หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: องค์กรลับ "อิลลูมินาติ" ILLUMINATI  (อ่าน 239 ครั้ง)
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2106



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: กันยายน 04, 2019, 12:49:35 PM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                                                             องค์กรลับ "อิลลูมินาติ" ILLUMINATI
- ข้อมูลจาก Pantip                                                                                                                                                                             Alan Petervich Updated Sep 4, 2019

คำว่า Illuminati เป็นพหูพจน์ของ Illuminatus ภาษาลาติน แปลตรงคำหมายถึง ผู้ที่มีสติปัญญาอันล้ำเลิศ
       อิลลูมินาติ เป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ตั้งขึ้นมาอย่างลับๆ   เนื่องจาก พวกนี้ได้ถูกกลุ่มคริสตจักร ไล่ฆ่า เพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นลัทธิของซาตาน เพราะเหล่านักวิทยาศาสตร์เกิดความขัดแย้งขึ้นกับคริสตจักร ในเรื่องการกำเนิดของโลก และในอีกหลายๆเรื่อง  ประเด็นหลักก็คือ คริสตจักรเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างทุกสิ่ง แต่นักวิทยาศาสตร์ก็เชื่อว่าสสารไม่มี วันเกิดขึ้นมาจากความว่างเปล่า (จึงได้เกิดทฤษฎี บิกแบง ที่เป็นทฤษฎีการกำเนิดโลกที่ได้รับการเชื่อถือมากที่สุด ในทาง
วิทยาศาสตร์)
    เนื่องจากในอดีต คริสตจักร เป็นกลุ่มที่มีอำนาจมาก ทำให้กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ไม่อาจต่อกรได้จึงต้องคอยหลบหนี
หรือแอบซ่อนไม่เปิดเผยตัว  พวกนี้ได้ตั้งกลุ่มขึ้นมาโดยใช้ชื่อ illuminati (ภาษาลาติน เอกพจน์คือ illuminatus)และหา ที่รวมกลุ่ม เพื่อใช้สนทนาเรื่องวิทยาศาตร์กัน หรือแลกเปลี่ยนแนวความคิด สมาชิกกลุ่มอิลลูมินาติ เช่นกาลิเลโอเป็นต้น

นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อกันว่า กลุ่มอิลลูมินาติ ได้แทรกซึมเข้าไป ยังกลุ่มเมซันด้วย กลุ่มเมซัน (Masonary) คือกลุ่มคน  ที่มีอำนาจทั้งด้านการเมืองและการเงิน พวกนายธนาคารหรือนักการเมือง อยู่ในกลุ่มนี้

      มีการแทรกซึมของ อิลลูมินาติเข้าไปในกลุ่มเมซัน รองประธานาธิบดี วอลเลซ ( Henry Agard Wallace เป็นรอง
ประธานาธิบดีคนที่33ของสหรัฐ) เป็นผู้เสนอสัญลักษณ์ดังกล่าวให้ ประธานาธิบดีรูสเวลต์ (Franklin Delano Roosevelt ประธานาธิบดีคนที่32-33ของสหรัฐอเมริกา) ใช้สัญลักษณ์ดังกล่าวในธนบัตรดอลลาร์ เนื่องจากทั้งคู่อยู่ใน กลุ่มเมซัน  และการที่รองประธานาธิบดีวอลเลซเสนอให้ใช้สัญลักษณ์ดังกล่าวเป็นเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือเพราะว่าเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของ อิลลูมินาติ ด้วย

สรุปได้ว่า กลุ่มอิลลูมินาติ ต้องการที่จะล้มล้างคริสตจักรนั้นเอง โดยการหาทฤษฎี ต่างๆ มาหักล้างเรื่องพระเจ้า
เพื่อที่จะเปลี่ยนแกนอำนาจความเชื่อของคนในยุคนั้นจากทางด้านศาสนามาเป็น ด้านวิทยาศาสตร์นั้นเอง

อย่างที่กล่าว  กลุ่มอิลลูมินาติ มีการแทรกซึมเข้าไปในกลุ่ม FREEMASON ตอนสร้างเมืองวอชิงตัน เป็นนครหลวงสหรัฐ
กลุ่มอิลลูมินาติได้ออกแบบเมืองวอชิงตัน ดี.ซี. ถ้ามองจากมุมสูง (มองจากนอกโลก)  สังเกตดีๆจะเห็นเมืองวอชิงตัน ดี.ซี.
เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มอิลลูมินาติ คือ รูปดาว

       เมืองหลวงสหรัฐอเมริกา มีผังเมืองเป็นรูป พีระมิดมีตา ตรงดวงตาซาตานคือ อาคารรัฐสภาแห่งวอชิงตัน ดีซี      ศูนย์กลางการบริหารประเทศ

       ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ ธาตุทั้ง 4 สิ่ง เป็นธาตุสากลของหลายชนชาติ  โดยธาตุเหล่านี้ถูกนำมาใช้ดูลักษณะ ของคนตามวิชา
นรลักษณ์ของหมอดูด้วย

หากจะอ้างว่านี้คือวิธีของนักวิทยาศาสตร์ก็นับว่าน่าสนใจที่นำทฤษฎีนี้มาโยง กับ สมาคมลับอย่าง "อิลลูมินาติ" เพราะดู
มันจะขัดแย้งกันระหว่างวิทยาศาสตร์กับโหราศาสตร์

     การสร้างผังเมือง เป็นศาสตร์หนึ่งของพวกสถาปนิก เรื่องนี้จึงโยงไปถึงกลุ่ม "ฟรีเมสัน" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  การรื้อฟื้น
เรื่องฟรีเมสันเกี่ยวโยงกับอิลลูมินาติ จึงประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด
           
อิลลูมินาติ (ลาติน: Illuminati) เป็นชื่อที่อ้างอิงถึงกลุ่มหลาย ๆ กลุ่ม ทั้งในอดีตและปัจจุบัน   ในความเป็นจริงและใน
เรื่องแต่งในอดีตนั้นใช้อ้างถึงบาวาเรียนอิลลูมินาติ ซึ่งเป็นสมาคมลับในยุคเรืองปัญญาที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่1พฤษภาคม
พศ.2319  สำหรับในปัจจุบันจะใช้อ้างถึงองค์กรสมคบคิดที่ถูกอ้างว่า  เป็นกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังอำนาจอย่างลับๆ โดยการ
ควบคุมเหตุการณ์ในโลกทุกวันนี้ผ่านทางรัฐบาลและกลุ่มบุคคลอื่นๆ คล้ายกับว่าเป็นการฟื้นคืนชีพหรือการสืบทอดอำนาจ
อย่างต่อเนื่องของบาวาเรียนอิลลูมินาติ โดยในบริบทนี้คำว่า อิลลูมินาติ มักจะถูกใช้อ้างถึง New World Order (NWO)
นักทฤษฎีสมคบคิดจำนวนมากเชื่อว่าอิลลูมินาติอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่จะนำ ไปสู่การสถาปนาลัทธิดังกล่าว และข้อเท็จ
จริงที่สร้างความสับสนมากขึ้นไปอีกก็คือ ปัจจุบันมีกลุ่มภราดรหลายกลุ่มที่มีคำว่า "อิลลูมินาติ" อยู่ในชื่อกลุ่มด้วย

ประวัติการก่อตั้ง อิลลูมินาติ

องค์กรนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่1พฤษภาคม พศ.2319 ในเมืองอินกอลสตาดท์(บาวาเรียตอนบน)โดย Adam Weishaupt
ผู้เลื่อมใสในคณะเยซูอิต และเป็นศาสตราจารย์ด้านประมวลกฎหมายโรมัน เกี่ยวกับศาสนาที่เป็นฆราวาสคนแรก ที่
มหาวิทยาลัยอินกอลสตาดท์ องค์กรนี้ก่อตัวขึ้นจากนักคิดเสรีในฐานะเป็นผลพวงจากยุคเรืองปัญญา ซึ่งนักเขียนร่วม
สมัยบางคนอย่างเช่น Seth Payson  เชื่อว่าเป็นการสมคบคิดเพื่อแทรกซึมและโค่นล้มรัฐบาลของหลายๆรัฐในยุโรป
ขณะที่นักเขียนบางคนอย่าง Augusting Barruel และ John Robison ได้กล่าวอ้างว่า อิลลูมินาติ อยู่เบื้องหลังการ
ปฏิวัติฝรั่งเศส

- หลายเหตุการณ์ที่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง  ทางการเมือง และเศรษฐกิจโลกครั้งสำคัญๆ  สมาคมลับ ไม่สมาคม
ใดก็สมาคมหนึ่ง มักจะถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เหล่านั้น แต่ถ้าใครๆก็รู้ว่าสมาคมลับมีตัวตนจริงๆ แล้วมัน
จะเป็นสมาคมลับได้ อย่างไร

ชื่อสมาคมลับหลายแห่งมักถูกเอ่ยถึงในนิยายและภาพยนตร์แนวอาชญากรรมลึกลับซ่อนเงื่อน  หลายคนอาจเคยได้ยิน
ชื่อสมาคมเหล่านี้มาบ้าง และหลายคนอาจคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ชื่อสมมุติ    วันนี้เราจะมาดูกันว่าสมาคมลับเหล่านั้นมี
อะไรบ้าง

Illuminati จะเริ่มก่อตั้งด้วยเหตุผลทางด้านความเชื่ออย่างไร เกี่ยวข้องกับศาสนาหรือไม่ หรือ เป็นสมาคมลับที่วางแผน
การจัดระเบียบโลกใหม่ ก็เป็นเรื่องที่จะต้องหาความจริงกันต่อไป หรือว่านี่ก็เป็นเพียงแค่ ทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory)อย่างหนึ่งเท่านั้น

     ความคิดเห็นที่ 1
สมาคมอิลลูมิเนติ (Illuminati) ก่อตั้งขึ้นที่เมืองอินกอลสตาดท์ (Ingolstadt) ประเทศเยอรมัน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม
1776 โดย อดัม ไวส์ฮอพ (Adam Weishaup) ผู้ยึดถือปรัชญาความคิดอิสระ ไม่ยึดติดกับความเชื่อเก่าๆที่สั่งสอนกัน
มาทั้งเรื่องระบบการปกครองและศาสนา เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคการปกครองแบบใหม่ (New World Order) และเชื่อกันว่า
สมาคมอิลลูมิเนติอยู่เบื้องหลังการล้มล้างการปกครองด้วยระบบกษัตริย์ของหลายๆประเทศในทวีปยุโรป รวมถึงการประ
กาศอิสรภาพของอเมริกาในปี 1776

ต่อมาในปี 1784  เจ้าชายคาร์ล ธีโอดอร์ (Karl Theodor) ผู้ปกครองรัฐอิสระบาวาเรีย  ออกกฎหมายห้ามการก่อตั้ง
สมาคมลับ มีการตรวจค้นบ้านและจับกุมสมาชิกอิลลูมิเนติได้หลายคน อย่างไรก็ตาม นักวิจัยหลายคนเชื่อว่าแนวความคิด
ของลัทธิอิลลูมิเนติไม่ได้สูญสิ้นไปกับการสลายสมาคมอิลลูมิเนติในครั้งนั้น  เหตุการณ์สำคัญๆของโลก  เช่น การปฏิวัติ
ฝรั่งเศสปี 1789  การปฏิวัติในรัสเซียปี 1905 และ 1917 ล้วนเป็นผลงานของสมาคมอิลลูมิเนติ

ปี 1782 อเมริกาออกแบบตราแผ่นดินใหม่โดยด้านหลังของตราแผ่นดิน เป็น  ภาพพีระมิดสร้างไม่เสร็จ มีดวงตาอยู่บนยอด
ล้อมรอบด้วยภาษาละติน “Novus Ordo Seclorum” (New Order Of The Ages)   ซึ่งหลายคนเชื่อว่า เป็นสัญลักษณ์
ของสมาคมอิลลูมิเนติ  ดวงตานั้นหมายถึงสมาชิกอิลลูมิเนติกำลังจับตามอง (โลก)   และ  “Novus Ordo Seclorum”    คือ New World Order หรือการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการ(ปก)ครองโลก และต่อมาในปี1935 ภาพตราแผ่นดินนี้ถูกนำมาตีพิมพ์ลงบนด้านหลังของธนบัตร 1 ดอลลาร์สหรัฐ

ภาพธนบัตร 1 ดอลล่าร์ของอเมริกา มีการเขียนภาษาลาติน NOVUS ORDO SECLORIUM ที่แปลว่า ระเบียบโลกใหม่
- มีรหัส 666 ที่ หมายถึง เครื่องมือหรือสัญญลักษณ์ของสัตว์ร้าย(ในเล่มสุดท้ายของพระคัมภีร์ - วิวรณ์)
- ดวงตาของซาตานและอื่นๆมากมาย - ไม่ต่างกับยันต์ทางไสยศาสตร์มนต์ดำเลย

ปัจจุบัน สโลแกนของการปฏิวัติสำหรับ กลุ่มอิลลูมิเนติ ในภาษาลาติน คือ"NOVUS ORDO SECLORIUM"
หมายถึง "A NEW ORDER FOR THE AGES" การจัดระเบียบสำหรับยุคใหม่ ซึ่งมาจาก ความรู้ทาง
โหราศาสตร์และการปกครองโลก

เครื่องหมายบนหลังธนบัตร 1 ดอลลาร์ กับ ดวงตาที่มองเห็นทุกสิ่ง (ALL-SEEING-EYE) เป็นสัญลักษณ์
ของ เวทมนตร์ มิได้เกี่ยวกับศาสนา  พบได้ในกลุ่มเมสัน (The Masons-ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวคิดแบบเดียวกัน)

เครื่องหมายอิลูมินาติ

      อย่างแรก คือ “Numerology”  เป็นศาสตร์ทางตัวเลข ซึ่งเป็นองค์ความรู้เก่าแก่จากคัมภีร์ของพวกฮิบรู หรือ ยิว
เป็นการ Code รหัสตัวหนังสือให้เป็นตัวเลข คือการเอาตัวหนังสือซ่อนไว้ในตัวเลขนั่นเอง

      ชาวฮีบรูยังนำตัวเลขไปเชื่อมโยงกับ พลังจักรวาล พวกเขามิได้แยกระบบตัวอักษรกับตัวเลขออกจากกัน แต่ตัวอักษร
นั้นมีพื้นฐานมาจากตัวเลข  ระบบตัวอักษรถูกวางเรียงไว้อย่างเป็นระบบ และถูกกำหนดรูปแบบที่บอกถึงระดับที่ต่อเนื่อง
กันไปตามกระบวนการการพัฒนาของจักรวาล ชื่อภาษากรีกและฮีบรูในพระคัมภีร์มีนัยสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์
ที่ใกล้ชิดระหว่างความหมายตามตัวอักษรและตัวเลข

     ในภาษากรีกดั้งเดิม คำว่า “Jesus” หมายถึง “Iesous” (ไม่มีตัวอักษร “J” ในตัวอักษรกรีก) ชื่อดังกล่าวมีค่าเท่ากับตัว
เลข 888 ซึ่งหมายถึง “ จิตใจที่สูงกว่า ” หรือ “ จิตใจศักดิ์สิทธิ์ ” ตามความเชื่อลึกลับของกรีก

     “จิตใจที่เกี่ยวข้องกับความตาย” ในภาษากรีกคือหมายเลข 666 ( ตามที่กล่าวไว้ในคัมภีร์เล่มสุดท้ายในพันธสัญญา
ใหม่ ว่าหมายถึง “สัตว์ร้าย” )

     ความคิดเห็นที่ 2
ตราสัญญลักษณ์ของทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
ซึ่ง กลุ่มอิลลูมิเนติ ได้เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากการลงนามประกาศอิสรภาพของอเมริกา
ในวันที่ 4 กรกฏาคม 1776 ชาวอเมริกันสร้างความเชื่อถือด้วยตัวเลขโรมัน MDCCLXXVI บนฐานปิรามิดซึ่งบวกกันแล้วได้เท่ากับ 1776  MDC = 1600 + CLX = 160 + XVI = 16 = 1776
ตามคำทำนายในไบเบิ้ลที่ว่า "SPEAK AS A DRAGON" Revelations 13:11
เพื่อแสดงถึงการต่อสู้กัน ภายใต้อาณาจักรของปีศาจโดยประชาชนของเขา ให้ดูที่เลข 13 เพื่อแสดงให้เห็นว่า
มันเป็นส่วนสำคัญของผู้ที่ร่วมกันคิดขึ้นมา เวทมนตร์ของเลข 13 เป็นเลขที่มีความอาถรรพ์มากที่สุดในการทำพิธีข่ม
เหมือนเมื่อสมัยยุคกลาง, ที่กลุ่มแม่มด โดยปรกติจะมีสมาชิกจำนวน 13 คน แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้  เมื่อเหล่า
แม่มด ร่ายมนตร์ที่จะทำร้ายคน หรือรักษาพวกเขา 13 แม่มดจะยืนอยู่ภายในกรอบห้าเหลี่ยม (ศูนย์กลางของดาวห้าดวง)
และเรียกนำวิญญาณ (familar spirits Deut. 18:11) อันซึ่งที่แท้จริงก็คือ ปีศาจ และเหล่าแม่มดจะควบคุมพวกมันด้วย
คำสั่ง  ปีศาจจะปรากฏตัวในจุดศูนย์กลางของห้าเหลี่ยม(จุดดาวห้าดวง)

สัญญลักษณ์ลึกลับกับคำขวัญ  "NOVUS ORDO SECLORUM" ที่เป็นอนุสรณ์ในการก่อตั้งของกลุ่มอิลลูมิเนติ ใน
วันที่ 1 พฤษภาคม 1776  ไม่ใช่ 4 กรกฏาคม และมันมิใช่โดยความบังเอิญ นั่นคือ นกอินทรี  ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์
ตัวแทนสำหรับ ลูซิเฟอร์ (Lucifer) ในสมัยโบราณ  ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า ฟินิกซ์ (Phoenix) และ ปัจจุบัน
ได้ถูกนำไปใช้เป็นสัญญลักษณ์ของทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (ทำเนียบขาว)
       ความหมายที่ซ่อนไว้ในตราดวงนี้
  1.  ดาว 13 ดวง คือ การก่อกบฏ หรือการปฏิวัติ (ต่อพระเจ้า)
  2.  อยู่ในวงกลมที่มี 28 ขีด หรือ Guide Line คือ ความเป็นนิรันดร์
  3.  ป้ายผ้า 13 ขยัก คือ การก่อกบฏ หรือการปฏิวัติ (ต่อพระเจ้า)
  4.  ตัวหนังสือ E PLURIBUS UNUM หรือ “One of Many” หรือ “หนึ่งจากหลายๆสิ่ง”
  5.  ปีกข้างซ้าย มี 32 ขนนก เป็นระดับชั้นปกครองของลัทธิใต้ดิน กลุ่มที่เรียกว่า เมสัน (Mason) หรือ
       ฟรีเมสัน (Free Mason)ในยุโรป มี 32 ระดับ
  6.  ปีกข้างขวา มี 33 ขนนก  เป็นระดับชั้นปกครองของลัทธิใต้ดิน กลุ่มที่เรียกว่า เมสัน (Mason) หรือ
       ฟรีเมสัน (Free Mason)ในอเมริกา มี 33 ระดับ
  7.  เส้นแนวนอน 12 เส้น บนอาร์มโล่ห์ที่หน้าอกนกอินทรีย์ หมายถึง ความเป็นรัฐบาล
  8.  เส้นแนวตั้ง 18 เส้น บนอาร์มโล่ห์ที่หน้าอกนกอินทรีย์ หมายถึง การเป็นนายทาส
  9.  ซึ่งแบ่งได้ 6 แถบใหญ่ หมายถึง มนุษย์
10.  แถบสีแดงและขาวรวมกันได้ 13 แถบ แยกเป็น
11.  แถบขาว 7 แถบ หมายถึง พระเจ้า
12.  แถบแดง 6 แถบ หมายถึง มนุษย์ แถบแดงวางทับแถบขาว หมายถึง มนุษย์อยู่เหนือพระเจ้า
13.  กรงเล็บ 2 ข้างๆ ละ 4 รวมเป็น 8 เล็บ คือการเริ่มต้น
14.  ลูกธนู 13 ดอก หมายถึง การต่อต้านหรือปกป้องตัวเองของประชาชน
15.  ช่อมะกอกที่มี 13 ใบ หมายถึง เสรีภาพ
16.  ผลเบอรี่ 13 ผล หมายถึง ผลของเสรีภาพ
17.  ขนที่หาง 9 ขน หมายถึง ความสำเร็จ หรือบรรลุผลแล้วนั่นเอง
 
บันทึกการเข้า
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2106



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 04, 2019, 12:55:17 PM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม

     “Numerology”ตัวเลขจำนวนที่ปรากฎในสัญญลักษณ์บนตราแผ่นดินสหรัฐอเมริกา ปรากฏในแบงค์ 1ดอลล่าร์US
มีความหมายดังนี้

จำนวนเลข   6  หมายถึง Man คือ มนุษย์
จำนวนเลข   7  หมายถึง God  คือ พระเจ้า
จำนวนเลข   8  หมายถึง New Beginning คือ การเริ่มต้นใหม่
จำนวนเลข    9  หมายถึง Complete or Finish คือ การเสร็จสิ้น หรือ ความสำเร็จ
จำนวนเลข 12  หมายถึง Government and Perfection คือ รัฐบาลและความสมบูรณ์แบบ
จำนวนเลข 13  หมายถึง Rebellion คือ การปฏิวัติ หรือ การก่อกบฏ
จำนวนเลข 18  หมายถึง Bondage หรือ ความเป็นทาส
จำนวนเลข 28  หมายถึง Eternity คือ ความเป็นนิรันดร์
 
บนด้านหลังของธนบัตรฉบับหนึ่งเหรียญดอลล่าร์ ไม่เฉพาะตำแหน่ง ฟินิกซ์(อินทรี)  Phoenix (EAGLE) แสดงที่จุดนี้
เท่านั้น, ดูที่ดาวเหนือหัวอินทรี จะมี 13 ดวง การจัดเรียงเอาไว้ไม่ใช่ความบังเอิญ นั่นคือ ดาว 13 ในกรอบหกเหลี่ยม
ซึ่งประมาณได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ เวทมนตร์ปีศาจ (EVIL SIGN IN WITCHCRAFT)   อเมริกันสร้างด้วยความเชื่อว่า
ดาว 13 ดวงนั้น เป็นตัวแทน 13 จักรวรรดิดั้งเดิม อย่างไรก็ตามถ้าพิจารณาดูใกล้ๆ ในวงกลมล้อมรอบภาพนกอินทรีย์
(great seal of the United States) จะค้นพบว่าผู้ที่ออกแบบนี้ แสดง 13 หมายเลขอาถรรพ์  โดยเจตนาและแฝง
ความหมายเอาไว้  สังเกตุได้จาก จำนวนครั้งที่ใช้ เลข 13 คือ
    กรอบหกเหลี่ยมถูกจัดเรียงโดยห้าเหลี่ยม (ดาว) 13 ดวง
    โล่ห์ป้องกันหน้าอกของนกอินทรีมี แถบ 13 แถบ
    ผลเบอร์รี่ 13 ผล บนกิ่งมะกอก ในกรงเล็บขวาของนกอินทรี
    ลูกธนู 13 ดอก ในกรงเล็บซ้ายของนกอินทรี
    ใบมะกอก 13 ใบ บนกิ่งมะกอก

ในความหมายทางอิสลาม
ปิรามิด     เป็นสัญลักษณ์ที่น่าหลงใหลดึงดูดใจของ ฟรีเมสัน มาช้านาน เพราะมันคือวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชา
ซาตานในหลายอารยธรรมโบราณ จุดเริ่มต้นของมันย้อนไปถึง Enoch ( นบีอิดรีส ผู้ที่อัลลอฮฺสอนให้
ใช้ปากกาขีดเขียน และเป็น สถาปนิกคนแรกของโลก )
 
ภาษาลาติน E Pluribus Unum' ในรูป (อินทรี) แปลความหมายได้ว่า ‘ หนึ่งเดียวเหนือความหลากหลาย ’
ซึ่งเป็นรากฐานของแผนการเพื่อผนึก รวมรัฐและระบบเงินตราของโลกให้อยู่ภายใต้ระบอบเดียว
โดยมีผู้ปกครองคือกลุ่ม ผู้บูชาซาตาน

หินก้อนบนสุดยังไม่อาจลงมาประทับ ณ ยอดปิรามิดได้ นัยของความหมายนี้คือ  แผนการนี้ยังไม่อาจ
บรรลุสู่ความสำเร็จได้ จนกว่าระเบียบโลกใหม่จะถูกสถาปนาขึ้นปกครอง ประชาคมโลกทั้งมวล

เหยี่ยวสยายปีกตัวนี้มี ขนที่ปลายปีกอยู่จำนวน 32 ขน คือตัวเลขของระดับขั้นธรรมดาในกลุ่มของ Scottish Rite
Freemasonry โดยมีขนที่แอบแฝงอยู่ที่ชั้นใน มีอยู่จำนวน 34 เส้น และ 33 เส้นตามลำดับ ดังกล่าวคือ
ตัวเลขของระดับขั้นชั้นสูงในกลุ่มของ Scottish Rite Freemasonry ส่วนหางซึ่งมีขนจำนวน 6 เส้น
คือตัวเลขของระดับ สภาผู้บัญชาการของกลุ่ม Scottish Rite Freemasonry

ดวงดาวห้าแฉกเหนือหัวของอินทรี เป็นรูปแบบดาวที่ใช้กันโดยทั่วไปในหมู่นักไสยศาสตร์ ดวงดาวจำนวน 13
ดวงล้อมอยู่ด้วยรัศมี 28 แฉกนัยความหมายทางไสยศาสตร์คือ การฉ้อฉลคอรัปชั่น, การก่อกบฏ และ
ความเป็นนิรันดร์

หน้าอกอินทรีมีโล่ห์ ความหมายโดยตรงคือการปกป้องคุ้มครอง ในรูปโล่ห์ที่ด้านบนสุด จะเห็น เส้นนอน 12 เส้น
อยู่บน เส้นตั้ง 18 เส้น (6 เส้นประกอบจากเส้น 3 เส้น) นัยความหมายทางไสยศาสตร์คือ รัฐผู้ปกครอง
และความเป็นทาส

กรงเล็บทั้งแปด กำกิ่งมะกอกที่มีผลเบอร่ 13 ผล และใบ 13 ใบ กับลูกศร 13 ดอก กิ่งมะกอกและผลของมัน
คือ ความสันติภาพและผลของมัน ลูกศรคือสงครามและความแข็งแกร่งของกองทัพ  กงเล็บทั้งแปด
คือ ความหมายของการเริ่มต้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ด้วยการบีบบังคับเพื่อสถาปนารัฐขึ้นปกครองเหนือ
อำนาจการปกครองรูปแบบเดิมโดยใช้พลังอำนาจ  รัฐบาลใหม่ที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นนี้ แน่นอนอย่างที่สุด  ถูก
บงการโดย กลุ่มอิลลูมิเนติ

เบื้องหลัง โล่ที่ปกคลุมหางทั้งเก้า หมายถึง การชี้นำและการควบคุม 9 คือความหมายของการสิ้นสุด ถูกใช้คู่กับ
ความหมายของหางทั้งเก้า ความหมายคือ ด้วยการชี้นำและการควบคุมบงการเท่านั้นที่จะนำไปสู่
การสถาปนารัฐบาลใหม่

สรุป คือ พลังอำนาจที่เกิดจากการครอบงำด้วยอำนาจของซาตาน ที่เข้าควบคุมบงการและกำหนดแนวทาง

        ความคิดเห็นที่ 3
          M-A-S-O-N

องค์กรอิลูมิเนติ ตัวร้ายไม่ค่อยได้ออกหน้า แต่คนที่เป็นหัวกระทินั้น เรียกว่ากลุ่มบิลเดอร์เบอร์เกอร์ (นิกายฟรีเมสันส์
-ลัทธิกระโหลก-กระดูกไขว้-ในอเมริกา  ล้วนเชื่อมโยงกัน)   บิล เกตต์ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ ,บริษัทอินเทล-ไอบีเอ็ม-
เจ้าชายยุโรป เศรษฐีโรงถลุงเหล็ก ร็อกกี้เฟลเลอร์   อะไรต่างๆ ล้วนเป็นสมาชิกตัวเอ้ -รายชื่อเท่าที่เห็นคุ้นตา ฮิลลารี่
(ในฐานะเลขานุการ-ฝ่ายต่าง ประเทศสหรัฐ)และ บิล คลินตัน --นายโทนี่ แบรล์-มากาเร็ต แทชเชอร์-อื่นๆอีกมากมาย
จากเกือบทุกประเทศ ว่ากันว่า อดีตนายกของไทย ก็น่าจะจัดอยู่ในกลุ่มนี้ เพราะโดนยึดทรัพย์แต่ก็ยังมีเงินบินไปบินมา   อยู่ได้สบายครับ
ปี 1990 ประธานาธิบดีจอร์ช บุช ได้กล่าวสุนทรพจน์หัวข้อ Toward The New World Order หรือการก้าวเข้าสู่ยุค
การจัดระเบียบใหม่ให้กับโลก ทำให้เกิดข้อสงสัยที่ว่าอเมริกาอยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ระบบเศรษฐกิจ
และการเงินของหลายๆประเทศ มีน้ำหนัก

ที่ มา ของเรื่องราวทั้งหมด http://board.postjung.com/506647.html

      ความคิดเห็นที่ 4
ส่วนตัวเป็นคนชอบ illuminati เพราะชอบตามดารานักร้องคนโปรดอย่างเช่น Beyonce, Jay-z, Rihanna, justin timberlake ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น illuminati ทั้งนั้นเลยครับ การตายของดาราฮอลลีวู๊ดหลายๆคน สาเหตุเกิดจากพยายามจะถอนตัวออกจากกลุ่มแล้วโดนกำจัดเช่น วิทนีย์ ไมเคิลแจ็คสัน พอลวอร์คเกอร์  เคยได้ยินมาอย่างนั้นนะครับ  เป็นองค์กร ที่มีบริษัทดังๆเข้ากลุ่มเป็นจำนวนมากกระจายไปทั่วโลก  หลักๆเช่น สตาร์บัค, มอนส์เตอร์  เพลงอเมริกัน หรือหนังอเมริกันส่วนใหญ่ จะมี Symbol นี้แฝงอยู่จำนวนมาก อย่างเช่นการถ่ายทอดสด ซูเปอร์โบว ที่จะมีดารานักร้องแสดงช่วงพักครึ่งของทุกปี ลองไปจับผิดกันได้ครับ Beyonce และ Jay-z นี่ค่อนข้างชัดเจนที่สุด

      ความคิดเห็นที่ 5
ต่อให้องค์กรนี้จะยิ่งใหญ่ มีอำนาจแค่ไหน
ผมก็เชื่อมั่นในองค์พระผู้เป็นเจ้าของผม
Tupiw Eednuj 
21 กรกฎาคม 2557 เวลา 00:02 น.
ผมด้วย Peter Vichitr Thongthua – โรมันคาทอลิกคนหนึ่งครับ.

      Ad  Majorem  Dei  Gloriam                                                                                                                                                                        Alan Petervich – Vichitr Thongthua



บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: