ในฐานะข้อพิสูจน์เด็ดขาดว่า บรรดาผู้หญิงมิได้หมายความว่าที่จะเป็นผู้บริหารที่บวชมาสำหรับ ตามที่พระองค์เสนอแนะ เป็นพระคริสต์ที่ได้ทรงเลือกผู้หญิงคนหนึ่งคนใดในประวัติศาสตร์เพื่อการบวช ก็คงเป็นแม่พระของเรา พระองค์กล่าว. ความจริงที่ว่า พระนางพรหมจารีมารีอา ชนนีของพระเจ้าและพระมารดาของพระศาสนจักร มิได้รับพันธกิจเฉพาะกับบรรดาอัครสาวก และไม่ได้รับสังฆภาพสงฆ์ในการบริหาร แสดงว่า การไม่รับผู้หญิงสู่การบวชเป็นพระสงฆ์ มิได้หมายว่าบรรดาผู้หญิงมีความเหมาะสมน้อยกว่า หรือไม่สามารถแต่งตั้งแบบเลือกที่รักมักที่ชังกับพวกเธอ  ตรงข้าม มันเป็นเรื่องที่จะเห็นประหนึ่งการสังเกตุอย่างเชื่อมั่นในแผนการที่ต้องพิจารณาถึงพระปรีชาสามารถของพระเจ้าแห่งสากลจักรวาล.

"Already We hear you clamor for the ordination of woman.  No woman shall stand in My House to represent Me!  How dare you bring in this heresy to My House!  I shall go among you and I shall sling you out from My temples!"Jesus - December 27, 1975 “เราได้ยินเสียงพวกเจ้าร้องขอการบวชผู้หญิงแล้ว  ไม่มีผู้หญิงคนใดจะยืนในบ้านของเราเพื่อเป็นตัวแทนเรา! เจ้ากล้าอย่างไรที่จะนำลัทธิเฮเรติกมาสู่บ้านของเรา!  ฉันจะไปท่ามกลางพวกเจ้า และฉันจะเหวี่ยงพวกเจ้าออกจากพระวิหารของฉัน!” พระเยซูเจ้า – 27 ธันวาคม 1975

  EDITOR'S NOTE:  We welcome your comments at the end of this page.  Email a link or print out a copy of this web page to your clergy, family, friends and relatives.  Email this page to a friend.

                                                                             Ad  Majorem  Dei  Gloriam
                                                                               Peter Vichitr Thongthua
                                                                                        24 July 2019

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: