หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Will He Resign? โป๊บจะลาพักหรีอ?  (อ่าน 274 ครั้ง)
Petervich
Petervich - Peter Vich
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2196



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: สิงหาคม 30, 2021, 07:32:38 PM »

 ยิ้ม เจ๋ง ฮืม
                                                                       Will He Resign? โป๊บจะลาพักหรีอ?
by Chris Ferrara
NEWS & VIEWS Friday August 27th, 2021
 
Let Us Pray for an End to this Pontificate. ให้เราภาวนาเพื่อการสิ้นสุดสมณสมัยนี้

Rumors are swirling to the effect that Pope Bergoglio’s recent colon surgery was not due to mere obstructive diverticulitis but rather colon cancer, that his condition is progressive and degenerative, and that, according to Antonio Socci, Francis has suggested that by next spring there may be a new Pope due to his resignation on account of health. That would create an unheard-of triad of Popes: one in office after the next conclave and two still-living Popes emeritus. At that rate, the Vatican would need to establish a 401K account for “retired” Roman Pontiffs.
ข่าวลือกำลังหมุนติ้วกับประสิทธีผลว่า การผ่าตัดลำไส้เมื่อเร็วๆนี้ มิได้เป็นการทำให้เขวที่เป็นเพียงสิ่งปกป้อง แต่ ดูจะเป็นโรคมะเร็งลำไส้ ที่อาการมันลุกลามและเสื่อมทรามลงตามลำดับต่างหาก  และนั่นแหละ ตามรายงานของอันโตนีโอ ซอคกี  ฟรังซิสได้เสนอว่า ฤดูใบไม้ผลิหน้า อาจจะมีโป๊บใหม่ เนื่องจากการลาออกของเขาเพราะเรื่องสุขภาพ  นั่นจะก่อให้เกิดกลุ่มโป๊บสามองค์ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน คือ องค์หนึ่งอยู่ในที่ทำงานหลังจากการเลือกครั้งที่แล้ว และสององค์ยังคงมีชีวิตเป็นโป๊บกิตติคุณ  ที่เกืดเช่นนี้ วาติกันควรจำเป็นต้องตั้งบัญชีเงินงบประมาณถึง 401K สำหรับพระสังฆราชโรมันที่ “เกษียณ”

On that score, another rumor is circulating: according to Bussola Quotidiana, Francis will launch another motu proprio essentially doing away with the novelty of the “emeritus” Pope (certainly not a bad thing) and perhaps even establishing a mandatory papal retirement age of 85 (definitely a bad thing).
ในเรื่องดังกล่าว มีข่าวลืออีกเรื่องกำลังหมุนเวียนอยู่ คือ ตามข้อมูลของบูสโซลา โกวติดิอานา ฟรังซิสจะออกหนังสือเวียน motu proprio อีกฉบับที่จัดการอย่างสำคัญกับเรื่องใหม่ของ โป๊บ”กิตติคุณ” (แน่นอนไม่ใช่เรื่องไม่ดี) และบางทีถึงกับสถาปนาการเกษียณของสันตะปาปาภาคบังคับอายุ 85 (เรื่องเลวแน่นอน).

At any rate, Bergoglio’s departure is a consummation devoutly to be wished! For with Bergoglio, we have a man in a great hurry to inflict as much damage on traditional Catholicism as he can while he is still in office. Consider this take on Traditionis custodes in an article by Jason Horowitz, a religion correspondent for The New York Times. It begins with the following inadvertent bit of exquisite irony: “Pope Francis took a significant step toward putting the Roman Catholic Church’s liturgy solidly on the side of modernization on Friday by cracking down on the use of the old Latin Mass, essentially reversing a decision by his conservative predecessor.”
จะอย่างไรก็ตาม การจากไปของแบร์โกกลิโอเป็นการบรรลุจุดสุดยอดอย่างศรัทธาที่ปรารถนา! เพราะกับแบร์กกกลิโอ เรามีชายคนหนึ่งที่กำลังรีบร้อนจัดไปสู่การลงโทษโดยที่ความเสียหายมากกับคริสตชนนิยมประเพณีเดิม โดยที่เขาสามารถทำได้ในช่วงที่ยังทำงานอยู่  จงพิจารณาเรื่องนี้ใน motu proprio Traditionis custodes ในบทความของเจสัน ฮอโรวิธซ์ ผู้วิจารณ์ข่าวศาสนาของ New York Times  มันเริ่มด้วยชิ้นข่าวการขาดความสนใจที่ตามมาของการถากถางเหน็บแนมที่ปราณีตยอดเยี่ยม คือ “โป๊บฟรังซิสย่าง ก้าวที่มีความหมายไปสู่การยกเลิกพิธีกรรมของศาสนจักรโรมันคาทอลิกอย่างแข็งขัน เพื่อเข้าข้างกระบวนการสมัยนิยมใหม่ โดยสับแหลกการใช้พิธีมิสซาลาตินแบบเก่าดั้งเดิม  ย้อนสวนทางอย่างเอาจริงเอาจังกับการตัดสินใจ โดยโป๊บผู้ยึดถือจารีตนิยมที่มาก่อนเขา.”

Yes, Horowitz is serious. The last fifty years of ruinous “modernization” of the Church in general and the liturgy in particular appear to have escaped his notice. Is it too much to ask that the Times’ correspondent on Church affairs actually know something about the Church and her recent history?
ใช่ ฮอโรวิธซ์เอาจริง  ห้าสิบปีที่แล้วของ”ความนิยมสมัยใหม่” ที่ก่อหายนะของพระศาสนจักรโดยทั่วไป และพิธีกรรมเป็นต้น ปรากฎว่าได้รอดพ้นการสังเกตุเห็นของเขา  มันมากเกินไปไหมที่จะถามว่า นักข่าวไทมส์เกี่ยวกับเรื่องกิจกรรมของศาสนจักรปัจจุบัน รู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับพระศาสนจักรและประวัติศาสตร์เมื่อเร็วๆนี้ของศาสนจักร์?

Another embarrassing example of Horowitz’s profound ignorance of his subject: “In 2016, when Cardinal Sarah called for priests to celebrate Mass with their backs to the congregation, Francis issued an unusual public rebuke.” Of course, what Cardinal Sarah actually called for was Mass with both the people and the priest facing God. The fifty-year-old novelty of facing the congregation, not the object of worship, is about as absurd as a bus driver facing his passengers.
ตัวอย่างที่น่าผิดหวังอีกอย่างของความไม่รู้ลึกของเรื่องที่เขาทำ คือ “ ในปี 2016 เมื่อพระคาร์ดินัลซาร่าเรียกร้องบรรดาบาดหลวงให้ถวายมิสซาหันหลังให้ผู้เข้าร่วมพีธี ฟรังซิสได้ออกข้อตำหนิสาธารณะที่ไม่เคยทำ “แน่นอน อะไรที่คาร์ดินัลซาร่าเรียกร้องตอนนั้นเป็นพิธีมิสซาที่ทั้งประชาชนและผู้ถวายหันไปหาพระเจ้า  เรื่องใหม่ที่นานถึงห้าสิบปีหันไปเผชิญหน้าผู้ร่วมพิธี  มิใช่วัตถุประสงค์ของการนมัสการ มันเป็นเรื่องปกติจริงจังเหมือนกับคนขับรถบัสหันหน้าไปทางผู้โดยสารอย่างนั้นหรือ.

Continuing to blunder about in matters of which he knows nothing, Horowitz quotes some horrified reactions of tradition-minded Catholics to Francis’ declaration of war on the Latin Mass (e.g., the headline “FRANCIS WILL DIE, THE LATIN MASS WILL LIVE FOREVER.”), and then writes that “Supporters of Francis said such overblown statements by opponents demonstrated the necessity of a correction to Benedict’s policies.” Massimo Faggioli, that reliable apologist for every destructive novelty of this catastrophic pontificate, is quoted for that proposition that “What they [traditionalists] are saying about Pope Francis’ decision makes a very good argument for Pope Francis’ decision.”
ขอต่อด้วยการผิดพลาดเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งที่เขาไม่รู้อะไรเลย ฮอโรวิชซ์ยกบางปฏิกิริยาที่น่าสยองของคาทอลิกหัวยึดมั่นในประเพณี ถึงการประกาศสงครามกับมิสซาลาตินของโป๊บฟรังซิส (เช่นตัวอย่าง จั่วหัวข่าวว่า “FRANCIS WILL DIE, THE LATIN MASS WILL LIVE FOREVER.ฟรังซิสจะตาย มิสซาลาตินจะมีชีวิตยืนยงตลอดกาล”) และแล้วก็เขียนว่า “ พวกสนับสนุนฟรัง ซิสกล่าวถ้อยคำที่บานเกินไปเลยสมัยแล้ว โดยฝ่ายตรงข้ามได้แสดงความจำเป็นต้องแก้ไขให้ถูกตามนโยบายของโป๊บเบเนดิกต์”  มาสซีโม ฟัคจิโอลี ที่เป็นผู้เห็นใจจริงสำหรับเรื่องสมัยที่ทำลายทุกอย่างของสมณสมัยเหตุการณ์หายนะร้ายแรงนี้ ได้ยกข้อความเพื่อวัตถุประสงค์นั้นว่า “อะไรที่พวก(ยึดมั่นในประเพณีเดิม) กำลังกล่าวถึงการตัดสินใจของโป๊บฟรังซิส ทำให้เกิดข้อโต้แย้งที่ดีสำหรับการตัดสินใจของโป๊บฟรังซิส”

In other words, tradition-minded Catholics should not be outraged by Bergoglio’s attempt to exterminate the Mass of the Ages, the bedrock of Christian civilization, which even atheists defend as an essential element of culture. Their very outrage over Bergoglio’s outrageous act justifies the outrageous act! The closed loop of that reasoning is reflective of the closed mind of the same Pope who constantly denounces the rigidity of others.
กล่าวอีกอย่าง คาทอลิกหัวยึดมั่นในประเพณี ควรไม่ถูกทำร้ายรุนแรงโดยความพยายามของแบร์โกกลิโอ ที่จะทำลายมิสซาแห่งยุค หินรองรับความซิวิไลคริสตชน ซึ่งแม้แต่พวกอเทวะยังปกป้องเป็นประหนึ่งสาระสำคัญของวัฒนธรรม  การทำรุนแรงมากของพวกเขาต่อการกระทำที่ร้ายแรงของแบร์โกกลิโอพอสมควรกับการกระทำแบบชั่วร้าย! การขมวดกลับเพื่อปิดสิ่งที่การให้เหตุผลน่าจะสะท้อนจิตใจที่ปิดมิดของโป๊บองค์เดียวกันนี้ ที่ดูถูกอย่างไม่ยอมแพ้ของผู้อื่น.

Will Francis resign? Let’s be real: His papacy will end only when his life ends. Like the Democrat governors who continue to tyrannize millions with their nonsensical, socially destructive COVID-19 restrictions on human existence, Bergoglio will never relinquish his power until it is wrested from his hands by death or some other divine intervention. For which we the faithful have every right, indeed a duty, to pray, failing the miracle of this Pope’s conversion.
ฟรังซิสจะลาออกไหม? ให้เราพูดกันจริงๆ ว่า ความเป็นสันตะปาปาของเขาจะสิ้นสุดเพียงเมื่อชีวิตของเขาจบลงเท่านั้น  เหมือนกับผู้ปกครองพรรคดีโมแครด ที่ยังคงปล้นเบียดเบียนเงินหลายล้าน ด้วย COVID-19ที่ทำลายสังคมความเป็นอยู่ของมนุษย์ไม่รู้สึกรู้สาของมัน แบร์โกกลิโอจะไม่เคยทอดทิ้งอำนาจของเขาจนกระทั่งถูกคร่าไปด้วยมือของความตาย หรือการเข้าแทรกแซงของพระเจ้า  สำหรับสิ่งที่พวกเราคริสตชนมีสิทธิทุกประการ จริงๆเป็นหน้าที่ด้วย ที่จะสวดภาวนา จะได้ไม่พลาดอัศจรรย์ของการกู้คืนโป๊บ.

ความเห็นของ Alan Petervich
Vichitr thongthua ในฐานะ admin ชมรมคนโสดคาทอลิก ขอแสดงความคิดเห็นเล็กน้อยเกี่ยวกับโป๊บฟรังซิส  ที่เป็นเรื่องที่คริสตชนคาทอลิกอยากแสดงความคิดเห็นเพื่อแสดงความจริงใจของพวกเขา  เราเปิดทางให้อยู่แล้ว  แต่ การออกความคิดเห็น บางครั้งน่าจะไม่เกิดประโยชน์อะไร  อย่างเช่นกรณีนี้
เมื่อพูดถึงความต้องการของคริสตชนฝ่ายที่ถือมั่นในขนบประเพณีดั้งเดิม คงเป็นกลุ่มที่ 1 ที่อยากให้โป๊บมีอันเป็นไป แล้วจะได้โป๊บองค์ใหม่  แต่อย่าลืมว่า พวกเรามิใช่คนเลือกโป๊บ เกิดได้โป๊บที่มีความต้องการเหมือนโป๊บฟรังซิส ก็จบเห่ (ใช่ไหมครับ)
เมื่อพูดถึงคริสตชนที่อยากเป็นกลุ่มคนที่เห็นว่า น่าจะเดินตามสังคายนาวาติกันที่ II คือใช้พิธีกรรมมิสซาใหม่ หรือ พืธีบูชาขอบพระคุณที่กำหนดใหม่จากคณะกรรมการที่ VCII รับรองก็ให้โป๊บฟรังซิสทำเช่นนั้นต่อไป
สุดท้าย  เป็นกลุ่มคนที่เชื่อฟังพระผู้เป็นเจ้า  ภาวนาขอให้พระองค์จัดการ ตามที่เห็นเหมาะสมสำหรับมนุษย์  กลุ่มนี้ไม่จำเป็นจะบีบบังคับพระผู้เป็นเจ้า  เพราะทำไม่ได้ ตามน้ำพระทัยเทอญ
                                                                  Ad  Majorem  Dei  Gloriam
                                                      Alan Petervich  -- Peter  Vichitr  Thongthua
                                                                            31  August  2021

   
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: