หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โป๊บฟรังซิสเสด็จเยือนประเทศไทยและญี่ปุ่นในเดือนพฤศจิกายนปีนี้  (อ่าน 564 ครั้ง)
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2116



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: กันยายน 13, 2019, 11:06:09 PM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                                             โป๊บฟรังซิสเสด็จเยือนประเทศไทยและญี่ปุ่นในเดือนพฤศจิกายนปีนี้
                                                             Pope Francis to visit Thailand and Japan in November

                                       

The Holy See Press Office announces Pope Francis’ Apostolic Journey to Thailand and Japan from 19 to 26 November. He will be the second Pope to visit these two Asian countries, after Pope John Paul II.
สำนักข่าวสันตะสำนักประกาศเรื่องการเยือนเชิงบริหารของโป๊บฟรังซิสมาประเทศไทยและญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 19 ถึง 26 พฤศจิกายน พระองค์จะเป็นพระสันตะปาปาองค์ที่สองที่มาเยือนสองประเทศอาเซียน ต่อจากพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ II.

By ผู้เสนอข่าว Isabella Piro

The Pope’s next Apostolic Journey will see him visiting two Asian countries: the Kingdom of Thailand, from 20 to 23 November, and then Japan from 23 to 26 November, where he will visit Tokyo, Nagasaki and Hiroshima. A detailed program of the visit will be announced later.
การเดินทางเชิงบริหารเยือนจะเป็นสองประเทศอาเซียน ราชอาณาจ้กร์ไทย ตั้งแต่ 20 ถึง 23 พฤศจิกายน และต่อไปที่ญี่ปุ่น ตั้งแต่ 23 ถึง 26 พฤศจิกายน ซึ่งที่นั่นพระองค์จะไปเยือนโตเกียว นางะซากิและฮิโรชิมา โปรแกรมละเอียดของการเดินทางเยือนจะมีการประกาศให้ทราบทีหลัง.

Thailand ประเทศไทย
The motto of the first stage of the Apostolic Journey is "Disciples of Christ, Missionary Disciples", and is a reference to an important anniversary. 2019 marks the 350th anniversary of the establishment of the Apostolic Vicariate of Siam, erected in 1669.
This event is represented in the logo prepared for the visit. Beneath a smiling Pope Francis is a boat that symbolizes evangelization. Its three sails recall the Trinity. The stylized representation of Our Lady’s hand supports the vessel. Finally, a golden cross invites the whole Thai Catholic Church to be a witness to the Good News.
คำพังเพยของช่วงแรกการเดินทางคือ “ศิษย์พระคริสต์ ศิษย์มิสชันนารี” และเป็นการอ้างอิงถึงการครบรอบที่สำคัญ ปี 2019 แสดงให้เห็นการครบรอบปีที่ 350 ของการสถาปนามิสซังสยามที่ตั้งขึ้นในปี 1669  เหตุการณ์นี้แสดงในโลโกที่เตรียมเพื่อการเยือนของพระองค์ ภายใต้ภาพท่านโป๊บฟรังซิสผู้ยิ้มแย้ม เป็นเรือที่แสดงสัญลักษณ์การประกาศพระวรสาร  สามใบเรือบ่งให้ระลึกถึงพระตรีเอกภาพ  การแสดงหัตถ์แม่พระตามสไตล์แสดงการพยุพะยุงเรือ  ในที่สุด กางเขนทองเชื้อเชิญพระศาสนจักรคทอลิกไทยทั้งครบให้มาเป็นพยานแก่พระวรสาร.

The Asian Continent คาบสมุทรอาเซียน
In January this year, Pope Francis sent a message to the meeting of Presidents of the Doctrinal Commissions of the Bishops' Conferences of Asia, and a delegation of the Congregation for the Doctrine of the Faith, in Bangkok. "You are gathered in Asia, a vast and multiform continent, marked by religious, linguistic and cultural diversity”, wrote the Pope, “in order to reaffirm our common responsibility for the unity and integrity of the Catholic faith, as well as to explore new means and methods of witnessing to the Gospel in the midst of the challenges of our contemporary world".
 ในเดือนมกราคมปีนี้ โป๊บฟรังซิสได้ส่งสาส์นถึงการประชุมบรรดาประธานของคณะกรรมาธิการทางคำสอนของสภาพระสังฆราชแห่งเอเซียและคณะผู้แทนของ The Congregation for the Doctrine of the Faith ในกรุงเทพฯ 
โป๊บเขียนว่า “พวกท่านรวมตัวกันในเอเซีย ทวีปที่กว้างใหญไพศาลและหลากแบบ น่าสังเกตุถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม ภาษาและศาสนา “ “เพื่อจะยืนยันความรับผิดชอบปกติธรรมดาของเรา สำหรับเอกภาพและความมั่นคงของความเชื่อคาทอลิก  เช่นเดียวกับที่ตรวจสำรวจวิถีทางและวิธีการใหม่ๆของการเป็นพยานถึงพระวรสาร ในท่ามกลางการท้าทายของโลกยุคปัจจุบัน.

Japan ญี่ปุ่น
The theme of the Apostolic Journey to Japan focuses on the protection of life and Creation, and  is quoted from a phase in “A prayer for our earth” at the end of the Pope’s Encyclical Letter Laudato Si’, on caring for our common home. In that document, the Pope encourages us to respect both the dignity of each person, but also the environment.
แก่นแนวของการเสด็จงานบริหารสำนักไปญี่ปุ่น รวมศูนย์ที่การปกป้องชีวิตและการทรงสร้าง(ของพระเจ้า) และมีการยกคำจากวลีหนึ่งใน “บทภาวนาสำหรับโลกเรา” ที่นำมาจากตอนท้ายพระสมณสาส์น Laudato Si’ ของโป๊บ เรื่องเกี่ยวกับดูแลบ้านปกติของพวกเรา  ในเอกสารนั้น โป๊บได้กระตุ้นพวกเราให้เคารพทั้งเกียรติยศของแต่ละบุคคล แต่ยังต้องนับถือสิ่งแวดล้อมด้วย.

This is particularly poignant in a country like Japan where the nuclear threat, as we read in the description of the motto, "remains a persistent problem”. Three flames of three different colors characterize the logo: a red flame recalling the martyrs, the foundation of the Church in Japan, a blue flame representing the Blessed Virgin Mary who embraces all humanity as her children, and a green flame symbolizing both the nature of Japan, and the mission to proclaim the Gospel of hope. A red circle, like a sun, embraces all life, and symbolizes love.
 สิ่งนี้สาหัสเป็นพิเศษในประเทศเช่นญี่ปุ่น ที่มีการคุกคามทางนิวเคลียร์  ดังที่เราอ่านในคำบรรยายของคำพังเพย “คงปัญหาให้ยืนยาวไป”  สามเปลวของสามสีต่างกันแสดงเป็นโลโก เปลวสีแดงทำให้นึกถึงมรณสักขี การก่อตั้งพระศาสนจักรในญี่ปุ่น เปลวสีฟ้าแทนแม่พระผู้ซึ่งโอบกอดมนุษยชาติทั้งครบเสมือนลูกหลานของพระนาง และ เปลวสีเขียวแสดงสัญลักษณ์ทั้งธรรมชาติของญี่ปุ่น และพันธกิจที่จะเผยแพร่พระวรสารแห่งความหวัง  วงกลมสีแดง เหมือนดวงอาทิตย์ โอบกอดทุกชีวิต และเป็นสัญลักษณ์ความรัก.


           
บันทึกการเข้า
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2116



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 14, 2019, 09:05:53 AM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม

โป๊ปฟรานซิสเสด็จเยือนเอเชียแล้ว 2 ครั้ง ตั้งแต่ทรงรับตำแหน่งเมื่อ 5 ปีก่อน เป็นการเสด็จเยือนฟิลิปปินส์ และศรีลังกา ในปี 2557 เมียนมา และบังกลาเทศ เมื่อปีก่อน พระองค์ตรัสเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ว่า มีพระราชประสงค์จะเสด็จเยือนญี่ปุ่น เพราะเคยอยากไปทำงานเผยแผ่คริสตศาสนาตั้งแต่วัยเยาว์ แต่ไม่ได้ไป เพราะต้องรับการผ่าตัดปอด
 
ขณะที่เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ พระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย อาร์ชบิชอป พอล ชาง อิน นัม เอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวและอ่านประกาศการเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส
โดยได้อ่านประกาศเป็นภาษาไทยและภาษาอิตาเลี่ยน ในเวลา 14.00 น.พร้อมถ่ายทอดผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ไปยังนครรัฐวาติกัน และประเทศญี่ปุ่น ใจความของประกาศมีว่า "สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะเสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20 - 23 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2562 ตามคำเชิญของรัฐบาลไทยและสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย กำหนดการต่างๆของการเสด็จเยือนดังกล่าวจะประกาศให้ทราบต่อไป"
ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงมีความโสมนัสยิ่งที่จะเสด็จเยือนประเทศไทยครั้งนี้ เป็นการจาริกเพื่อสร้างสะพานแห่งสันติภาพ และเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา เปิดมิติในการทำงานร่วมกันระหว่างศาสนาต่างๆ โดยพระองค์จะประกอบพิธีมิสซาแบบสาธารณะ 2 ครั้งคือสำหรับ คริสตชนคาทอลิกทั่วประเทศและสำหรับเยาวชน ในประเทศไทยมีประชาชนนับถือคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 388,468 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 0.58 พระสันตะปาปาคือผู้สืบทอดตำแหน่งของนักบุญเปโตรเซนต์ปีเตอร์ที่ได้รับอำนาจสืบทอดมาจากพระเยซูคริสตเจ้า ทรงเป็นผู้แทนของพระเยซูคริสตพระเจ้าบนโลกนี้และยังถือว่าเป็นบิชอปแห่งกรุงโรม
 
สำหรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงเป็นประมุขและผู้นำสูงสุดของ ศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงเป็นพระสันตะปาปา ลำดับที่266 มีพระนามเดิมว่า ฮอร์เก้ มาริโอ แบร์โกลิโอ ประสูติเมื่อ 17 ธันวาคม ค.ศ.1936 หรือ พ.ศ.2479 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา
ด้านความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสันตะสำนักแห่งนครรัฐวาติกัน มีหลักฐานการติดต่อทางพระราชไมตรีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนการเยือนระหว่างประมุขแห่งรัฐมีขึ้นครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่13 เมื่อปี พ.ศ.2440 , พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนิน เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาที่ 11 เมื่อปี พ.ศ.2477 และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเข้าเฝ้านักบุญยอห์นที่ 23 พระสันตะปาปา เมื่อปี พ.ศ.2503
ในการเสด็จเยือนประเทศไทยครั้งนี้ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส จะทรงประกอบศาสนกิจ เยี่ยมเยียนคริสตชนในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 20 - 23 พ.ย.2562 รวม 4 วัน ก่อนจะเสด็จต่อไปยังประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 23 - 26 พ.ย.2562 โดยจะเสด็จเยือนกรุงโตเกียว เมืองนางาซากิ และเมืองฮิโรชิม่า

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: