หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การย้อนหลังกับมิสซาลาตินแสดงการแตกแยกโกรธเกรี้ยวในศาสนจักรคาทอลิก  (อ่าน 460 ครั้ง)
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2196



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: สิงหาคม 09, 2021, 10:25:40 AM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                                              การย้อนหลังกับมิสซาลาตินแสดงการแตกแยกโกรธเกรี้ยวในศาสนจักรคาทอลิก
                                                     The Pope’s reversal on Latin Mass shows the angry split inside the Catholic Church

THE GLOBE AND MAIL  2  August  2021
 
Many Catholics reacted strongly to the promulgation of “Traditionis custodes,” a  motu proprio signed by Pope Francis on July 16, offering pithy comments on Twitter as well as more detailed takes.

 Pope Francis celebrates a mass to mark the feast of apostles Peter and Paul, patrons of Rome, on June 29 in St. Peter's Basilica at the Vatican. โป๊บฟรังซิสฉลองมิสซาในโอกาสฉลองอัครสาวกเปโตรและเปาโลองค์อุปถัมภ์ของโรม29 มิ.ย.ในวิหารเซนต์ปีเตอร์วาติกัน

FILIPPO MONTEFORTE/AFP/GETTY IMAGES

Michael Coren is an author who is ordained in the Anglican Church of Canada.ไมเกิล โคเรนเป็นผู้เขียนเรื่องที่ได้รับการบวชในคริสตจักรอังกลิกันแห่งแคนาดา.
It may be considered a dead language, but Latin seems to be very much alive, and kicking rather aggressively, if the past week is any indication. On July 16, Pope Francis reversed one of his predecessor’s most significant policies by reintroducing (and increasing) strict restrictions on celebrating the Latin Mass – or, to be more precise, the revised Tridentine rite so beloved of traditionalists and conservatives. He argued that this version of the mass was causing division within the church and being exploited by critics of the Second Vatican Council. 
อาจจะถือว่าเป็นภาษาตาย แต่ลาตินดูเหมือนมีชีวิตอยู่มากกว่า และ ด้วยการเตะค่อนข้างจะก้าวร้าว ถ้าสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นตัวชี้อย่างหนึ่ง  วันที่ 16 กรกฎาคม โป๊บฟรังซิสได้ทำถอยหลังหนึ่งในนโยบายที่มีความหมายที่สุดของพระสันตะปาปาองค์ที่ดำรงตำแหน่งมาก่อน(โป๊บเบเนดิกต์) ด้วยการนำประกาศ(และด้วยการเพิ่ม) ข้อผูกมัดเข้มงวดหลายประการ เกี่ยวกับการถวายมิสซาลาติน – หรือ รวบรัดกว่า จารีตไตรเด็นไต(Tridentine rite)ที่สุดรักของกลุ่มผู้ถือประเพณีดั้งเดิมและกลุ่มจารีตนิยมทั้งหลาย โป๊บโต้แย้งว่า พิธีแห่งมิสซานี้แหละที่กำลังเป็นสาเหตุการแบ่งกลุ่มภายในพระศาสนจักรและแสวงหาประโยชน์ด้วยการวิพากษ์วิจารณ์สังคายนาวาติกันที่สอง.

Vatican II, as it’s more commonly known, introduced some long overdue reforms into the church in the 1960s and allowed for a new, more participatory and, some would claim, more historically accurate mass, in the vernacular. Latin wasn’t outlawed but became increasingly difficult to find.
วาติกัน II, ตามที่รู้จักกันทั่วไปมากขึ้น ได้นำเสนอการฟื้นฟูที่เลยกำหนดนานแล้วเข้าสู่ศาสนจักรในช่วงปี 1960 และได่อนุญาตให้เกิดการเข้ามีส่วนร่วมมากขึ้นและใหม่กว่าและ บางคนอาจอ้าง มิสซาตรงตามประวัติศาสตร์มากกว่าในภาษาถิ่น    ภาษาลาตินไม่ใช่ผิดกฎหมาย  แต่ได้กลายเป็นสิ่งหายากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

When the new service was introduced it certainly surprised people, but opposition was limited and relatively brief. J.R.R. Tolkien, author of The Lord of the Rings, loudly responded in Latin to show his displeasure. Writer Evelyn Waugh even asked to be excused from mass – but Evelyn Waugh would do that, wouldn’t he?
เมื่อพิธีแบบใหม่ถูกนำเข้ามา แน่นอนมันทำให้ประชาชนแปลกใจ  แต่ฝ่ายตรงข้ามมีจำนวนจำกัดและก็ทำสั้นด้วย   เจ.อาร์.อาร์.ตอลเกียน (J.R.R. Tolkien) ผู้ประพันธ์ Lord of the Rings ได้ตอบโต้เสียงดังในภาษาลาตินเพื่อแสดงความไม่พอใจของเขา นักประพันธ์ Evelyn Waugh แม้จะขอ ปลีกตัวจากมิสซา – แต่ Evelyn Waugh จะทำอย่างนั้นหรือ ใช่ไหม?

The Latin Mass enjoyed a renaissance during the pontificate of John Paul II, even though he wasn’t a particular devotee. There are now parishes that celebrate in Latin all over the world. Most also offer the service in the local language – but not always willingly or enthusiastically.
มิสซาลาตินทำให้กลุ่มเกิดใหม่ชื่นชมระหว่างสมณสมัยของพระสันตะปาปาจอห์นปอล II แม้ทว่าพระองค์มิใช่คนศรัทธาพิเศษ  ปัจจุบัน มีวัดเจ้าอาวาสมากที่ถวายมิสซาลาตินทั่วโลก ส่วนมากที่สุดจะทำพิธีเป็นภาษาถิ่น – แต่ไม่ค่อยเต็มใจหรือไม่กระตือรือร้นเลย.

Is belief still relevant in these modern times?   ความเชื่อยังคงปรากฎในยุคใหม่เหล่านี้หรือ?

Under Pope Francis’s new policy, the old rite has to receive the approval of the bishop in each diocese, and newly ordained priests require permission to lead such services, with the Vatican also being consulted. The bishop must also ascertain if Latin Mass leaders and participants accept Vatican II, which will be extremely difficult to do, and there is ambiguity about where they may worship – whether they will be allowed to do so in churches. 
ภายใต้นโยบายใหม่ของโป๊บฟรังซิส จารีตพิธีดั้งเดิมต้องได้รับการอนุมัติของบิสชอปในแต่ละสังฆมณฑล และบรรดาบาดหลวงบวชใหม่ต้องได้คำอนุญาตเพื่อทำพิธีเช่นนั้น พร้อมกับต้องขออนุญาตจากวาติกันด้วย  บิสชอปต้องแน่ใจด้วยว่า ผู้ทำและผู้ร่วมงานมิสซาลาตินได้ยอมรับสังคายนาวาติกัน II  ซึ่งจะยากสุดๆที่จะทำเช่นนั้น และเกิดความกำกวมเกี่ยวกับสถานที่ทำพิธี –นอกจากพวกเขาจะได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติเช่นนั้นในวัดต่างๆ.

It is, frankly, a bit of a mess. It’s also extraordinary that Francis would have done this while his predecessor Benedict is still living, and many see it as an unprecedented insult. In Britain’s The Spectator, the highly regarded Tim Stanley immediately wrote an article under the headline “The Pope’s merciless war against the Old Rite.” He stated, “Why does this matter for Catholics and non-Catholics alike? Because it’s a lesson in how liberalism in this gerontocratic, Brezhnev-esque stage behaves – utterly intolerant of anyone who breaks from the party line. It is not enough to be quiet or even submit. You must conform.”
เป็นความสัตย์ มันค่อนข้างจะยุ่งเล็กน้อย  มันเป็นเรื่องพิเศษที่ว่า ฟรังซิสน่าจะทำแบบนี้ตอนที่โป๊บเบเนดิกต์ผู้มาก่อนยังมีชีวืตแข็งแรงอยู่  และคนหลายคนเห็นมันเป็นการดูถูกที่ไม่เคยเกิดขึ้น  นสพ.The Spectator ของอังกฤษ Tim Stanley ผู้น่านับถือเป็นอย่างสูง ได้เขียนบทความทันทีในหัวข้อ “สงครามที่ไม่ปราณีของโป๊บต่อจารีตพิธีดั้งเดิม” เขายืนยันว่า “ ทำไมเรื่องนี้มันเกี่ยวกับทั้งคาทอลิกและไม่ใช่คาทอลิกด้วย? เพราะว่า มันเป็นบทเรียนในเรื่องที่ว่าลัทธิเสรีนิยมนั้นอยู่ในกลุ่มคนปกครองที่เป็นคนชรา  บทบาทแบบ Brezhnev-esque ออกฤทธิ์ –ไม่อดกลั้นผ่อนปรนผู้ใดที่แตกแถวออกจากเส้นทางเดินของพรรคพวก  มันไม่พอที่จะอยู่เงียบๆหรือแม้ส่งเรื่องนี้ คุณต้องปฏิบัติตาม.

Actually, it doesn’t really matter to non-Catholics at all, nor to the vast majority of Catholics either. But the reaction exposes how sensitive conservative Catholics have become around this issue. The influential Rorate Caeli blog went a little further: “Francis HATES US. Francis HATES Tradition. Francis HATES all that is good and beautiful.” A Canadian blog screamed of Francis, “You are evil, perfectly possessed and a filthy hypocrite. Your time is short, Bergoglio and the gates of Hell are open-wide.”
เท่าที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่เรื่องของคนที่ไม่ใช่คาทอลิกเลย  หรือก็ไม่เกี่ยวกับจำนวนมหาศาลของคาทอลิกด้วย  แต่ ปฏิกริยาแสดงออกกับคาทอลิกจารีตนิยมที่ไวต่อความรู้สึกอย่างไรต่างหากที่กลายเป็นเรื่องนี้  Rorate Caeli blog ที่ทรงอิทธิพลไปไกลกว่านี้หน่อยที่ว่า “Francis HATES US.  Francis HATES Tradition. Francis HATES all that is good and beautiful.”  A Canadian blog หวีดร้องใส่ฟรังซิส “ แกเป็นปีศาจ  ถูกสิงอย่างสมบูรณ์และเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอกสกปรกโสมม  เวลาของแกสั้นลงแล้วแบร์โกกลิโอ และประตูทุกบานของนรกเปิดกว้างรับแกแล้ว”

บันทึกการเข้า
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2196



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2021, 10:33:25 AM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
         That conservatism, often hysterical and bizarre, is the key to all this. No doubt there can be a certain beauty in the Latin ceremony, but if it were all about aesthetics it would hardly matter. While not all Latin Mass worshippers are right-wing, an entire culture has developed around the old rite, layered with atavistic values and aspirations that are directly contrary to the progressive ethos and policies of Francis and many senior clerics. Spend time on any traditionalist message board or website and you’ll be shocked.
ลัทธิจารีตนิยมนั้น บ่อยมากที่ตีโพยตีพายประสาทกินและประหลาดวิตถาร เป็นกุญแจสำหรับเรื่องต่างๆที่กล่าวมานี้  ไม่ต้องสงสัย ยังมีความสวยงามแท้ๆในจารีตพิธีกรรมลาติน  แต่ มันทั้งหมดเกี่ยวข้องกับหลักความงามที่ยากจะหาได้  ขณะที่ไม่ใช่ผู้ร่วมพิธีมิสซาลาตินทั้งหมดจะเป็นกลุ่มปีกคนขวาจัด  วัฒนธรรมทั้งครบได้พัฒนาควบคู่มากับพิธีดั้งเดิม  พราวด้วยคุณค่าสุดเสมอเหมือนและการยอมรับว่า ตรงข้ามกับขนบธรรมเนียมประเพณีและความเชื่อที่ก้าวหน้าและนโยบายของฟรังซิสและพระคุณเจ้านักบวชสูงวัยมากมาย  ใช้เวลาเกี่ยวกับกรรมการส่งสารกลุ่มประเพณีดั้งเดิมใดๆ หรือเว็บไซตต่างๆแล้วคุณจะช๊อค

Hyperbole and anger aside, the pious paradox here is that the very people who most loudly proclaim papal authority when rejecting progressive Catholics arguing for the ordination of women or the acceptance of same-sex marriage now condemn that same authority and dismiss the Pope as a heretic.
คำพูดที่ขยายเกินความจริงและความโกรธฉุนเฉียววางไว้  คำพูดที่ตรงข้ามกับความรู้สึกของคนทั่วไปที่แสดงศรัทธาที่นี่คือว่า ประชาชนทั้งนั้นซึ่งอ้างอำนาจบริหาร โป๊บเสียงดังเมื่อกำลังละทิ้งคาทอลิกหัวก้าวหน้า กำลังโต้แย้งสำหรับการบวชสตรีเป็นพระสงฆ์ หรือการรับการแต่งงานเพศเดียวกัน ตอนนี้ประนามว่า อำนาจบริหารเดียวกันนี้แหละไล่โป๊บองคนี้ออกไปเพราะเป็นเฮเรติก.

Jesus, of course, spoke Aramaic. The people who crucified him spoke Latin. Or Greek, the language of the Eastern Empire, of educated Romans, and of the earliest Christian services. Church Latin was introduced relatively late, and the Latin Mass people are so determined to defend developed many centuries after that.
พระเยซูเจ้าแน่นอน พูดภาษาอาราเมอิค ประชาชนที่ตรึงกางเขนพระองค์พูดภาษาลาติน  หรือกรีก ภาษาของจักรพรรดิตะวันออก ภาษาของคนโรมันผู้ได้รับการศึกษา และของการทำพิธีกรรมแบบคริสตชนรุ่นแรกๆ  ภาษาลาตินของศาสนจักรถูกนำเข้ามาใช้ค่อนข้างจะช้าไป และมิสซาลาตินประชาชนตั้งใจว่าจะมีการปกป้องพัฒนาหลายศตวรรษถัดจากนั้น.

It’s perhaps illustrative of the contemporary crisis of the church that while the Pope continues to refuse to address the deep involvement of his church in the residential schools horror with any depth of contrition or authentic ownership, he gallops forth on a subject like this, and people react with such ferocity. Fiddling while Rome burns? Mea culpa.
บางทีสามารถแสดงให้เห็นภาพของวิกฤติการณ์เวลาปัจจุบันของพระศาสนจักร ที่ ขณะโป๊บคงปฏิเสธต่อไปที่จะกล่าวถึงการมีส่วนร่วมลึกซึ้งของพระศาสนจักร ในความสยศสยองในโรงเรียนประจำต่างๆ ด้วยความลึกล้ำใดๆของความเป็นทุกข์หรือความเป็นเจ้าของอำนาจบริหาร  โป๊บนั้นควบเยาะๆด้วยเรื่องเหมือนอย่างนี้ และประชาชนตอบโต้ด้วยความดุร้าย  เที่ยวทำเรื่องไม่เป็นโล้เป็นพายขณะที่กรุงโรมไฟลุกไหม้อย่างนั้นหรือ? (ทุบอก) Mea culpa” “

Keep your Opinions sharp and informed. Get the Opinion newsletter. Sign up today.

Credit  :  THE GLOBE AND MAIL

               ข้อคิดนำเสนอพระคุณเจ้า บิสชอปและคุณพ่อบาดหลวงทุกท่านครับ!

ผู้นำเสนอความคิดหลังตรวจสอบข้อมูลโต้กลับจากประเทศต่างๆ เกี่ยวกับ Motu Proprio <Traditionis Custodes> โดยข้อมูลนั้นได้รับจากหลายประเทศที่ประชาชนเป็นคาทอลิกและผู้บริหารสังฆมณฑลคือพระสังฆราชคาทอลิก ที่ประเทศไทยปัจจุบันเรียกว่า Bishop – บิสชอป

เพราะในสารส่วนพระองค์จะกล่าวถึงพระบาดหลวงเท่านั้น  แต่ก็คงรวมพระคุณเจ้าพระสังฆราชหรือบิสชอปด้วย  เพราะพระคุณเจ้าที่เป็นลืสชอปนั้น ต้องเป็นบาดหลวงก่อนทุกท่านครับ

ผลลัพท์ที่ Peter Vichitr Thongthua  อยากแจังให้ทราบก็คือ :

1.   หลายประเทศโกรธมากกับการทำเช่นนี้ของโป๊บฟรังซิส  อย่างน้อยเพราะเห็นหักหลังโป๊บเบเนดิกต์ที่ประกาศ motu proprio Summorum Pontificum อนุญาตให้มีการถวายมิสซาลาตินที่ใช้ Missale Romanum 1962 ได้ทุกครั้งที่มีการถวายมิสซา อยู่แล้ว

2.   เมื่อโป๊บฟรังซิสประกาศรัวๆทำนองไม่ให้เกียรติพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์นี้  ก็ไม่เห็นด้วย แต่เพราะเป็นประกาศจากระดับหัวหน้าสูงสุด และดูยังบอกด้วยว่า  อะไรที่จะเปลี่ยนแปลงนั้น  ต้องแล้วแต่บิสชอป (พระคุณเจ้าพระสังฆนายก) ของสังฆมณฑลที่บริหารอยู่แล้ว

3.   เราที่เป็น admin และ เจ้าของ blog นี้ ได้รวบรวมการตัดสินใจของหัวหน้าสภามุขนายกของประเทศต่างๆ ได้ผลลัพท์ที่น่าสนใจคือ

3.1   ฟิลิปปินส์  ทุกสังฆมณฑล ยอมรับเพื่อทำตาม คือทำแบบที่ทำอยู่ขณะนี้
3.2   ประเทศไทย ไม่มีมิสซาลาตินมาตั้งแต่จบสังคายนาวาติกันที่ II
3.3   UK สหราชอาณาจักร์  กำลังทำความเข้าใจกับ motu proprio แต่คงไม่มีปัญหา
3.4   เอเซียและอาฟริกา อาหรับ ไม่ค่อยมีมิสซาลาติน
3.5   อเมริกาใต้ ทำตามโป๊บสั่งแน่นอน
3.6   สหรัฐอเมริกา  โป๊บสั่งอะไรไม่มีปัญหาแน่  เพราะเคยทำอย่างไรก็ทำเหมือนเดิม

เป็นอันว่า  ที่ใครๆเข้าใจผิด เพราะอ่านภาษาต่างประเทศเป็นต้นภาษาลาตินไม่เข้าใจ  ก็ถูไถตามสหรัฐไปด้วยก็จบเรื่องครับ!

                                                                                     Ad  Majorem  Dei  Gloriam
                                                                            Alan  Petervich - Peter Vichitr Tongthua
                                                                                                9  August  2021
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: