หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โป๊บสั่งทบทวนจารีตพิธีกรรมดั้งเดิม  (อ่าน 200 ครั้ง)
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2163



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: เมษายน 28, 2020, 03:44:15 AM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                                                                                           โป๊บสั่งทบทวนจารีตพิธีกรรมดั้งเดิม
                                                                                                            Pope orders review of Old Rite
24 APRIL 2020, นสพ. THE TABLET
by Christopher Lamb
                                       

Cardinal Antonio Canizares Llovera using incense during a solemn pontifical Mass in the extraordinary form at the Basilica of St John Lateran in Rome in 2010.
คาร์ดินัลอันโตนีโอ คานิซาเรซ  ลีโอเวรา โยนกำยานระหว่างพิธีมิสซาใหญ่ในแบบพิเศษ ที่มหาหารนักบุญยอห์น ลวเตรานในกรุงโรมปี 2010

The Holy See is conducting a world-wide survey of the traditional Latin Mass focussing on whether celebrations of the Tridentine liturgy respond to genuine pastoral needs and are following guidelines.     The Congregation for the Doctrine of the Faith has written to the world’s bishops explaining that Pope Francis “wishes to be informed” about the application of Benedict XVI’s 2007 ruling which lifted restrictions on pre-Vatican II liturgical celebrations.
สันตะสำนักกำลังทำการสำรวจทั่วโลกกับมิสซาลาตินแบบดั้งเดิม ว่าตอบต่อความต้องการงานบริหารวัดจริง และกำลังทำตามแนวทางที่ทำไว้  สมณสภาว่าด้วยคำสอนแห่งความเชื่อ (The Congregation for the Doctrine of the Faith = CDF) ได้เขียนถึงบรรดาบิสชอบของโลก อธิบายว่า โป๊บฟรังซิส “ประสงค์จะทราบ” เกี่ยวกับการปรับใช้กฎเกณฑ์ปี 2007 ของโป๊บเบเนดิกต์ XVI ซึ่งยกเลิกข้อขัดขวางเกี่ยวกับการถวายพิธีกรรมก่อนสังคายนาวาติกันที่สอง.

Along with the letter, the bishops are asked to respond to a series of questions aimed at gaining an accurate picture of how the Extraordinary Form of the Mass is celebrated across the world.  With his legal ruling “Summorum Pontificum”, Benedict XVI lifted restrictions on the old rite due to “the continued requests of these members of the faithful”, including young people, attached to this version of the Mass celebrated before the liturgical reforms of the Second Vatican Council. 
พร้อมกับจดหมาย บรรดาบิสชอบยังถูกขอร้องให้ตอบคำถามอีกชุดหนึ่ง ที่มีเป้าประสงค์จะได้ภาพชัดเจนแม่นยำ ของคำถามที่ว่ารูปแบบมิสซาพิเศษของมิสซา ถวายทั่วโลกอย่างไร  ด้วยข้อบังคับตามกฎเกณฑ์ “Summorum Pontificum” พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ XVI ได้ยกเลิกข้อขัดขวางพิธีกรรมแบบเก่า เนื่องจาก “ คำขอร้องต่อเนื่องของสมาชิกเหล่านี้ที่เป็นสัตบุรุษของวัด” รวมทั้งประชาชนคนหนุ่มสาว ที่ยึดมั่นต่อระบบพิธีมิสซาที่ถวาย ก่อนการฟื้นฟูพิธีกรรมของสังคายนาวาติกันที่สอง.

It allowed for the wider use of the 1962 missal of John XXIII, which the bishops of the council had overwhelmingly voted in favour of reforming. These reforms were then implemented by Paul VI and completed in 1970.  There has long been debate about the level of demand for pre-Vatican II forms of worship, and there is scant evidence of any serious take-up outside of traditionalist hotspots in Europe, North America and some parts of Latin America.
กฎเกณฑ์ใหม่ได้อนุญาตการใช้อย่างกว้างขวางของหนังสือมิสซาปี 1962 ของโป๊บยอห์น XXIII ซึ่งบรรดาบิสชอบของสภาได้ลงมติท่วมท้นตอนนั้นรับการปฏิรูปโดยโป๊บปอล VI  และเสร็จสมบูรณ์ในปี 1970  ได้มีการโต้แย้งยาวนานเกี่ยวกับระดับความต้องการที่เป็นรูปแบบสักการะเพื่อใช้ก่อนสังคายนาวาติกันที่สอง  และมีประจักษ์พยานเล็กน้อยของการติดตามจริงจังภายนอกกลุ่มคนธรรมประเพณีในยุโรป อเมริกาเหนือและบางส่วนของอเมริกาลาติน

Some devotees of the old rite have responded with alarm to the review with the Rorate Caeli site asking whether “the rights and continuity of the Traditional Latin Rite” are now under threat and whether the results may indicate “serious consequences”.
ผู้ศรัทธาบางคนของจารีตพิธีดั้งเดิมได้ตอบโต้ด้วยความตกใจต่อการทบทวนข่าวกับไซต์ Rorate Caeliถามว่า “สิทธิและการต่อเนื่องของพิธีกรรมลาตินแบบดั้งเดิม” ตอนนี้ถูกคุกคามและผลลัพท์ อาจชี้ถึง “การมีผลที่ตามมาแบบเลวร้าย” หรือไม่.

But Joseph Shaw, Chairman of the Latin Mass Society of England and Wales, says he is optimistic about the doctrine congregation’s attitudes to the wider use of the Extraordinary Form. “I do not view this survey as a threat, but simply as indicating a desire by the CDF to have solid information from around the world,” he told The Tablet.
แต่ โจเซฟ ชอว์ ประธานของสมาคมมิสซาลาตินแห่งอังกฤษและเวลส์ (the Latin Mass Society of England and Wales) กล่าวว่า เขามองในแง่ดีเกี่ยวกับทัศนคติของ CDF ต่อการใช้อย่างแพร่หลายมากของมิสซารูปแบบพิเศษ  “เรามิได้มองว่าการสำรวจนี้เป็นการคุกคาม แต่เป็นเรื่องปกติที่แสดงให้เห็นความประสงค์ของ CDF ที่จะได้ข้อมูลแข็งแกร่งจากรอบโลก” เขาให้ข่าวกับ Tablet.

Among the questions the bishops are being asked to consider is whether celebrations of the old rite “respond to a true pastoral need or is it promoted by a single priest” and whether the norms and conditions of “Summorum Pontificum” are being respected.
ในบรรดาคำถามที่บิชอบกำลังถูกขอให้พิจารณา คือ การเฉลิมฉลองจารีตพิธีแบบดั้งเดิม “ ตอบต่อความต้องการงานบริหารวัดแท้จริง หรือ มันได้รับการส่งเสริมโดยบาทหลวงองค์หนึ่งเท่านั้น” และหรือว่าบรรทัดฐานและเงื่อนไขของ “Summorum Pontificum” ได้รับการยอมรับ.

In that text, Benedict states that priests should respond to requests for the old rite “where a group of the faithful attached to the previous liturgical tradition stably exists” and gave priests freedom to celebrate it privately.  A Rome source told The Tablet the survey was a routine piece of work to understand what is happening with the old rite.
ในข้อความนั้น โป๊บเบเนดิกต์ยืนยันว่า บรรดาบาทหลวงควรตอบคำขอสำหรับจารีตพิธีแบบดั้งเดิม “ ณที่กลุ่มของสัตบุรุษที่ยึดติดกับธรรมประเพณีทางพิธีกรรมก่อนนั้นยืนหยัดอย่างมั่นคง” และให้ความเป็นอิสระแก่บาทหลวงที่จะถวายพิธีกรรมนั้นแบบส่วรตัวได้  แหล่งข่าวกรุงโรมบอก The Tablet ว่า การสำรวจเป็นชิ้นงานหนึ่งที่ทำเป็นประจำเพื่อจะเข้าใจว่า อะไรกำลังเกิดขึ้นกับจารีตพิธีดั้งเดิมนั้น.

The source added, however, that the results could indicate how Extraordinary Form Masses are being promoted by individual priests and with a minimal number of faithful. In some cases, traditionalists have even been using Holy Week liturgical books which pre-date changes made by Pope Pius XII in the 1950s, which Summorum Pontificum makes no mention of. 
อย่างไรก็ดี แหล่งข้อมูลเสริมว่า ผลลัพท์สามารถชี้ว่ามิสซารูปแบบพิเศษนั้น กำลังได้รับการส่งเสริมอย่างไร โดยบรรดาบาทหลวงแต่ละคน และด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมเล็กน้อย  ในบางกรณี  กลุ่มผู้ยึดติดกับธรรมประเพณี กำลังใช้หนังสือพิธีกรรมสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเปลี่ยนแปลงก่อนนั้นโดยโป๊บปีโอที่ XII ในช่วงปี 1950 ซึ่ง Summorum Pontificum มิได้กล่าวถึงเลย.

For his part, Francis has described the liturgical reforms of the Second Vatican as “irreversible” and with his extensive travel and focus on the growing local churches of Africa and Asia will want to know if the old rite is part of their mission. The Jesuit Pope, however, has shown no indication that he wishes to restrict or rescind the old rite ruling made by his predecessor.
สำหรับส่วนของพระองค์ โป๊บฟรังซิสได้บรรยายว่า การฟื้นฟูทางพิธีกรรมของสังคายนาวาติกันที่สองนั้น เป็น “สิ่งกลับไม่ได้” และด้วยการเดินทางเฉพาะเจาะจงและจับตาดูวัดประจำถิ่นที่กำลังเติบโต ของ  อาฟริกาและเอเซ๊ย ก็ประสงค์อยากทราบว่า จารีตพิธีดั้งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่ศาสนาของพวกเขา  อย่างไรก็ดี พระสันตะปาปาเยซูอิต มิได้แสดงการชี้วัดว่าพระองค์ประสงค์จะจำกัดหรือ ลบล้างการอนุญาตจารีตพิธีดั้งเดิม ที่ทำโดยผู้ทำหน้าที่ก่อนพระองค์.

“Assuming the CDF receives reasonably complete responses, comparing reports written in 2010 and in 2020 will show not only a steady growth in the number of celebrations, but an increasing and serene integration of the EF [Extraordinary Form] into the life of the Church, something attributable in large part to the attitude of the bishops themselves,” Mr Shaw said, pointing to Archbishop Malcolm McMahon of Liverpool and Bishop Philip Egan of Portsmouth carrying out ordinations using the extraordinary form.
“โดยถือว่า CDF รับคำตอบที่สมบูรณ์อย่างมีเหตุผล  โดยเปรียบเทียบรายงานที่เขียนในปี 2010 และในปี 2020 จะแสดงไม่เพียงการเติบโตอย่างมั่นคงในจำนวนของพิธีมิสซา  แต่ การเพิ่มมากชึ้นและความสมบูรณ์ที่สงบราบรื่นของมิสซา EF (Extraordinary Form) เข้าสู่ชีวิตของพระศาสนจักร เป็นบางสิ่งที่แสดงคุณสมบัติในส่วนใหญ่กับทัศนคติของบรรคาบิสชอบเอง “ Mr. Shaw กล่าว โดยชี้ไปที่อัครบิสชอบ Archbishop Malcolm McMahon of Liverpool and Bishop Philip Egan of Portsmouth ที่ทำพิธีบรรพชาโดยใช้มิสซารูปแบบพิเศษ

He argued that an “older generation of more hostile bishops” thought people would eventually lose interest in the pre-Vatican II liturgy but, on the contrary, “their successors are almost always more open-minded. As time goes on it becomes clearer to younger priests and laity how the old arguments against the EF were often based on flawed scholarship and theological misunderstandings.”
เขาโต้แย้งว่า “ คนรุ่นเก่ากว่าที่เป็นบิสชอบปรปักษ์จำนวนมากกว่า” คิดว่าประชาชนควรจะสูญเสียในพิธีกรรมก่อนสังคายนาวาติกันที่ II แต่ ตรงข้าม “ บรรดาผู้ทดแทนพวกเขากลับมีความนึกคิดที่เปิดกว้างมากกว่า  เมื่อเวลาผ่านไป ก็เป็นที่ชัดเจนขึ้นว่าบรรดาบาทหลวงหนุ่มกว่าและฆราวาสด้วยกลายเป็นว่า การโต้แย้งเก่าต่อมิสซา EF บ่อยมากเกิดขึ้นจากทุนการศึกาที่มีรอยร้าวและความเข้าใจผิดทางเทววืทยา”

Mr Shaw admitted, however, that traditionalist “groups still struggle to organise adequate regular Masses, for example in Africa and Asia”.  In a sign that the Extraordinary Form of the Mass is here to stay, the Vatican recently published new prayers to be used in old rite celebrations and the inclusion of newly canonised saints into their liturgical calendar.
อย่างไรก็ดี นายชอว์ยอมรับว่า” กลุ่มผู้ยึดมั่นในธรรมประเพณียังคงต่อสู้เพื่อจัดพิธีมิสซาเป็นประจำเท่าเทียม  ยกตัวอย่างในอาฟริกาและเอเซีย”  ในสัญญาณที่ว่ามิสซารูปแบบพิเศษคงอยู่ตรงนี้ เมื่อเร็วๆนี้วาติกันได้พิมพ์บทถาวนาใหม่สำหรับใช้ในการถวายมิสซาพิธีดั้งเดิม และมีการเติมนักบุญที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ เข้าไปในปฏิทินพิธีกรรมของพวกเขา.
 
Mr Shaw said this was an “attitude of positive development” to the older form of the Mass as was “permission given three years ago for the celebration of the pre-1955 Holy Week, in response to the persistent desire of priests who celebrate it”. That permission was given by the Pontifical Commission Ecclesia Dei which the Pope suppressed last year and transferred its responsibilities to the Congregation for the Doctrine of the Faith.
คุณ Shaw กล่าวว่านี้เป็น “ทัศนคติของพัฒนาการด้านบวก” ต่อรูปแบบเก่าของมิสซา เท่าที่” การอนุญาตอนุญาตสามปีมาแล้ว สำหรับการประกอบพิธีสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนปี 1955  เป็นการตอบต่อความปรารถนาของบรรดาบาทหลวงที่ทำมิสซาดังกล่าว”  การอนุญาตนั้นได้รับจาก the Pontifical Commission Ecclesia Dei ซึ่งโป๊บฟรังซิสยุบหน่วยนี้ปีที่แล้ว และย้ายความรับผิดชอบไปให้ CDF หรือ the Congregation for the Doctrine of the Faith.
 
Critics of re-introducing the Tridentine liturgy point to the risk of creating two rites in the Church. This, they argue, harms ecclesial unity based on the “lex orandi, lex credendi” principle of “the law of prayer, is the law of belief.” In 2007 Benedict XVI defended himself from this criticism saying “it is not appropriate to speak of these two versions of the Roman Missal as if they were ‘two Rites’. Rather, it is a matter of a twofold use of one and the same rite.”
คำวิจารณ์เกี่ยวกับการนำเสนอเรื่องพิธีกรรมแบบดั้งเดิม ว่าเป็นความเสี่ยงก่อให้เกิดสองจารีตพิธีในพระศาสนจักร  พวกเขาโต้แย้งว่า เรื่องนี้เป็นอันตรายแก่เอกภาพทางศาสนาที่วางฐานว่า “lex orandi, lex credendi –สิ้งที่ออกจากปาก คือสิ่งที่เชื่อกัน” หลักเกณฑ์ของ” กฎของคำภาวนา เป็นกฎของความเชื่อ”  ในปี 2007 โป๊บเบเนดิกต์ที่ XVI ได้ป้องกันตัวเองจากการวิจารณ์นี้โดยกล่าวว่า “ มันยังไม่สมควรที่จะพูดถึงสองคำแปลหนังสือมิสซาโรมัน ประหนึ่งว่ามันเป็น”สองพิธีกรรม”  ตรงข้าม มันเป็นเรื่องของการใช้สองฉบับที่เป็นหนึ่งเดียวและเป็นจารีตพิธีเดียวกัน.

He added: “What earlier generations held as sacred, remains sacred and great for us too, and it cannot be all of a sudden entirely forbidden or even considered harmful.”  Sceptics of the Old Rite of the Mass say it represents a clericalist ecclesiology that excludes lay people and risks turning the liturgy into a form of rubricism. Its defenders, meanwhile, include those who retain an attachment to the older form of the Mass which they grew up with as children, and groups of younger Catholics who say they can connect spiritually with the pre-conciliar rituals.
เขาเสริมว่า : “อะไรที่คนรุ่นก่อนถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ยังคงศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่สำหรับพวกเราด้วย และมันไม่สามารถเป็นทั้งหมดของสิ่งห้ามทั้งครบทันใด หรือแม้ถือว่าเป็นอันตราย”  พวกที่สงสัยเรื่องจารีตพิธีดั้งเดิมของมิสซากล่าวว่า มันแทนการศึกาเกี่ยวกับเรื่องทางสงฆ์ ที่ไม่รวมประชาชนฆราวาส และเสี่ยงที่จะหันพิธีกรรมไปสู่กฎพิธีกรรมอย่างหนึ่ง ในขณะที่ ผู้ปกป้องทั้งหลาย รวมคนเหล่านั้นที่ยังถือการติดต่อกับรูปแบบเก่าของมิสซา ซึ่งพวกเขาเติบโตมาตั้งแต่เป็นเด็ก และ กลุ่มของคาทอลิกหนุ่มสาว ซึ่งกล่าวว่าพวกเขาสามารถติดต่อทางจิตวิญญาณกับจารีตพิธีก่อนสังคายนา.

What cannot be denied, however, is that the lifting of restrictions of the old rite contrast with Pope St Paul VI’s rulings on the topic who only foresaw aged or sick priests continuing to celebrate the pre-Vatican II liturgy. “Any course of action seeking to stand in the way of the conciliar decrees can under no consideration be regarded as a work done for the advantage of the Church, since it in fact does the Church serious harm,” Pope Paul said.
อย่างไรก็ดี ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ก็ดีอว่า การยกสิ่งขัดขวางจารีตดั้งเดิมออกไป มันขัดแย้งกับกฎเกณฑ์ของพระสันตะปาปานักบุญเปาโลที่ VI ว่าด้วยเรื่องที่เพียงเห็นว่าบาทหลวงที่สูงอายุหรือป่วย ยังคงถวายมิสวษโดยใช้พิธีกรรมก่อนสังคายนาวาติกันที่สอง  “เส้นทางปฏิบัติการใดๆที่ยืนขวางกฤษฎีกาสังคายนา ไม่สามารถนำมาพิจารณา ถือว่าเป็ฯงานที่ทำเพื่อประโยชน์ของศาสนจักร โดยที่ความเป็นจริง มันก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อพระศาสนจักร” โป๊บเปาโลกล่าว

And to mark the 50th anniversary of the publication of Paul VI’s liturgical reforms last year, a Vatican official explained how this process was undertaken with careful deliberation and was a renewal of Christian worship that was deeply rooted in the Church's tradition.
และ เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของการพิมพ์การฟื้นฟูพิธีกรรมของโป๊บเปาโลที่ VI ปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่วาติกันคนหนึ่งได้อธิบายว่ากระบวนการนี้ดำเนินการอย่างไรกับความมีเสรีที่ตมด้วยความระมัดระวัง และเป็นการรื้อฟื้นการนมัสการแบบคริสตชน ที่หยั่งรากอย่างลึกซึ้งในขนบประเพณีของพระศาสนจักร.

Alan Petervich  แปลและเรียบเรียง  Updated April 27, 2020
                                                                                                   Ad Majorem Dei Gloriam                                                                       
                                                                                                       Vichitr  Thongthua

   
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: