หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พระศาสนจักรคาทอลิกไทยกับภาษาลาติน  (อ่าน 2223 ครั้ง)
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2196



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: มกราคม 04, 2017, 12:29:01 PM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                                                                      พระศาสนจักรคาทอลิกไทยกับภาษาละติน

                                                                   www.thailiturgy.in.th/forum/viewtopic.php?f=17&t=12&viewliturgy_office

พุธ 20 มี.ค. 2013 9:28 am
Alan Petervich Update 16 สิงหาคม 2016

       อาณาจักรโรมันโบราณใช้ภาษาละตินเป็นภาษาราชการ แต่เมื่ออาณาจักรโรมันล่มสลายลง คริสศาสนาก็เข้ามามีบทบาทในสังคมแทนที่จักรวรรดิโรมัน โดยพระศาสนจักรได้รับเอาภาษาละตินมาเป็นทางการของตน เพื่อถ่ายทอดคำสอนและรักษาความเป็นเอกภาพด้วยภาษาเดียวกัน คือภาษาละติน ทั้งในพิธีกรรม พระคัมภีร์ ตลอดจนเอกสารต่าง ๆ ของพระศาสนจักร ในช่วงก่อนสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 ภาษาละตินเป็นเพียงภาษาเดียวเท่านั้นที่พระศาสนจักรโรมันคาทอลิกใช้ ดังนั้น ในสมัยก่อน สามเณรทุกคนจะต้องเรียนภาษาละติน พระสงฆ์ทุกองค์จะต้องรู้ภาษาละติน ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศใดก็ตาม รวมทั้งประเทศไทยด้วย คริสตชนไทยในสมัยก่อนจึงต้องฟังมิสซาภาษาละติน ที่ใช้คำว่า “ฟัง” เพราะคริสตชนฆราวาสส่วนใหญ่ไม่เคยเรียนภาษาละติน ไม่รู้ว่าพระสงฆ์กำลังสวดอะไรเวลาที่ท่านประกอบพิธีกรรม บรรดาสัตบุรษที่มาวัดจึงได้แต่เพียงนั่งฟังด้วยความสำรวม

แต่หลังการสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 พระศาสนจักรก็เปิดโอกาสให้ใช้ภาษาท้องถิ่นในการประกอบพิธีกรรมได้ด้วย อีกทั้งยังสนับสนุนให้สัตบุรุษมีส่วนร่วมในพิธีกรรมของพระศาสนจักรมากขึ้น จึงได้มีการปรับปรุงพิธีมิสซาใหม่ โดยใช้ภาษาท้องถิ่น เพื่อให้คริสตชนได้เข้าใจในสิ่งที่ตนเองกำลังร่วมอยู่ ในเวลานั้น ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ ๆ ประเทศก็ได้ร่วมมือกันภายใต้หน่วยงานที่เรียนกว่า “the International Commission on English in the Liturgy (ICEL)” เพื่อแปลหนังสือมิสซา (Sacramentary)จากภาษาละตินเป็นภาษาอังกฤษ ที่จะได้ใช้ร่วมกันในหมู่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก การแปลในครั้งนั้นเป็นไปอย่างรวบรัด ไม่เป็นที่น่าพอใจนัก เพราะตัดเนื้อหาหลาย ๆ อย่างออกไปจากต้นฉบับภาษาละติน อีกทั้งใช้สำนวนภาษาที่ธรรมดาจนเกินไป ไม่คู่ควรกับการเป็นบทภาวนาต่อพระเจ้า แต่ก็ได้มีการใช้กันอย่างกว้างขวางตั้งแต่บัดนั้น จนถึงปี 2010 โดยในช่วงหลังปี 2000 ไม่นาน ที่ทางวาติกันได้ขอให้ทางกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ ปรับปรุงเนื้อหาของหนังสือมิสซาเสียใหม่ ให้มีเนื้อหาที่ตรงกับต้นฉบับภาษาละตินมากที่สุด ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบซึ่งตั้งเพื่องานนี้โดยเฉพาะคือ Vox Clara จึงได้ดำเนินการปรับปรุงเนื้อหาของหนังสือมิสซาดังกล่าว จนเสร็จสมบูรณ์ในปี 2010 และจะเริ่มใช้ในช่วงปลายปี 2011 นี้

สำหรับพระศาสนจักรไทย หลังจากที่สังคายนาวาติกันที่ 2 อนุญาตให้ใช้ภาษาท้องถิ่นในการประกอบพิธีมิสซา ก็ได้มีการแปลบทมิสซาเป็นภาษาไทยด้วยเช่นกัน โดยมีทีมงานเพียงไม่กี่ท่าน ซึ่งมีความรู้และเชี่ยวชาญด้านภาษาละติน ท่านเหล่านั้นได้แปลบทภาวนาต่าง ๆ จากภาษาละตินเป็นภาษาไทยด้วยความซื่อสัตย์ เพื่อให้มีความหมายตรงกับต้นฉบับมากที่สุด ซึ่งในปัจจุบันเราก็ยังแปลหนังสือมิสซายังไม่หมดทั้งเล่ม เนื่องจากเป็นหนังสือที่มีความหนามากกว่าหนึ่งพันหน้า เราจึงต้องแปลออกมาเฉพาะส่วนที่จำเป็นต้องใช้เป็นประจำก่อน เช่น บทประจำมิสซา บทภาวนาของพระสงฆ์สำหรับมิสซาวันอาทิตย์ วันธรรมดา และฉลองนักบุญ

เราลองมาดูตัวอย่างการแปลบทภาวนาในมิสซาระหว่างที่คณะกรรมการ ICEL กับ พระศาสนจักรไทยแปล เปรียบเทียบกับภาษาละตินและ สำนวนภาษาอังกฤษที่ Vox Clara แปลใหม่ เป็นบทภาวนาของประธาน วันอาทิตย์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา

ภาษาละติน

Adesto, Domine, famulis tuis, et perpetuam benignitatem largire poscentibus, ut his, qui te auctorem et gubernatorem gloriantur habere, et create restaures, et restaurata conserves. Per Dominum.

ภาษาอังกฤษของ ICEL

Father of everlasting goodness, our origin and guide, be close to us
and hear the prayers of all who praise you. Forgive our sins and restore us to life.
Keep us safe in your love. We ask this through our Lord Jesus Christ your Son, who lives and reigns with you and the Holy Spirit, one God, forever and ever. Amen

ภาษาอังกฤษของ Vox Clara

Draw near to your servants, O Lord and never cease to welcome their prayers,
that, for those who glory in you as Creator and guide, you will restore what you have created
and keep safe what you have restored. Through our Lord Jesus Christ your Son,
who lives and reigns with you, in the unity of the Holy Spirit, God forever and ever. Amen

ภาษาไทย ที่แปลและใช้มาตั้งแต่หลังสังคายนาวาติกันที่ 2 จะมีการปรับปรุงในปี้ 2011 นี้ ก็มีความหมายใกล้เคียงกับที่ Vox Clara ได้แปลใหม่ มากกว่าของ ICEL

ข้าแต่พระเจ้า โปรดอนุเคราะห์ช่วยเหลือบรรดาผู้รับใช้ และแสดงพระทัยเมตตาปรานีต่อผู้วอนขอตลอดไป
เขาทั้งหลายต่างภูมิใจที่มีพระองค์เป็นพระผู้สร้างและปกครอง  ขอทรงฟื้นฟูสิ่งที่ทรงสร้าง
และทรงพิทักษ์รักษาสิ่งที่ฟื้นฟูแล้วนี้ไว้ด้วยเถิด ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระเยซูคริสตเจ้า
พระบุตรผู้ทรงจำเริญ และครองราชย์ เป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวกับพระองค์ และพระจิต ตลอดนิรันดร

จากตัวอย่างข้างต้น จึงจะเห็นได้ว่า เพราะเหตุใดคณะผู้ดำเนินการแปลพิธีกรรมเป็นภาษาไทยจึงไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษสำนวนแปลของ ICEL มาแปลเป็นภาษาไทยได้ เพราะความหมายห่างไกลและขาดตกบกพร่องไปจากต้นฉบับภาษาละตินอย่างมาก จนต้องมีการแปลจากภาษาละตินเป็นภาษาอังกฤษกันใหม่ คณะทำงานแปลจากภาษาละตินเป็นอังกฤษใช้เวลาไม่ถึง 10 ปี ในการแปล แต่สำหรับประเทศไทยใช้เวลากว่า 40 ปี ก็ยังแปลไม่เสร็จ เพราะทรัพยากรบุคคลมีจำนวนแตกต่างกันลิบลับ เหตุผลอีกประการที่สำคัญคือ หลังจากที่สภาสังคายนาวาติกันที่ 2 อนุญาตให้ใช้ภาษาท้องถิ่นในการประกอบพิธีกรรม พระศาสนจักรไทยเข้าใจผิด คิดว่าตั้งแต่นี้ไปจะเลิกใช้ภาษาละตินแล้ว จึงตัดวิชาภาษาละตินออกจากหลักสูตรของบ้านเณร ดังนั้น บรรดาพระสงฆ์ที่จบจากแสงธรรมตั้งแต่รุ่นแรกจึงไม่มีใครรู้ภาษาละติน มีเพียงพระสงฆ์รุ่นเก่า ๆ ที่เกษียณแล้วเท่านั้นที่พอจะรู้ภาษาละตินบ้าง แต่ก็แบบเลือนลางเต็มที่เพราะไม่ได้ใช้แล้ว เวลานี้ก็เหลือพระสงฆ์เพียงท่านเดียวที่รู้ภาษาละตินในระดับที่สามารถแปลเอกสารภาษาละตินของพระศาสนจักรได้ คือ คุณพ่อทัศไนย์ คมกฤส ซึ่งท่านก็ได้ฉลอง 50 ปี ของการบวชเป็นพระสงฆ์ไปเมื่อปลายปี 2010

งานแปลเอกสารของพระศาสนจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือพิธีกรรมยังมีอีกเป็นจำนวนมาก ถ้าหากพระศาสนจักรไทยส่งเสริมและสนับสนุนให้มีบุคลากรไปเรียนภาษาละตินให้แตกฉาน รู้หลักไวยากรณ์คำศัพท์ สามารถอ่าน เขียนภาษาละตินได้ ก็จะเป็นคุณประโยชน์อย่างมหาศาลต่อพระศาสนจักรไทย ส่วนประเด็นที่สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงอนุญาตให้ทำมิสซาภาษาละตินแบบจารีตดั้งเดิมได้นั้น สำหรับประเทศไทย หากยังไม่มีพระสงฆ์ที่รู้ภาษาละตินก็คงยังไม่สามารถประกอบพิธีมิสซาในรูปแบบนั้นได้ เพราะมิสซาแบบดั้งเดิมมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมายที่ต้องเอาใจใส่ และประกอบด้วยความรู้ในความหมาย คงเป็นการไม่เหมาะสมหากพระสงฆ์จะประกอบพิธีมิสซา โดยไม่เข้าใจและซาบซึ้งในส่งที่ตนเองกำลังกระทำอยู่

          Alan  Petervich  :

          โปรดสังเกตุข้อความที่ว่า " สำหรับประเทศไทยใช้เวลากว่า 40 ปี ก็ยังแปลไม่เสร็จ เพราะทรัพยากรบุคคลมีจำนวนแตกต่างกันลิบลับ เหตุผลอีกประการที่สำคัญคือ หลังจากที่สภาสังคายนาวาติกันที่ 2 อนุญาตให้ใช้ภาษาท้องถิ่นในการประกอบพิธีกรรม พระศาสนจักรไทยเข้าใจผิด คิดว่าตั้งแต่นี้ไปจะเลิกใช้ภาษาละตินแล้ว จึงตัดวิชาภาษาละตินออกจากหลักสูตรของบ้านเณร ดังนั้น บรรดาพระสงฆ์ที่จบจากแสงธรรมตั้งแต่รุ่นแรกจึงไม่มีใครรู้ภาษาละติน มีเพียงพระสงฆ์รุ่นเก่า ๆ ที่เกษียณแล้วเท่านั้นที่พอจะรู้ภาษาละตินบ้าง แต่ก็แบบเลือนลางเต็มที่เพราะไม่ได้ใช้แล้ว เวลานี้ก็เหลือพระสงฆ์เพียงท่านเดียวที่รู้ภาษาละตินในระดับที่สามารถแปลเอกสารภาษาละตินของพระศาสนจักรได้ คือ คุณพ่อทัศไนย์ คมกฤส ซึ่งท่านก็ได้ฉลอง 50 ปี ของการบวชเป็นพระสงฆ์ไปเมื่อปลายปี 2010 "   หลังจากที่สภาสังคายนาวาติกันที่ 2 อนุญาตให้ใช้ภาษาถิ่นในการประกอบพิธีกรรม  พระศาสนจักรไทยเข้าใจผิด คิดว่าตั้งแต่นี้ไปจะเลิกใช้ภาษาลาตินแล้ว  จึงตัดวิชาภาษาลาตินออกจากหลักสูตรของบ้านเณร  ดังนั้น บรรดาพระสงฆ์ที่จบจากแสงธรรมตั้งแต่รุ่นแรก จึงไม่มีใครรู้ภาษาลาติน

          สภาพระสังฆราชชุดใดที่มีประธานสภาชื่อใด ไม่รอบคอบ  ผลีผลามตัดภาษาลาตินออกจากบ้านเณร  ทำให้พระสงฆ์ไทยรุ่นแรกที่บ้านเณรแสงธรรมผลิตออกมา  ไม่รู้ภาษาลาตินเลย  และ เมื่อทางวาติกันสั่งให้จัดมิสซาภาษาลาตินก็เงียบกริบ  เพราะไม่มีพระสงฆ์ที่ " เก่งลาตินและสามารถทำมิสซาลาตินได้ " เหลืออยู่ไม่กี่องค์  ที่ยังพอทำได้ก็คือคุณพ่อทัศไนย์ คมกฤส   ยังมีพระสงฆือีกหลายองค์ที่เรียนจบบ้านเณรปีนังและสามารถทำมิสซาได้  พวกท่านพระสังฆราชแห่งสภาพระสังฆราชไม่กระตือรือร้นจัดให้มีมิสซาลาตินเองกระมัง  เพราะ แม้แต่ชื่อคำว่า Missa  ซึ่งใช้กันทั่วโลก  ยังดันมาแปล - ไม่เรียกทับศัพท์ - ว่า ‘พิธีบูชาขอบพระคุณ’  ยอมรับไหมว่าพวกท่านรับรองคำนี้ เป็นการรับรองข้อผิดพลาดยิ่งใหญ่สุดในระบบศาสนจักรโรมันคาทอลิกไทย!

          ศาสนจักรคาทอลิก ( ต้ดคำว่า โรมันออกไปเฉยเลย )ในประเทศไทย  น่าจะรู้ตัวแล้วว่า ไม่ระมัดระวังในหลายเรื่อง  แล้ว เมื่อใดพวกท่านจะศึกษาหาข้อผิดพลาดว่ามาจากอะไร  จะแก้ไขอย่างไร  ในเรื่องใดบ้าง  เมื่อไรครับจึงจะทำเช่นที่ว่านี้สักที  หรือทิ้งความเละเทะนี้ไว้ให้พระสังฆราชรุ่นหลังมาแก้เอง  เอาเปรียบรุ่นใหม่มากไปหรือเปล่าครับ?
          เรายังมีข้อสงสัยอีกหลายประการ ที่อยากให้สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยอธิบาย  คราวหนัาครับ.

                                                                                                     Ad  Majorem  Dei  Gloriam
                                                                                                Semper  vigilo  paratus  et  fidelis

                                                                                                            Alan  Petervich
 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: